|
| หลงหย่งถู | |
 | น้ำตาลูกผู้ชาย จีนกับดับเบิลยูทีโอ 3 / นับตั้งแต่รับตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการเจรจาฟื้นฟูสมาชิกภาพในแกตต์ เมื่อปีค.ศ.1992 และต่อมาก็เข้าดำรงตำแหน่งประธานคณะผู้แทนเจรจาการค้าฝ่ายจีนในการเข้าเป็นสมาชิกดับเบิลยูทีโอ หลงหย่งถู ต้องเดินทางไปประเทศต่างๆเพื่อปฏิบัติหน้าที่ในภารกิจดังกล่าว ผลของการทำหน้าที่อันยาวนานทำให้เขาได้รับเสียงชื่นชมและวิพากษ์วิจารณ์ทั้งแง่บวกและลบ สื่อมวลชนของจีนเคยรายงานว่า ในขณะที่หลงหย่งถูรับผิดชอบดูแลการเจรจาการค้าที่เกี่ยวเนื่องกับผลประโยชน์ของประเทศชาติอยู่นั้น บุคคลหลายฝ่ายกล่าวถึงเขาว่าเป็น วีรบุรุษแห่งชนชาติ และยังมีบางส่วนเรียกเขาเป็น ผู้ร้ายขายชาติ หลงหย่งถูเคยแสดงความเห็นถึงคำโจษขานเหล่านั้นไว้ว่า ผมก็แค่ทำสิ่งที่ควรทำเท่านั้น คำประณามที่มีต่อพวกผมหลายเรื่องเกิดขึ้นเพราะพวกเขาไม่เข้าใจสถานการณ์ ไม่ว่าเรื่องใดก็ตามเมื่อทุกอย่างจบลงบทสรุปจะปรากฏ เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ที่ยุติธรรมที่สุด
|
 |
|
| ขณะดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการป๋อเอ๋า | |
 | สื่อสิ่งพิมพ์ในจีนยังเคยรายงานถึงหลงหย่งถูว่า ตลอดเวลา 10 กว่าปีที่เขารับใช้ชาติเป็นนักเจรจาอยู่นั้นเคยเสียน้ำตาให้กับเหตุการณ์สะเทือนใจหลายครั้ง เช่นในกรณีประสบปัญหาในการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ และแม้แต่เมื่อทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงกันแล้วในเดือนพฤศจิกายน ปี 1999 เป็นต้น จนครั้งหนึ่งข่าวในอินเทอร์เน็ตถึงกับพาดหัวล้อเลียนเขาว่า หลงหย่งถูอย่าร้องไห้ (龙永图别流泪) ต่อคำวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าว หลงหย่งถูชี้แจงว่า เขาไม่ใช่คนที่เสียน้ำตาบ่อยๆเช่นนั้น ถึงแม้จะเจอกับช่วงเวลาที่กดดันเพียงใดก็ตาม สิ่งที่อยู่ในหัวขณะนั้นมีเพียงความต้องการที่อยู่บนหลักเหตุและผลเท่านั้น อย่างไรก็ตาม หลงหย่งถูยอมรับว่า เขาเคยร้องไห้ครั้งหนึ่งจากเหตุที่ได้รับแรงกดดันอย่างหนักหลายด้าน ภายหลังจากที่จีนและสหรัฐฯสามารถลงนามในข้อตกลงทางการค้าเป็นผลสำเร็จแล้ว นั่นคือราวต้นปีค.ศ.2000 เป็นเวลาที่การเจรจาการค้าระหว่างจีนกับอียูกำลังดำเนินมาถึงจุดสิ้นสุด คงเหลือแต่ประเด็นปัญหาจุดเล็กๆเพียงไม่กี่จุด ผู้แทนเจรจาฝ่ายอียูเป็นทั้งผู้เชี่ยวชาญเรื่องจีนที่มีชื่อเสียงและเพื่อนสนิทของหลงหย่งถูด้วยได้ยืนกรานเสียงแข็งให้จีนยอมรับข้อเสนอสุดท้าย มิเช่นนั้นจะไม่รับรองจีนเข้าเป็นสมาชิกใหม่ในดับเบิลยูทีโอ คำขู่ของเพื่อนสนิทประกอบกับกระแสกดดันจากประชาชนและรัฐบาลทั้งในและต่างประเทศ ที่เฝ้ารอคำตอบของเขาด้วยความหวังอย่างใจจดใจจ่อ ทำให้หลงหย่งถูเครียดมากจนนอนไม่หลับ อารมณ์ขึ้นๆลงๆอยู่หลายวัน และมีอาการความดันโลหิตสูง จนถึงกับหลั่งน้ำตาแห่งความกดดันออกมา หลงหย่งถูยังยืนยันว่า บางครั้งเขาก็ร้องไห้ไม่ออกเมื่อต้องเผชิญหน้ากับเรื่องน่าอับอาย โดยเขาย้อนระลึกถึงเหตุการณ์ในที่ประชุมขององค์การการค้าโลกเมื่อปลายปีค.