|
|
|
You are here: Home>>สีสันชีวิต>>สวรรค์ของเด็ก>>Details |
|
เรียนรู้วิธีสร้างบุญแนวใหม่ "สร้างสังคมแห่งการเรียนรู้" |
|
Last
update:2006-02-21 Source :Blog |
งานกฐินพระราชทานปีนี้ 29 ต.ค.48 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้เป็นเจ้าภาพถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน ในกฐินกาลวาระลุ พุทธศักราช 2548 ณ วัดพระธาตุพนมมหาวิหาร จังหวัดนครพนม นำทีมโดย ศ.ดร.วิรุณ ตั้งเจริญ อธิการบดีมหาวิทยาลัยฯ ถือเป็นปีที่ 3 แล้วที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒทำบุญด้วยการจัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่บูรณาการทุกคณะออกตรวจอาการ แนะนำสุขภาพ การบำบัดตัวเองขณะที่มีปัญญาด้านร่างกาย ตลอดถึงดูแลร่างกายก่อนจะมีปัญหาด้านสุขภาพ ตามนโยบาย "สร้างนำซ่อม" อีกกิจกรรมที่ถือเป็นบุญใหญ่ นั่นก็คือ ทอดผ้าป่าหนังสือ เนื่องจากนโยบายมหาวิทยาลัยต้องการให้ความรู้ ส่งเสริมการอ่านให้แก่เยาวชนในโรงเรียนต่างๆ ภายในอำเภอธาตุพนม โดยในปีนี้ทำการทอดผ้าป่าหนังสือให้โรงเรียนทั้งสิ้น 6 โรง ดังนี้ โรงเรียนวัดพระธาตุพนม พนมวิทยาคาร, โรงเรียนปริยัติวัดพระธาตุพนม, วิทยาลัยสงฆ์ (มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย), โรงเรียนธาตุพนม, โรงเรียนบ้านหัวบึงทุ่ง, โรงเรียนบ้านธาตุพนม(พิทักษ์วิทยา) ศ.ดร.วิรุณ ตั้งเจริญ อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พูดถึงที่มาของโครงการทอดผ้าป่าหนังสือว่า สังคมไทยเป็นสังคมที่คุ้นเคยกับการสร้างบุญ สร้างกุศล ไปวัดทำบุญ หากแต่อยากให้ทุกคนได้หวนกลับมาคิดถึงการทำบุญอีกวิธีการหนึ่ง นั่นก็คือ ช่วยกันสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นทั่วทั้งประเทศ เพราะการสร้างบุญด้วยความรู้จะทำให้คนในชาติเป็นคนมีเหตุผล รู้จักแยกแยะอะไรถูกและอะไรผิด ทำให้คนเราฉลาดขึ้น ซึ่งแนวการสร้างบุญเพื่อให้สังคมมีความรู้ เกิดการเคลื่อนไหวทางการเรียนรู้และทำให้ทุกคนในชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ถือเป็นแนวทางหลักที่ มศว ยึดถือและจะปฏิบัติต่อไป ผศ.นงนารถ ชัยรัตน์ ผอ.สำนักหอสมุดกลางมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) บอกว่าสำนักหอสมุดกลางจะได้รับนโยบายจากทางมหาวิทยาลัยให้จัดกิจกรรมทอดผ้าป่าหนังสือโดยอนุมัติเงินจำนวน 200,000 บาทเพื่อหาซื้อหนังสือดีๆ มีคุณภาพมอบให้ห้องสมุดในแต่ละโรงเรียน ก่อนนั้นทีมสำนักหอสมุดกลางลงพื้นที่ก่อนจะมีการมอบหนังสือให้ทางโรงเรียน พบว่าสภาพห้องสมุดโรงเรียนโดยทั่วไป ตั้งแต่สถานที่ซึ่งยังเป็นสถานที่ที่ไม่เหมาะสม สิ่งสำคัญคือมีหนังสือในห้องสมุดน้อย แต่มีอยู่ 1 โรงคือ โรงเรียนบ้านหัวบึงทุ่ง มีห้องสมุดที่ดี อาจจะได้รับการสนับสนุนจากผู้บริหาร ซึ่งน่าภูมิใจที่โรงเรียนมีห้องสมุดในลักษณะนี้ เพียงแต่เจ้าหน้าที่หอสมุดกลาง มศว ไม่มีโอกาสได้ไปดูการใช้ห้องสมุดจริงๆ เพราะเท่าที่สังเกตมีหนังสือดีๆ มาก แต่ใส่ตู้ในชั้นปิด ต้องถามว่าการเก็บหนังสืออย่างนั้นสามารถหยิบอ่านหรือค้นคว้าได้ไหม ส่วนโรงเรียนอื่นๆ นั้นยังต้องปรับปรุงอีกมาก "มีหลายโรงเรียนฝากคำถามมาว่า ทำอย่างไรทางโรงเรียนจึงจะได้หนังสือดีๆ ไว้ในห้องสมุดบ้าง จึงต้องทำความเข้าใจกับโรงเรียนต่างๆว่า ทางสำนักหอสมุดกลางคงไม่สามารถสนับสนุนโรงเรียนทุกโรงได้ แต่อยากเสนอแนะว่าผู้บริหารจังหวัดควรจะเข้ามาดูแลในเรื่องนี้ ไม่ใช่ดูแลแค่เรื่องการปกครอง หรืองบประมาณด้านการก่อสร้างเพียงแค่นั้น แต่การศึกษาซึ่งเป็นการพัฒนาคนในชุมชน อำเภอ จังหวัดต้องให้ความช่วยเหลือดูแล ซึ่งงบประมาณของทางจังหวัด หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในแต่ละพื้นที่นั้นมีไม่ใช่น้อย ดังนั้นควรจัดสรรเพื่อใช้ในการศึกษาบ้าง อยากให้ผู้บริหารให้การสนับสนุนในเรื่องงบประมาณ และบุคลากรที่ลงมาดำเนินเรื่องการส่งเสริมการอ่านอย่างจริงจัง ทั้งนี้ตัวครูก็ต้องสนใจเกี่ยวกับการอ่านให้มากขึ้นด้วย" การส่งเสริมการอ่านให้นักเรียนในโรงเรียนนั้น ตัวครูต้องเริ่มอ่านก่อน ซึ่งครูคือรูปแบบ ถ้าครูไม่รักการอ่าน ไม่เป็นผู้นำด้านการอ่านหนังสือ ตลอดถึงทางบ้านไม่สนับสนุน เป็นการยากมากที่จะทำให้เด็กไทยรักการอ่าน แรงจูงใจที่จะทำให้เด็กหันมาอ่านหนังสือ จึงต้องเริ่มที่ผู้ปกครอง โรงเรียน ครู และสภาพของห้องสมุดมีส่วนจำเป็นมากในการผลักดันเรื่องการอ่านของเยาวชนไทย อย่าลืมว่าสังคมไทยไม่ใช่สังคมแห่งการอ่าน และเมื่อพูดว่าเราจะสร้างสังคมแห่งการอ่าน จึงต้องมาเริ่มต้นกันใหม่ ตั้งแต่พ่อแม่ ครูต้องเป็นนักอ่าน โรงเรียนมีวัสดุ อุปกรณ์ หนังสือใหม่ๆ เพื่อชักจูงเด็กเข้าสู่การอ่าน แม้ปัจจุบันนี้ทางโรงเรียนจะให้ความสนใจในอินเทอร์เน็ต แต่อย่าลืมว่ามันเป็นเพียงส่วนเดียวเท่านั้น ซึ่งไม่ใช่ทั้งหมดในกระบวนการส่งเสริมให้เด็กรักการอ่าน หนังสือเป็นส่วนที่จำเป็นในการส่งเสริมให้เด็กไทยเข้าสู่โลกแห่งการอ่าน
|
|