ขื่อ:

รหัสผ่าน:

ลืมรหัสผ่าน?Email:

 อัลบั้ม Bloger - Blogth: Create your Blog Now -- Blog Thailand -- Free! -- blogth.com

หน้าแรกคอลัมน์  :  อัลบั้ม Bloger  :  รูปแบบ Bloger  :  บันเทิง : รู้จักจีน  :  ชีวิตประจำวัน  :  วิทยาศาสตร์และศิลป์  :  เกมส์ Bloger  
นักประพันธ์ : ธุรกิจและการเงินกีฬา : ความรักพูดคุยทั่วไป : กระทู้ Bloger : ท่องเที่ยวรายวันบันทึกการทำงาน : สีสันชีวิต : My Blog !

ค้นหา:

Relating Article
“ใช่เลย โดนใจฉันเลย” … ยังม
ของจริง... จำเป็นต้องเรียนร
วันเด็กแห่งชาติ ผู้ใหญ่ต้อ
ปีใหม่ 2549 ขอให้เกิดมหัศจ
เด็กพิเศษ บนเวทีประชุมนานา
เด็กพิเศษ บนเวทีประชุมนานา
ครูศิลปะกับคนรุ่นใหม่ และภ
ความจริงของปรากฏการณ์ “แห่
ขอคนไทยทั้งแผ่นดิน เดินตามร
มหาวิทยาลัยชุมชน มศว ตรอน

Hot Article
เด็กๆ มีต่างๆ กันไป
สอวน.แหล่งเพาะกล้าพันธุ์ทาง
เสริมสร้างพลัง ให้ชุมชนรับผ
เรียนรู้เรื่องเงินๆ ทองๆ ที
การบำบัดด้วยศิลปะ
อะไรเป็นสาเหตุให้เด็กพูดล่
สัปดาห์ Screening Week ช่วย
วิทย์-ศิลป์ในตัวคนเราต้องม
วิทยาลัยนวัตกรรมการกีฬาและ
หยิบยื่นโอกาสจัดกิจกรรมศิล

Relating Categories
  • ความรู้เรื่องบ้าน
  • เพื่อนบ้าน
  • คนรักรถ
  • ความสุข
  • อสังหาริมทรัพย์
  • เซ็กซ์
  • Cheap Hotels Booking

    Cheap  Hosting in  Thailand

    Thai search engine

       You are here: Home>>สีสันชีวิต>>สวรรค์ของเด็ก>>Details

    ปุ่มปมต้นเหตุ “ชีวิตติดมุม”

    Last update:2006-02-21 Source :Blog

     

     

                  คุณเคยมีปัญหาบ้างไหม?
           เคยรู้สึกว่าชีวิตนี้ติดมุม ... จนมุม ไม่มีทางออกบ้างหรือไม่?
           ลองทบทวนกันดู......
           

           หลายคนอาจจะรู้สึกว่า ชีวิตทั้งชีวิตแย่มาก ตกต่ำ มีปัญหาสารพัด หรือผู้ใหญ่บางคนโดยเฉพาะคนที่เป็นพ่อแม่ อาจจะรู้สึกว่า ทำไมลูกสาว ลูกชายของตัวเองถึง “เข็นไม่ขึ้น” ได้ถึงเพียงนี้
           
           หากทบทวนให้ดี บางคนอาจเคยผ่านหรือกำลังมีประสบการณ์ ...หนีเรียน โกหกพ่อแม่ โกหกครู คบเพื่อนเกเร สูบบุหรี่ ดื่มเหล้า ติดผู้หญิง ซิ่งมอเตอร์ไซด์ ไม่อยากกลับบ้าน ติดยา ติดเกม เชื่อเพื่อนมากกว่าพ่อแม่ผู้ปกครอง ชิงทรัพย์ ลักทรัพย์ ทำร่ายร่างกายคนอื่น ขืนใจผู้หญิงและค่อยๆ คบเพื่อนกลุ่มใหญ่ขึ้นๆ
           
           ผลสุดท้าย “ชีวิตติดมุม” ถูกจับ ! ถ้าอยู่ในวัยเด็กหรือเยาวชนก็ต้องเข้าสู่สถานที่ ซึ่งเรารู้จักดีในนามของ “สถานพินิจ”
           

           เมื่อพูดถึงสถานพินิจ หลายคนอาจจะคิดว่า มีแต่เด็กเลว เกเร มีปัญหา “น่ากลัวอย่าได้เหยียบย่างเข้าไปเด็ดขาด”
           
           
    “คนในสังคมมีมุมมองที่ไม่ดีต่อสถานพินิจ” เป็นคำพูดของ สิทธิพงษ์ วัฒนธรรม “โก๋” นิสิตชั้นปีที่ 2 วิชาเอกแนะแนว คณะศึกษาศาสตร์ ตัวแทนกลุ่มเด็กต๋า ซึ่งทำงานวิจัยเรื่อง “มุมมองใหม่ในสถานพินิจ” เอ่ยประโยคแรกขึ้น
           
