ขื่อ:

รหัสผ่าน:

ลืมรหัสผ่าน?Email:

 อัลบั้ม Bloger - Blogth: Create your Blog Now -- Blog Thailand -- Free! -- blogth.com

หน้าแรกคอลัมน์  :  อัลบั้ม Bloger  :  รูปแบบ Bloger  :  บันเทิง : รู้จักจีน  :  ชีวิตประจำวัน  :  วิทยาศาสตร์และศิลป์  :  เกมส์ Bloger  
นักประพันธ์ : ธุรกิจและการเงินกีฬา : ความรักพูดคุยทั่วไป : กระทู้ Bloger : ท่องเที่ยวรายวันบันทึกการทำงาน : สีสันชีวิต : My Blog !

ค้นหา:

Relating Article
S.E.C.เมินมอเตอร์โชว์จัดงา
เปอโยต์ 407 คูเป้ สัมผัสก่
ชมรถสวย "มอเตอร์โชว์"
ทุ่มพันล้านจัดมอเตอร์โชว์
แอคคอร์ด ใหม่ มาแล้ว!พร้อมค
แลมบอร์กินี มูร์ซิเอลาโก แอ
จีเอ็มจำใจโล๊ะหุ้นซูซูกิ
ไฮบริดรุ่งโตโยต้าเพิ่มผลิต
อี-คลาสไมเนอร์เชนจ์มาแน่
Honda Civic Type-R สานตำนาน

Hot Article
S.E.C.เมินมอเตอร์โชว์จัดงา
เมย์ - พิชญ์นาฎ : รถคือบ้า
“เวสป้า” กระแส หรือ ใจรัก
BMW 501 : นกอินทรีทรงเสน่ห
Morgan 1958 “คนไทยก็ทำได้”
Chevrolet Truck ปี 1941 ปิ
Toyota Celica GT ตำนานสปอร์
Lotus Esprit รถคันนี้ดำน้ำไ
Classic Car : BMW 2002tii
1906 Cadillac Model M : รถ

Relating Categories
  • ความรู้เรื่องบ้าน
  • เพื่อนบ้าน
  • ความสุข
  • อสังหาริมทรัพย์
  • สวรรค์ของเด็ก
  • เซ็กซ์
  • สีสันชีวิตคู่
  • Cheap Hotels Booking

    Cheap  Hosting in  Thailand

    Thai search engine

       You are here: Home>>สีสันชีวิต>>คนรักรถ>>Details

    ความรู้เรื่องรถ

    Last update:2006-06-22 Source :Blog

    ความรู้เรื่องรถ

    เกร็ดเล็กๆน้อยๆ

    หัวเทียน
    หัวเทียนนับว่าเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญมาก ๆ เพราะระบบจุดระเบิดจะทันสมัยขนาดไหน แต่ถ้าหัวเทียนไม่มีคุณภาพก็ไม่มี ประโยชน์ โดยปรกติหัวเทียนจะทำงานที่อุณหภูมิ 2,500 องศาเซลเซียส และ ที่ความดัน 50 กิโลกรัม ต่อ 1 ตารางเซนติเมตร ซึ่งผู้ใช้ควรศึกษาว่าหัวเทียนของรถที่ใช้อยู่มีอายุการใช้งานนานเท่าไร โดยถ้าหัวเทียนยังอยู่ในอายุการใช้งานก็ไม่จำเป็น ต้องเปลี่ยนหัวเทียนใหม่ แต่ผู้ใช้จะต้องถอดหัวเทียนออกมาเพื่อทำความสะอาด
    หัวเทียน เพื่อให้ระบบจุดระเบิดของ เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    โครงสร้างของหัวเทียน
    1. ส่วนที่เป็นลอนเหมือนลูกฟูก มีประโยชน์ในด้านของการแผ่กระจายความร้อน
    2. ส่วนที่มีลักษณะคล้ายกระเบื้อง ส่วนใหญ่จะเป็นซารามิค ซึ่งมีคุณสมบัติ ทนต่ออุณหภูมิ และแรงดันไฟฟ้าสูง ๆ และทนการสั่นสะเทือนการสึกกร่อนได้ดี
    3. แกนทองแดง ทำด้วยทองแดงหรือท่อนเหล็ก ทำหน้าที่เป็นแกนกลาง เชื่อมระหว่าง
    ท้ายหัวเทียน หรือบริเวณที่เสียบหัวเทียนกับขั้วกลางของหัวเทียน ช่วยในการนำความร้อนเพื่อไม่ให้ปลายขั้วกลางร้อนเกินไป
    4. ช่องว่างระหว่างฉนวนปลายเขี้ยวกับส่วนด้านในของเกลียวของหัวเทียน ทำหน้าที่สำคัญในการ จุดระเบิด ซึ่งผู้ใช้จะต้องดูแลรักษาทำความสะอาดให้เขี้ยวไม่มีคราบสกปรกติดอยู่
    5. ขั้วกลาง ทำจากโลหะผสมพวกนิเกิ้ลอัลลอย ทนต่อสภาพสึกกร่อน และ ความร้อนสูง ๆได้ดีทำหน้าที่เป็นขั้วบวกในการจุดประกายไฟฟ้า

