ขุมพลังเศรษฐกิจ/บ่อยครั้งเมื่อพูดถึง เขตจิงจินจี้ ก็หนีไม่พ้นที่สื่อมวลชนและผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ของจีน จะต้องนำเขตเศรษฐกิจทั้ง 3 ซึ่งได้แก่ สามเหลี่ยมเศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำฉางเจียง (ฉางซันเจี่ยว) เขตเศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำจูเจียง (จูซันเจี่ยว) และเขตจิงจินจี้ มาเปรียบเทียบระดับศักยภาพทางเศรษฐกิจ และโอกาสทางการเจริญเติบโตระหว่างกัน จากข้อมูลของคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ ระบุว่า จีดีพีรวมในเขตเศรษฐกิจจิงจินจี้ ครึ่งปีแรกของปีที่แล้วมีมูลค่าเท่ากับ 448,600 ล้านหยวน คิดเป็นร้อยละ 43 ของจีดีพีในเขตเศรษฐกิจฉางซันเจี่ยว และเป็น 91% ของจีดีพีในเขตเศรษฐกิจจูซันเจี่ยว ซึ่งโดยส่วนใหญ่ท่านยังประเมินเขตเศรษฐกิจจิงจินจี้ไว้ค่อนข้างต่ำมาก สื่อมวลชนของจีนรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในเขตเศรษฐกิจแห่งนี้เงียบเหงาซบเซา การพัฒนาก็อืดอาดเชื่องช้า ทั้งๆที่มีเมืองหลวง ซึ่งเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมทุกแขนงเช่นกรุงปักกิ่ง และนครใหญ่ข้างๆที่เป็นเมืองท่าที่สำคัญเช่นเมืองเทียนจิน ที่น่าจะไปมาติดต่อถึงกันได้อย่างสะดวกรวดเร็ว และยังรวมถึงมณฑลชายฝั่งทะเล ที่กำลังมีการเจริญเติบโตในทุกๆด้านเช่นเหอเป่ย !
|
|
| เขตจงกวนชุนในกรุงปักกิ่ง ได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางธุรกิจไอทีและเทคโนโลยีชั้นสูง บริเวณใกล้เคียงยังเป็นแหล่งธุรกิจการเงินที่มีความเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และเป็นที่ตั้งของบริษัทที่ทำธุรกิจด้านไอทียักษ์ใหญ่สัญชาติจีนหลายแห่ง อาทิ ลีเจนด์ ถงฟาง เคอลี่หัว(clever) และ founder เป็นต้น | |
 | ทั้งนี้โดยอ้างว่า เขตเศรษฐกิจดังกล่าวมีนครใหญ่ถึง 2 แห่ง ซึ่งมีดีกรี ความเป็นศูนย์กลาง ที่สูสีกัน จึงทำให้ต่างฝ่ายต่างยังมองไม่เห็นว่า จะส่งเสริมสนับสนุนซึ่งกันและกันในด้านไหนอย่างไร จึงออกจะมีท่าทีที่แข่งขันกันเองอยู่ในที และเป็นเหตุให้ขัดขวางการขยายตัวทางเศรษฐกิจในเขต ดังที่บทวิเคราะห์จากนิตยสาร เหลียววั่ง(瞭望) ที่เคยเสนอว่า อุตสาหกรรมการผลิตของเมืองต่างๆในเขตจิงจินจี้ ไม่สามารถสนับสนุนสิ่งที่ต่างฝ่ายต่างขาดแคลนได้ เนื่องมาจาก การเติบโตขึ้นมาอย่างเคียงบ่าเคียงไหล่ของ 2 นคร ปักกิ่งและเทียนจิน ที่มีอุตสาหกรรมการผลิตคล้ายกันอย่างมาก (ทั้งปักกิ่งและเทียนจินมีการส่งเสริมการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นสูง) เป็นผลให้เกิดแรงผลักดันในทางแข่งขันทางเศรษฐกิจต่อกัน มากกว่าแรงผลักดันในการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจส่งออกไปยังภูมิภาคอื่นๆก็ยังด้อยพัฒนา