           จากจุดนี้เองที่ทำให้โก๋และเพื่อนๆ ในกลุ่มตัดสินใจลงพื้นที่ทำงานชิ้นนี้ทันที เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งในวิชาบูรณาการ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของวิชาบังคับพื้นฐานที่นิสิตทุกคนต้องลงทะเบียนเรียนถือเป็นวิชาบังคับ
           
           ศุฑามาศ ศรีสว่าง “ป๊อป” เรียนสาขาเดียวและคณะเดียวกับโก๋ พูดขึ้นว่า “การลงพื้นที่ทำงานวิจัยชิ้นนี้ มันมีคุณค่ากับชีวิตมาก เหมือนเราเป็นกบในกะลา ไม่น่าเชื่อว่าจะมีชีวิตในลักษณะนี้เกิดขึ้นในสังคมไทย”
           
           เชื่อไหมว่า !ชีวิตของน้องในสถานพินิจบางคนเพียบพร้อมทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นฐานะ เงินทอง พ่อแม่ แต่เขาต้องติดมุมเข้าในในสถานพินิจเป็นเพราะความคะนอง สิ่งยั่วยุจากสังคม บางคนเป็นคนดีเรียนเก่ง แต่ทำผิดเพราะต้องการประชดพ่อแม่ เชื่อจากพ่อแม่รักน้องมากกว่า เด็กเป็นคนคิดมาก ขี้น้อยใจ
           
           “เกิดจากปมอิจฉาที่ครอบครัวสร้างให้เขา โดยที่ครอบครัวแทบไม่รู้ตัว”
           

           เมื่อเด็กหรือเยาวชนทำผิด สิ่งแรก คนจะนึกถึงแต่ “รูปคดี”
           

           โก๋บอกว่า ความจริงแล้วเราควรมองต้นเหตุ สาเหตุของปัญหา แต่คนจำนวนมากไม่มองตรงนี้ ส่วนใหญ่มองที่ปลายเหตุ พอมีเด็กคนหนึ่งถูกจับในกรณี “รุมโทรมผู้หญิง”สังคมจะมองว่า “เด็กคนนี้ต้องเลวมาก” แต่เคยมองให้ลึกลงไปบ้างหรือไม่ว่า “เขาทำเช่นนั้นเพราะอะไร?”
           

           ป๊อปเล่าต่อ ...เด็กบางคนไม่ได้ลงมือกระทำ แต่คำว่าข้อหาหรือสาเหตุการกระทำผิดมาตีตราเด็กคนนั้นในข้อหา “รุมโทรม”
           

           กลุ่มของโก๋และป๊อป ลงพื้นที่ ศูนย์แรกรับเด็กและเยาวชนบ้านเมตตา สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานคร
           
           ...ที่นี่เป็นสถานแรกรับที่เด็กทุกคนในกรุงเทพฯ เมื่อทำผิดจะถูกนำมาที่นี้ คดีของเด็กและเยาวชนทุกคดีจะถูกนำมายังสถานที่แห่งนี้ โดยแบ่งเป็นกลุ่มเสพและกลุ่มเสี่ยง กลุ่มเสพคือเด็กที่เสพยาเสพติด ส่วนกลุ่มเสี่ยงจะเป็นปัญหาด้านอื่นๆ อาทิ รุมโทรม ลักขโมย ฆ่าคน ทำร้ายร่างกาย ปล้น จี้ สารพัดปัญหา
           
           ก่อนที่จะศึกษาและลงพื้นที่ทำงานวิจัยชิ้นนี้ ทุกคนในกลุ่มเด็กต๋า มองปัญหาเด็กและเยาวชนว่า เป็นเรื่องไกลตัว “ทำไมสังคมยุคปัจจุบันนี้ถึงแย่ขนาดนี้ และมองเด็กที่ทำผิดเป็นเด็กแย่ เด็กไม่ดี เด็กเลว เราถูกสังคมหล่อหลอมให้คิดเช่นนั้น” โก๋และป๊อปสะท้อนความคิดเดิม
           
           “มีทางดีๆ ให้เดินมากมายทำไม่ไม่ยอมเดิน ทำไมต้องเลือกทางเดินชีวิต ในทางที่แย่ๆ ด้วย” เป็นเสียงสะท้อนของโก๋ที่มีต่อเด็กและเยาวชนที่ทำผิดก่อนลงพื้นที่ทำงานวิจัย
           
           แต่พอได้ทำงานวิจัย ลงพื้นที่จริง ได้คุย ฟังน้องๆ ในสถานพินิจเล่าประสบการณ์ ทำให้มองเห็นเบื้องหลัง ภูมิหลัง ต้นเหตุ สาเหตุลึกๆ มาจากไหนและสรุปได้ว่า “สิ่งแวดล้อมรอบตัวเด็กสำคัญมาก”
           
