|
|
|
You are here: Home>>สีสันชีวิต>>สวรรค์ของเด็ก>>Details |
|
ครูศิลปะกับคนรุ่นใหม่ และภัยจากการสูบบุหรี่ |
|
Last
update:2006-02-21 Source :Blog |
ข่าวเรื่องบุหรี่ขึ้นราคาดูเหมือนว่าจะทำให้หน่วยงานที่ทำงานด้านการรณรงค์เรื่องการไม่สูบบุหรี่ มองว่าจะเป็นทางหนึ่งในการช่วยลดหรือสกัดกั้นให้ผู้ใหญ่และเยาวชนสูบบุหรี่น้อยลง แต่อย่างไรก็ตามยังมองว่าไม่ใช่มาตรกรเดียวที่จะทำให้นักสูบยอมเลิกสูบบุหรี่
|
ในเรื่องนี้ ผศ.อำนาจ เย็นสบาย รองอธิการบดีฝ่ายเครือข่ายการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ทำงานด้านการรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ มองว่าภาษาบุหรี่ที่สูงขึ้นเป็นเพียงส่วนเดียวเท่านั้นในการช่วยให้คนสูบบุหรี่น้อยลง แต่ไม่ใช่คำตอบเดียวเด็ดขาด อย่างไรก็ตามการรณรงค์ บอกกล่าวและให้ความรู้เกี่ยวกับบุหรี่แก่สังคมยังต้องทำต่อไปอย่างต่อเนื่องและเข้มแข็ง กรมสรรพสามิตยังบอกว่า บุหรี่ขึ้นราคาไม่ได้ทำให้รายได้ภาษีของบุหรี่น้อยลง และรัฐก็ไม่สูญเสียรายได้จากจุดนี้ ยอมแสดงให้เห็นว่าคนที่สูบอาจสูบน้อยลงแต่ก็ยังสูบ หรือบางคนก็ยังสูบเท่าเดิมแม้จะต้องควักเงินจากกระเป๋ามากขึ้นก็ตามที ตอนนี้เราเชื่อว่าพลังที่สำคัญมากที่สุดในการช่วยลดจำนวนคนสูบบุหรี่คือ การสร้างภูมิคุ้มกันให้เยาวชนรุ่นใหม่ตระหนัก และรับรู้ในเรื่องเหล่านี้ ผศ.อำนาจบอกอย่างนั้น ดังนั้น ทีมงานรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ในนามเครือข่าย มศว จะทำงานกับเด็กและเยาวชนมากขึ้น โดยเชื่อมโยงเข้าไปในงานศิลปะ ซึ่งล่าสุดได้จัดสัมมนาเรื่องการใช้ศิลปะสร้างภูมิคุ้มกันแก่เยาวชนจากการสูบบุหรี่และยาเสพติด โดยเชิญครูศิลปะจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ศิลปินอิสระและเครือข่ายครูศิลปะที่สอนเด็กในระดับมหาวิทยาลัยมาพูดคุย ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) อาจารย์นิพนธ์ ขันแก้ว ครูสอนศิลปะในโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งหนึ่ง บอกว่า ครูศิลปะไม่ปฏิรูปการสอนศิลปะ เราจึงเห็นรูปแบบเดิมๆ ในการสอนศิลปะ แต่ก็ยังมีครูที่เริ่มใช้วิธีการใหม่ๆ เข้าไปเพื่อให้เด็กเกิดกระบวนการคิด วิเคราะห์มากขึ้น อย่างไรก็ตามยังมีไม่เพียงพอ ทำอย่างไรในการสอนศิลปะแล้วแฝงข้อคิดเพื่อให้เด็กเกิดการเรียนรู้ได้ด้วยตัวเองเป็นสิ่งจำเป็นมาก ขณะที่ มงคล เปลี่ยนบางช้าง ศิลปินอิสระ ที่เดินทางไปในที่ต่างๆ เพื่อสอนศิลปะให้เด็กมองว่า การทำงานศิลปะของตัวเองนั้นจะให้อิสระแก่เด็กเต็มที่ ไม่เน้นการสอนเป็นหลัก แต่จะแจกกระดาษและสี พบว่าเด็กในชนบทมีความสุขและสนุกกับการทำงานศิลปะ พวกเขาทำงานศิลปะไม่เหมือนกับเด็กในเมือง ซึ่งหวังแต่รางวัลและใบประกาศนียบัตร พบว่าเด็กในเมืองและครูในเมืองส่วนใหญ่จะถามว่าเข้าร่วมโครงการศิลปะกับผมแล้วจะได้ใบประกาศนียบัตรหรือไม่ ผมอยากถามว่าสิ่งที่ครูและเด็กต้องการคือ ความคิดสร้างสรรค์ การเรียนรู้ หรือใบประกาศนียบัตรกันแน่? เด็กและครูห่วงแต่เรื่องใบประกาศนียบัตรมากเกินไป ถ้าถามว่าเด็กจะได้อะไรกลับไป ความคิดสร้างสรรค์ เสรีภาพทางความคิดในการเขียนงาน หรือความคิดใหม่ๆ ไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลย หากยังผูกติดกับรางวัลและประกาศนียบัตร
|
ด้าน อาจารย์อนุพงษ์ สุทธรักษ์ จากคณะศิลปกรรม มหาวิทยาลัยรังสิต บอกว่าทุกวันนี้เรามองศิลปะเปลี่ยนไปจากเดิมมาก ศิลปะในระดับมัธยมศึกษามีปัญหา ทำงานต้องมีใบประกาศเกียติคุณ ทำงานต้องได้รางวัล ที่ผ่านมาพยายามใช้ศิลปะรุกเข้าไปในชุมชน ทำโครงการศิลปะกับการรณรงค์ขึ้นมาเพื่อให้วัยรุ่นและเยาวชนมีเวที แต่ก็ต้องบอกว่าไม่ใช่เรื่องง่ายนักในการใช้ศิลปะเข้าไปรณรงค์กับกลุ่มเด็กและเยาวชน ทั้งนี้ เท่าที่ทำมา 7 8 แห่ง น่าภาคภูมิใจเราพบว่าเด็กตื่นตัวและสนใจ แต่ครูและทีมงานต้องคิดกิจกรรมที่เข้าถึงเด็ก การใช้ศิลปะบริสุทธิ์เพื่อรณรงค์ไม่ให้เด็กสูบบุหรี่ ถือเป็นโจทย์ยากมาก เด็กบางกลุ่มดูงานศิลปะแล้วไม่เข้าใจ การเรียนรู้ของเด็กยังอีกไกลมากในการเรียนรู้งานลักษณะเพียวอาร์ตหรือศิลปะบริสุทธิ์ ยากมากที่จะทำให้เด็กรู้เท่าทันภัยของบุหรี่โดยผ่านงานศิลปะบริสุทธิ์ อาจารย์อนุพงษ์บอกด้วยว่า เด็กส่วนใหญ่ไม่เข้าใจ ทำให้ต้องอธิบาย ซึ่งความจริงแล้ว ส่วนตัวคิดว่าการเสพงานศิลปะไม่ควรชี้นำด้วยการอธิบาย เด็กควรคิดได้จากการมองหรือลงมือสัมผัสมากกว่า การนำศิลปะรุกเข้าไปในพื้นที่ชุมชน ผมคิดว่าต้องสร้างสรรค์ สาระรูปแบบใหม่ๆในการสร้างกระบวนการเรียนให้เด็กและคนในชุมชนจึงจะเกิดประโยชน์ ในชุมชนมีศิลปะชุมชนของตัวเองอยู่แล้ว ก็เอาศิลปะชุมชนของตัวเองเป็นตัวเล่าเรื่อง ครูบางคนนำความรู้ศิลปะสากลเข้าชุมชน เด็กไม่มีทางเข้าใจเพราะมันยากไป สิ่งเหล่านี้ครูต้องคิดและวิเคราะห์ให้ให้ออกด้วย ประโยคสุดท้ายที่อาจารย์ทิ้งไว้คือ ทุกวันนี้ครูศิลปะทำงานยากมากขึ้น เพราะความคิดสร้างสรรค์ของเด็กไทยหยุดลงตั้งแต่ที่เด็กก้าวเข้าเรียนในโรงเรียนอนุบาลแล้ว เมื่อไม่มีความคิดสร้างสรรค์ในการทำงาน ผลงานที่จะสร้างหรือเกิดแรงบันดานใจจึงทำข้นมาในรูปแบบเดิมๆ ลอกเรียนแบบ หรือครูเป็นคนบอก เราในฐานะครูศิลปะคงต้องทำงานหนักหากจะใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือในการช่วยรณรงค์ สร้างภูมิคุ้มกันแก่เยาวชนจากการสูบบุหรี่หรือยาเสพติดชนิดอื่นๆ
| |
|