สวนทางกับปริมาณการใช้เงินลงทุนจากภายนอกที่สูงมาก นอกจากท่าทีและบรรยากาศการแข่งขันกันเองดังกล่าวนี้แล้ว สื่อมวลชนบางแห่งยังบอกอีกว่า เขตเศรษฐกิจที่มีความพร้อมด้านบุคลากร สาธารณูปโภคและโอกาสเพียงนี้ กลับดึงดูดเงินลงทุนเข้ามาน้อยมาก บางแห่งรุนแรงถึงขนาดดูแคลนว่า เขตเศรษฐกิจจิงจินจี้ไม่มีหวังที่จะเติบโตขึ้นทัดเทียมเขตเศรษฐกิจฉางซันเจี่ยวและต้าจูซันเจี่ยว ที่ต่างดูดเงินจากนักลงทุนได้มากกว่า
|
|
| การคมนาคมเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเชื่อมโยงเมืองและเขตต่างๆในเขตเศรษฐกิจจิงจินจี้ | |
 |
 | ทางออกของเขตเศรษฐกิจรอบเมืองหลวง อุปสรรคสำคัญของการพัฒนาในเขตเศรษฐกิจจิงจินจี้ ที่ถูกนำเสนอในสื่อแดนมังกร ส่วนหนึ่งพอจะสรุปได้ว่า ยังไม่มีการจัดสรรทรัพยากรที่ดีพอ และขาดการเชื่อมโยงด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะการเคลื่อนย้ายหรือการหมุนเวียนของสินค้า บุคลากร และสารสนเทศ หรือกิจกรรมด้านลอจิสติกส์ซึ่งยังต้องใช้ต้นทุนสูงมาก บวกกับการปฏิบัติต่อนักลงทุนยังไม่น่าประทับใจ ซึ่งแตกต่างจากเขตเศรษฐกิจฉางซันเจี่ยวและจูซันเจี่ยว ที่มีรูปแบบการดำเนินธุรกิจการบริการที่มองนักลงทุนเป็นเหมือนญาติ(亲商) ปฏิบัติกับนักลงทุนด้วยความซื่อสัตย์จริงใจ ประกอบกับการเสนอผลประโยชน์ด้านภาษี ที่ยุติธรรมแก่นักลงทุนต่างถิ่น เป็นต้น เทคนิควิธีการดังกล่าว เป็นบทเรียนที่ได้เรียนรู้จากการติดต่อธุรกิจกับพ่อค้าชาวสิงคโปร์ของเขตเศรษฐกิจที่เปิดตัวมาก่อน โดยเฉพาะในเขตฉางซันเจี่ยว และตามสายตาของผู้เชี่ยวชาญจีนแล้ว ที่ความก้าวหน้าของการร่วมมือทางเศรษฐกิจในเขตจิงจินจี้ เป็นไปได้เชื่องช้า นอกจากต้องเร่งแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมในการลงทุน และปัญหาต้นทุนด้านธุรกิจสูงแล้ว ยังต้องคำนึงถึงปัญหาห่วงโซ่การผลิตขาดช่วง โดยควรเร่งสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงสายการผลิตในเขตฯ ที่อาศัยอุตสาหกรรมการผลิตด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เช่น ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมการผลิตยาชีวภาพ และรถยนต์เป็นเสาหลัก
|
|
| เมืองหลังฝางในมณฑลเหอเป่ย ที่มีพื้นที่ติดกับกรุงปักกิ่งและเทียนจิน ทำให้มีความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจรุดหน้า ภาพบนขวา-ตลาดค้าส่งเฉาหยังในเมืองหลังฝาง | |
