ขื่อ:

รหัสผ่าน:

ลืมรหัสผ่าน?Email:

 อัลบั้ม Bloger - Blogth: Create your Blog Now -- Blog Thailand -- Free! -- blogth.com

หน้าแรกคอลัมน์  :  อัลบั้ม Bloger  :  รูปแบบ Bloger  :  บันเทิง : รู้จักจีน  :  ชีวิตประจำวัน  :  วิทยาศาสตร์และศิลป์  :  เกมส์ Bloger  
นักประพันธ์ : ธุรกิจและการเงินกีฬา : ความรักพูดคุยทั่วไป : กระทู้ Bloger : ท่องเที่ยวรายวันบันทึกการทำงาน : สีสันชีวิต : My Blog !

ค้นหา:

Relating Article
สอวน.แหล่งเพาะกล้าพันธุ์ทาง
เด็กๆ มีต่างๆ กันไป

Hot Article
เด็กๆ มีต่างๆ กันไป
สอวน.แหล่งเพาะกล้าพันธุ์ทาง

Relating Categories
  • ความรู้เรื่องบ้าน
  • เพื่อนบ้าน
  • คนรักรถ
  • ความสุข
  • อสังหาริมทรัพย์
  • เซ็กซ์
  • Cheap Hotels Booking

    Cheap  Hosting in  Thailand

    Thai search engine

       You are here: Home>>สีสันชีวิต>>สวรรค์ของเด็ก>>Details

    เสริมสร้างพลัง ให้ชุมชนรับผิดชอบสถานศึกษาร่วมกัน

    Last update:2006-02-21 Source :Blog

     

     

    จากความพยายามที่จะมีการการโอนสถานศึกษาไปสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ดูเหมือนเป็นความพยายามกระจายอำนาจของกระทรวงศึกษาลงสู่ท้องถิ่นต่างๆ โดยครู ผู้บริหารส่วนใหญ่ต่างไม่มั่นใจในสถานภาพที่ตัวเองต้องเข้าไปอยู่ภายใต้สังกัด อปท. ขณะที่ ดร.รุ่ง แก้วแดง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดูเหมือนผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้ต้องทำงานอย่างหนักเพื่อจะทำให้การถ่ายโอนหรือการกระจายอำนาจให้เป็นผลสำเร็จ
           
           
    ด้านนักวิชาการ นักวิจัยที่ทำงานคลุกคลีกับชุมชน ชาวบ้านมาเป็นเวลานาน และยังได้ทุนให้ทำวิจัยเรื่องการกระจายอำนาจทางการศึกษาลงสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โดยได้รับทุนสนับสนุนจากธนาคารโลกเพื่อทำการศึกษาวิจัยความเป็นไปได้ในเรื่องนี้ ได้แสดงความวิตกและเป็นห่วง
           
           รศ.ดร.นภาภรณ์ หะวานนท์ เป็นหัวหน้าทีมวิจัยเรื่องการกระจายอำนาจทางการศึกษาลงสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น บอกว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในประเทศไทยมีหลายระดับ ไม่ว่าจะเป็นเทศบาล และองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น อย่างเทศบาลที่มีความพร้อมก็มีกรุงเทพมหานคร พัทยา ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าเทศบาลทุกแห่งมีความพร้อมเหมือนกัน ขณะที่อปท.ทุกแห่งเกิดขึ้นและมีการกระจายอำนาจในด้านต่างๆไปสู่ อปท. มากแล้ว หากแต่ก็ไม่ได้หมายความว่า อปท.นั้นๆ จะพร้อมในการจัดการศึกษา หรือพร้อมที่จะถ่ายโอนสถานศึกษาในท้องถิ่นเข้ามาดูแล
           
           “แนวคิดการกระจายอำนาจเป็นแนวคิดที่อาจดูดี กระจายให้ชุมชนเป็นคนทำ แต่เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่า อปท.ซึ่งยังเป็นส่วนของราชการ ไม่มาใช้อำนาจกับทางโรงเรียนอาจจะให้อำนาจด้วยความเข้าใจหรือไม่เข้าใจก็ตาม การโอนสถานศึกษาไปสังกัด อปท.นั้นต้องทำอย่างระมัดระวัง การกระจายอำนาจในด้านการปกครอง โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐาน การสร้างถนนมีการกระจายอำนาจลงไปแล้ว แต่ที่ยังมีปัญหาและคนส่วนใหญ่หรือผู้ที่เกี่ยวข้องยังไม่คำนึง และภาครัฐเองยังไม่มีข้อมูลที่เพียงพอมีอยู่ 2 เรื่อง นั่นก็คือ การศึกษาและสาธารณสุข”
           

           รศ.ดร.นภาภรณ์ บอกว่า การถ่ายโอนอำนาจสถานศึกษาไปให้อปท.ในเวลานี้ ถือเป็นการที่เสี่ยงเกินไป และคนส่วนใหญ่ก็ไม่แน่ใจว่า อปท.จะมีความพร้อมมากพอ ซึ่งส่วนใหญ่ อปท.ต้องได้รับการปรับปรุงให้เข้มแข็งก่อน อีกทั้ง อปท.จำนวนไม่น้อยก็ไม่มีความรู้เรื่องการศึกษา ไม่เข้าใจ
           
           ดังนั้น อยากเสนอว่า…จากการลงพื้นที่ในชุมชน อีกทั้งการศึกษาเป็นเรื่องของคนในชุมชนเอง จึงอยากให้ฟื้นในเรื่องของคณะกรรมการสถานศึกษาขึ้นมาอีกครั้ง ตั้งขึ้นมาในรูปของคณะกรรมการเพื่อมาดูแลโรงเรียน อาจจะมีคนแย้งว่าคณะกรรมการสถานศึกษาส่วนใหญ่เป็นเพียงชาวบ้าน จึงอยากถามกลับว่า อปท.ก็เป็นชาวบ้านเหมือนกัน แต่อปท.เป็นการทำงานที่อิงการเมืองมาก ผลประโยชน์ก็เยอะ
           