           อันดับหนึ่ง เพื่อนชักชวน เด็กจำนวนมากไม่มีที่พักพิง ไม่มีที่พึ่งจากครอบครัว
           
           อันดับสอง ครอบครัว
           

           อันดับสาม สิ่งแวดล้อมชุมชน สภาพบ้านเรือน การอยู่ในแหล่งเสื่อมโทรม ชุมชนแออัดมีส่วนทำให้เด็กกระทำผิดได้ เด็กเห็นบ่อยๆ เขาจะเห็นการกระทำบางอย่างเป็นเรื่องธรรมดา
           
           ลองหลับตา นึกดูว่า...ถ้าเด็กคนหนึ่งเดินอยู่ในชุมชนแออัดทุกวัน มีคนส่งยาเสพติดอยู่ใกล้ๆ บ้าน มีการเล่นพนัน เขาเห็นจนชินตาบางคนพ่อแม่ พี่น้องคนในครอบครัวกระทำ ย่อมมีส่วนทำให้เด็กเข้าสู่วงจรอุบาทว์ สุดท้ายชีวิตตัวเองต้องติดมุม
           
           โก๋และป๊อปตลอดถึงสมาชิกทุกคนในกลุ่มเด็กต๋า หวังว่า...ปัญหาเด็กและเยาวชนไม่ได้เกิดจากสาเหตุแต่มีต้นเหตุที่ทำให้เด็กได้กระทำสิ่งต่างๆจนเกิดเป็นคดีความขึ้น นอกจากนี้พวกเราอยากให้สังคมเปิดกว้าง มองเข้าไปลึกๆว่า อะไร ? ทำให้เด็กกระทำการเช่นนั้น เมื่อช่วยกันมองแล้วต้องช่วยกันแก้ปัญหาด้วย
           
           
    “ไม่อยากให้สังคมไทยคาดหวังว่าสถานพินิจเพียงสถานที่เดียว จะช่วยขัดเกลาเด็กให้เปลี่ยนแปลงตัวเอง เป็นคนดีขึ้นมาได้ จากที่พวกเราลงพื้นที่ พวกเรามองว่าสถานพินิจคือที่พักระหว่างการดำเนินคดีเท่านั้น คนส่วนใหญ่ยังมองว่าเมื่อนำเด็กเข้าไปในสถานพินิจแล้ว เด็กจะดีออกมา ขอบอกว่าไม่ใช่ ต้องมองบนฐานความจริง เพราะการที่เด็กคนหนึ่งจะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้นั้นต้องถูกหล่อหลอมจากสภาพแวดล้อมจากข้างนอกด้วย ไม่ใช่เพียงแค่สถานพินิจเพียงสถานที่เดียว”
           
           โก๋ทิ้งท้ายไว้น่าสนใจว่า...บางครอบครัวพูดว่า...ปล่อยมันไป ! ปล่อยให้มันไปติดคุกติดตะรางเสียบ้าง ให้รู้สึกเสียบ้างว่าเป็นอย่างไร จะได้รู้สึกตัว ดัดสันดาน! “เลิกเถอะครับ” อย่าใช้คำพูดอย่างนั้น เป็นการทำลายกำลังใจและกระตุ้นให้เด็กกระทำผิดอีก เขาจะไม่สนใจครอบครัวในเมื่อครอบครัวไม่สนใจ เขาจะต้องสนใจใครอีก คนใกล้ตัวยังไม่มองเขาเลย แล้วเขาจะต้องมองใคร

     

     

     

    [Top] [Tell Friend] [View Comment]
     

    Relating Article

    “ใช่เลย โดนใจฉันเลย” … ยังมีอะไรมากกว่านั้น
    ของจริง... จำเป็นต้องเรียนรู้
    วันเด็กแห่งชาติ ผู้ใหญ่ต้องมีใจ เมตตา กรุณา อุเบกขา
    ปีใหม่ 2549 ขอให้เกิดมหัศจรรย์แห่งชีวิต
    เด็กพิเศษ บนเวทีประชุมนานาชาติ

    Post Comment!

    ขื่อ: รหัสผ่าน: Hidden Post   ลงทะเบียนใหม่ 

    Create a new account!

    ขื่อ:

    รหัสผ่าน:

      Blog เป็นการใช้งานเว็บไซต์ของคุณแบบง่ายๆซึ่งคุณสามารถ
    โพสต์ข้อความหรือรูปภาพได้ทันทีและสามารถพูดคุยโต้ตอบกันได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

    หน้าแรกคอลัมน์  :  อัลบั้ม Bloger  :  รูปแบบ Bloger  :  บันเทิง : รู้จักจีน  :  ชีวิตประจำวัน  :  วิทยาศาสตร์และศิลป์  :  เกมส์ Bloger  
    นักประพันธ์ : ธุรกิจและการเงินกีฬา : ความรักพูดคุยทั่วไป : กระทู้ Bloger : ท่องเที่ยวรายวันบันทึกการทำงาน : สีสันชีวิต : My Blog !

    ค้นหา:

    All rights reserved. Privacy Policy - Terms of Service - Copyright Policy

    Copyright © 2005 blogth.com