 | พร้อมย้ำว่า ถึงแม้การพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเขตจิงจินจี้ จะมีระบบการปกครองที่แตกต่างเป็นอุปสรรค แต่ไม่มีความจำเป็นที่จะเปลี่ยนแปลงเขตการปกครอง แต่ควรร่วมมือในการปฏิรูปการนำต้นทุนด้านการตลาดมาใช้ให้ทั่วทุกด้านมากกว่า โดยยกตัวอย่าง ความก้าวหน้าของการบูรณาการในเขตสามเหลี่ยมเศรษฐกิจแยงซี(ฉางซันเจี่ยว) ที่เกิดขึ้นได้ทั้งๆมีเขตการปกครองที่แตกต่างกัน แต่ด้วยหน่วยงานการปกครองท้องถิ่นในแต่ละเขต ต่างยึดมั่นในแนวคิด การเปิดกว้าง เพื่อสร้างปัจจัยด้านบวกต่อบรรยากาศการลงทุน และการจัดสรรทรัพยากรที่เหมาะสมเป็นสำคัญ หนึ่งในผู้บริหารมณฑลเหอเป่ย เจ๋อหมิงเชวี่ย เสนอว่า การร่วมมือในเขตเศรษฐกิจที่เมืองหลวงเป็นศูนย์กลาง ควรลงมือปฏิบัติงาน 3 ด้าน ได้แก่ ปรับปรุงภาวะการกระจัดกระจายของเมือง และในทางกลับกัน ควรแก้ปัญหาการกระจุกตัวของเมืองใหญ่ด้วย กล่าวคือ ปักกิ่งและเทียนจิน ซึ่งมีการกระจุกตัวของความเป็นเมืองใหญ่มาก ควรลดแรงกดดันที่เป็นช่องว่างระหว่างกัน โดยการปรับสภาพอุตสาหกรรมการผลิต และพัฒนาระบบเศรษฐกิจภูมิปัญญาที่มีข้อมูลความรู้เป็นพื้นฐาน(Knowledge-Based Economy) ในขณะที่เหอเป่ย ต้องเร่งพัฒนาเมืองระดับกลาง เพื่อสร้างความเป็นเมืองให้หนาแน่นขึ้น
|
 |
|
| คอมพิวเตอร์กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในเมืองที่มีการแข่งขันทางเศรษฐกิจ อย่างปักกิ่งและเทียนจิน ในภาพเป็นบรรยากาศการเรียนในมหาวิทยาลัยสือโหยวต้าเสียว์ มหาวิทยาลัยศึกษาด้านทรัพยากรน้ำมัน น้ำมันปิโตรเลียม | |
 | ประการที่สอง ต้องสร้างระบบการคมนาคมระหว่างเมืองภายในเขตให้สมบูรณ์ครบครัน นอกจากนี้ ยังต้องพัฒนาความร่วมมือและแบ่งงานระหว่างชุมทางคมนาคมในแต่ละแห่งให้มีประสิทธิภาพ ทั้งในระบบคมนาคมทางบก ทางอากาศ และระหว่างท่าเรือ และประการสุดท้าย ต้องจัดตั้งองค์กรความร่วมมือที่มีการวางแผนงานร่วมกัน ในอันที่จะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานระหว่างเมืองและมณฑลในเขต โดยมีรัฐบาลกลางเป็นองค์กรหลัก ช่วยผลักดันการประสานงาน ในโครงการขนาดใหญ่ที่มีงานคาบเกี่ยวระหว่างเขตปกครองที่แตกต่างกัน อีกด้านหนึ่ง กระแสการเร่งบูรณาการทางเศรษฐกิจในเขตจิงจินจี้ ก็เป็นที่เล็งเห็นมาระยะหนึ่งว่า จะเป็นมาตรการที่จริงจังที่สุด ในการกระตุ้นให้เกิดความก้าวหน้าของความร่วมมือระหว่างปักกิ่ง เทียนจิน และมณฑลเหอเป่ย แต่ ณ ขณะนี้เรื่องดังกล่าวก็เป็นเพียงประเด็นวิเคราะห์กันแต่ในวงวิชาการ ยังไม่มีผลงานที่ออกมาเป็นรูปธรรม ดังเช่นที่ ม๋าข่าย ประธานคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ ก็เคยให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเมื่อต้นปีนี้ (มี.ค.2004) ต่อประเด็นดังกล่าวว่า คณะกรรมการฯมีความกระตือรือร้นอย่างเต็มที่ ในการสนับสนุนมาตรการบูรณาการในเขตจิงจินจี้ แต่ก็ยอมรับว่ายังไม่มีการร่างแผนการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม เรียบเรียงจาก :ไชน่านิวส์ / ซีนาเน็ต(ธุรกิจ) / กั๋วจี้จินหรงเป้า / เทียนจินอีนอร์ธเน็ต / หนันเฟิงชวง
|