           หากสถานศึกษาต้องอยู่ภายใต้การดูแลของอปท.ที่บางแห่งไม่มีความเข้าใจระบบการศึกษา อาจจะสั่งให้ครูทำงานธุรการ คอยไปจัดงานเพื่อต้อนรับแขกที่มาเยือนท้องถิ่นหรือไปทำงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอน สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นให้เห็นอยู่บ่อยๆ ในโรงเรียนที่สังกัดเทศบาลใหญ่ๆ ส่งผลไปถึงการเรียนการสอนของเด็กและครูทันที
           
           เท่าที่มีการศึกษาใบบางพื้นที่ทั่วทั้ง 4 ภาคพบว่า เรามีชุมชนที่เข้มแข็งพอจะนำมาเป็นแบบอย่าง ในการตั้งคณะกรรมการโรงเรียนและให้ชาวบ้านช่วยกันบริหารในรูปของคณะกรรมการ ช่วยกันระดมสมองเพื่อเข้ามาช่วยพัฒนาโรงเรียน บางแห่งเข้มแข็งมากขนาดที่ชาวบ้านสามารถหางบประมาณมาช่วยสนับสนุนการจัดงานของโรงเรียน ครูคนไหนขาดศีลธรรม ชาวบ้านมีสิทธิ์พิจารณาเพราะหมายถึงว่าครูไม่ดีเข้าไปสอนลูกหลานเขา ซึ่งชาวบ้านไม่ต้องการ
           

           ทั้งนี้ ชาวบ้านยังเข้าไปมีส่วนสำคัญในการบอกกับทางโรงเรียนว่า หลักสูตรวิชาไหนที่เขาอยากให้เด็กและลูกหลานได้เรียน เข้ามาช่วยกันโดยให้ความรู้ที่มีอยู่ในด้านต่างๆ หากเด็กคนไหนเกเร ชาวบ้านก็จะคอยช่วยดูแลและเอาใจใส่ อย่างไรก็ตามต้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในการใช้นโยบายการถ่ายโอนได้รู้ว่าสังคมไทยมีความเฉพาะตัว และสังคมไทยจากทั่วทุกภาคมีแบบอย่างที่ประสบความสำเร็จในการจัดการศึกษา โดยทำงานกับชาวบ้านและชุมชน ไม่จำเป็นต้องไปดูแบบอย่างจากต่างประเทศอีกแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นการเสียเวลา
           
           เราควรจะใช้ประสบการณ์ที่สังคมไทยทำอยู่แล้วมาปรับ คิด พัฒนา และเสริมสร้างพลังอีกหลายๆ ชุมชนที่ยังไม่เข้มแข็ง ลุกขึ้นมาดูแลเรื่องการศึกษา เอาใจใส่ลูกหลานของตัวเอง ยกระดับและให้เกียรติชาวบ้าน ไม่ทอดทิ้งคุณค่าในตัวที่ชาวบ้านหรือผู้ทรงคุณวุฒิในหมู่บ้านมี จะเห็นว่าความรู้ที่เป็นจริง ของจริงที่เด็กๆ จะได้เรียนรู้จากชาวบ้านมีมากมายซึ่งพร้อมจะให้เด็ก ครูในโรงเรียนไม่ได้เก่งและเชี่ยวชาญในทุกๆ เรื่อง อาจจะโดดเด่นกว่าชาวบ้านในเรื่องของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ความรู้ด้านภาษา นอกนั้นยังมองไม่เห็นว่า ครูจะเก่งไปกว่าชาวบ้านเลย
           
           การศึกษาควรจะได้เป็นของชุมชนอย่างแท้จริง หากใช้แนวทางกระจายอำนาจ โดยใช้คณะกรรมการสถานศึกษา และใช้วิธีปรับ และเสริมสร้างพลังชาวบ้านขึ้นมา เชื่อว่าโรงเรียนในเมืองไทยจะถูกพัฒนาอย่างเชื่อมโยงและมีฐานคิดของตัวเองมากกว่าที่เป็นอยู่

     

     

     

     

    [Top] [Tell Friend] [View Comment]
     

    Relating Article

    สอวน.แหล่งเพาะกล้าพันธุ์ทางวิทยาศาสตร์
    เด็กๆ มีต่างๆ กันไป

    Post Comment!

    ขื่อ: รหัสผ่าน: Hidden Post   ลงทะเบียนใหม่ 

    Create a new account!

    ขื่อ:

    รหัสผ่าน:

      Blog เป็นการใช้งานเว็บไซต์ของคุณแบบง่ายๆซึ่งคุณสามารถ
    โพสต์ข้อความหรือรูปภาพได้ทันทีและสามารถพูดคุยโต้ตอบกันได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

    หน้าแรกคอลัมน์  :  อัลบั้ม Bloger  :  รูปแบบ Bloger  :  บันเทิง : รู้จักจีน  :  ชีวิตประจำวัน  :  วิทยาศาสตร์และศิลป์  :  เกมส์ Bloger  
    นักประพันธ์ : ธุรกิจและการเงินกีฬา : ความรักพูดคุยทั่วไป : กระทู้ Bloger : ท่องเที่ยวรายวันบันทึกการทำงาน : สีสันชีวิต : My Blog !

    ค้นหา:

    All rights reserved. Privacy Policy - Terms of Service - Copyright Policy

    Copyright © 2005 blogth.com