ศ.1994 ที่เขาและคณะทุ่มเทอย่างสุดชีวิตในการเข้าเป็นสมาชิกดับเบิลยูทีโอ ว่า เป็นการลบหลู่เกียรติของเขาในฐานะผู้แทนจากประเทศใหญ่ที่สุดจะทานทนได้ หลงหย่งถู เล่าย้อนอดีตว่า พวกเราคณะทำงานพยายามอย่างมากที่จะได้เป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งก่อนดับเบิลยูทีโอจะถือกำเนิดขึ้น ในความรู้สึกของผมปลายปี 1994 นั้นประเทศจีนเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งอยู่ในแกตต์แล้ว เราก็น่าจะได้เป็นสมาชิกก่อตั้งในดับเบิลยูทีโอด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผมนั่งอยู่ในที่ประชุมดับเบิลยูทีโอในฐานะผู้สังเกตการณ์มานานแล้ว การประชุมแกตต์และดับเบิลยูทีโอในปีนั้นผมแทบไม่อยากไปเข้าร่วมเลย เพราะต้องนั่งรอให้ประเทศสมาชิกทุกประเทศกล่าวปราศรัยจนจบเราจึงจะได้รับสิทธิลุกขึ้นกล่าวได้ ผมไม่ยินดีที่ได้รับการปฏิบัติเช่นนั้นจริงๆ มันน่าอดสูมากในฐานะผู้แทนจากประเทศใหญ่ประเทศหนึ่ง
|
|
| ถูกรุมสัมภาษณ์จากสื่อมวลชน | |
 |
 | ในปีค.ศ.1994 มีความหวังมากว่าจีนจะเข้าเป็นสมาชิกดับเบิลยูทีโอ จีนได้เจรจาการค้ากับออสเตรเลียและนิวซีแลนด์และมีโอกาสว่าจะได้รับการรับรองจากประเทศทั้งสอง ทว่า เนื่องจากหน่วยงานด้านเศรษฐกิจของจีนยังไม่เข้าใจนัยของการเข้าเป็นสมาชิกดับเบิลยูทีโอเพียงพอ คณะกรรมการเจรจาเกิดการทุ่มเถียงกันไปคนละทิศคนละทางซึ่งส่งผลให้ตัดสินใจผิดพลาด การเจรจาการค้าครั้งนั้นจึงประสบความล้มเหลว ทั้งสองประเทศยังหันไปสนับสนุนสหรัฐฯใช้วิธีแข็งกร้าวโต้ตอบจีนอีกด้วย เรื่องในปี 1994 ควรจะพูดว่าปัญหาใหญ่อยู่ที่ระบบการจัดการและการประสานงานของหน่วยงานด้านเศรษฐกิจในประเทศเราเองยังมีข้อบกพร่องที่ต้องแก้ไขปรับปรุงอีกมาก มันทำให้ผมรู้สึกผิดหวังก็จริง แต่คนอย่างผมก็ไม่ร้องไห้เพราะความผิดหวังเช่นนั้นแน่นอน หลงหย่งถูยืนยันในตอนท้าย หลงหย่งถู คือใคร ? หลงหย่งถู เกิดเมื่อพฤษภาคม ค.ศ.1943 เป็นคนเมืองฉางซา มณฑลหูหนัน ปี 1965 จบการศึกษาจากคณะภาษาต่างประเทศ มหาวิทยาลัยกุ้ยโจว ปี 1973 เดินทางไปศึกษาต่อที่สถาบันเศรษฐกิจในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อจบการศึกษาแล้วระหว่างปี 1978-1980 เข้าดำรงตำแหน่งทูตผู้แทนจีนประจำองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) และต่อมาเป็นผู้รับผิดชอบดำเนินโครงการพัฒนาต่างๆของยูเอ็นดีพีในองค์การสหประชาชาติ ปี 1986 ย้ายกลับประเทศจีน หลังจากนั้นรับตำแหน่งรองหัวหน้าศูนย์แลกเปลี่ยนเทคโนโลยีเศรษฐกิจระหว่างประเทศ หัวหน้าแผนกติดต่อต่างประเทศของกระทรวงพาณิชย์ จนกระทั่งปี 1993 ย้ายไปทำงานในกระทรวงการค้าระหว่างประเทศ ปี 2002 จนถึงต้นปี 2003 ดำรงตำแหน่งสมาชิกพรรค รองรัฐมนตรีกระทรวงการค้าระหว่างประเทศ มกราคม ค.ศ.2003 จนถึงปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการเอเชียป๋อเอ๋าฟอรัม (ป๋อเอ๋าฟอรัม ฟอร์ เอเชีย) ตั้งแต่ปี 1992 หลงหย่งถูได้เข้าร่วมในภารกิจการเจรจาฟื้นฟูสมาชิกภาพของจีนในแกตต์ กุมภาพันธ์ปี 1997 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะผู้แทนเจรจาการค้าฝ่ายจีน สังกัดกระทรวงการค้าระหว่างประเทศ ทำหน้าที่เจรจาการค้า ทั้งในระดับพหุภาคี และกิจการอันเกี่ยวเนื่องด้านกฎหมายการค้า ในการเข้าเป็นสมาชิกของแกตต์หรือองค์การการค้าโลกในเวลาต่อมา
|
จนเมื่อพฤศจิกายน ปี 2001 จีนประสบความสำเร็จได้เข้าร่วมในองค์การการค้าโลก หลงหย่งถูผู้ซึ่งมีความเชื่อมั่นในตนเอง กล้าหาญเด็ดขาดฉลาดเฉียบแหลมก็ได้รับการยกย่องจากชาวจีนและต่างชาติจากความสำเร็จดังกล่าว ต้นปี 2003 หลงหย่งถูลาออกจากตำแหน่งรองรัฐมนตรีกระทรวงการค้าระหว่างประเทศ และเข้ารับหน้าที่เป็นเลขาธิการคณะกรรมการป๋อเอ๋าเอเชียฟอรัม ซึ่งเป็นกลุ่มองค์กรความร่วมมือนานาชาติที่ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล เขาเป็นผู้หนึ่งที่มีบทบาทสำคัญทำให้เวทีดังกล่าวคึกคักและน่าสนใจและกลายเป็นประเด็นจับตาของประเทศต่างๆทั่วโลก ปลายปี 2003 หลงหย่งถูได้รับยกย่องให้เป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่น่าจับตามากที่สุดจากสถานีโทรทัศน์กลางของจีน ประจำปี 2003 หลงหย่งถูเป็นบุคคลที่คนทั่วไปรู้จักกันดีจากภารกิจในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนเจรจาการค้าฝ่ายจีนในการเข้าเป็นสมาชิกในองค์การการค้าโลก ซึ่งนับเป็นองค์กรเศรษฐกิจระดับสากลที่ท้าทายความพร้อมของประเทศจีนอย่างมาก ช่วงก่อนและหลังปี 2001 ชื่อของเขาปรากฏเป็นข่าวบ่อยครั้งในหน้าหนังสือพิมพ์ และในสถานีโทรทัศน์ส่วนกลางที่ออกอากาศไปทั่วประเทศ ทั้งนี้ เพราะการเข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลกของจีนเป็นประเด็นที่ประชาชนและรัฐบาลทั้งในและต่างประเทศ ต่างให้ความสนใจกันอย่างล้นหลาม และติดตามกระแสความเคลื่อนไหวมากยิ่งกว่าละครโทรทัศน์ภาคค่ำเสียอีก จนมีคำกล่าวว่าหลงหย่งถูโด่งดังยิ่งกว่าดาราอีกด้วย และเมื่อจีนสามารถเข้าเป็นสมาชิกในปี 2001 และเปิดประตูให้จีนเดินเข้าสู่กลุ่มเศรษฐกิจของนานาชาติได้สำเร็จ หลงก็ยังเป็นประจักษ์พยานคนสำคัญที่จะให้ความกระจ่างถึงหนทางความยากลำบากก่อนที่จีนจะพบความสำเร็จที่รอคอยมา 10 กว่าปีนี้ด้วย ดังนั้น หลงหลงถูนักเจรจาผู้เน้นสาระและเป็นคนเปิดเผยตรงไปตรงมา ยิ่งกลายเป็นบุคคลที่สื่อมวลชนสนใจเข้าสัมภาษณ์บ่อยครั้ง ภาพของเขาในสื่อยังสะท้อนภาพลักษณ์ของข้าราชการจีนที่ไม่วางมาด และด้วยวัย 58 ปีชื่อเสียงของเขาก็โดดเด่นขึ้นสูงสุดในหมู่ข้าราชการกว่า 2 ล้านคนทั่วประเทศในปีนั้นเอง ข้อมูลจาก ซีน่าเน็ต / พีเพิลเน็ต / นิตยสารไฉจิง
|