    วิธีการถอดเปลี่ยนหัวเทียน
    1. ก่อนทำการเปลี่ยนหัวเทียน ต้องตรวจดูว่าสวิทซ์กุญแจอยู่ที่ตำแหน่ง off และดึงเบรคมือไว้
    2. ควรเลือกใช้ประแจให้เหมาะกับขนาดของหัวเทียน ไม่เช่นนั้นอาจทำให้หัวเทียนเสียหายได้
    3. ถอดตัวยึดสายหัวเทียนหรือหัวเทียนออก
    4. ถอดสายหัวเทียนออกจากหัวเทียน ขณะถอดควรจับที่ขั้วหัวเทียนแล้วดึงออก อย่าดึงที่
    สายหัวเทียน เพราะจะทำให้ขั้วหัวเทียนหลุดได้ เมื่อถอดเรียบร้อยแล้ว ควรทำเครื่องหมายหัวเทียน ทุกเส้น เพื่อเวลาใส่กลับจะได้ใส่กลับได้ถูกต้อง
    5. ถอดหัวเทียนด้วยประแจสำหรับถอดหัวเทียน
    6. ทำความสะอาดที่เขี้ยวหัวเทียน และใช้ฟิลเลอร์เกจตรวจระยะห่างระหว่างเขี้ยวหัวเทียนเพื่อปรับแต่งระยะทางให้ได้มาตรฐาน

    7. ใส่หัวเทียนลงไป และหมุนด้วยมือก่อนหลาย ๆ รอบ แล้วจึงใช้ประแจขันหัวเทียนให้แน่น
    แต่อย่าแน่นจนเกินไป ควรขันหัวเทียนให้แน่นประมาณ 2.0 - 3.0 กก.-ม.
    8. ต่อสายหัวเทียนกลับเข้าที่ให้ตรงตามตำแหน่งที่ถอดออกมา โดยจับที่ขั้วแล้วกดลงไปที่
    ตัวหัวเทียนให้แน่น
    9. ประกอบสิ่งที่ได้ถอดออกมาแล้วทั้งหมดกลับเข้าที่


    หลอดไฟหน้า
    เมื่อเกิดปัญหาไฟหน้าไม่ติด หรือหลอดไฟไม่สว่าง ก่อนที่จะไปเสียเงินซ่อม สิ่งที่ผู้ใช้ควรที่
    จะตรวจสอบจุดแรก คือ แผงฟิวส์โดยเฉพาะตัวเมน ต่อมาก็ที่สวิตซ์ไฟ โดยเฉพาะรถที่ใช้สวิตซ์
    ไฟใหญ่โดยไม่ผ่านตัวรีเลย์ สุดท้ายก็ที่สายไฟ และ ตามขั้วหลอดไฟ

    หลอดไฟหมดอายุ
    ผู้ใช้สามารถสังเกตว่าหลอดไฟหมดอายุหรือไม่ โดยดูจากความสว่างของหลอดไฟ ซึ่งกรณีนี้
    ไม่สามารถซ่อมแซมให้สว่างขึ้นได้ต้องทำการเปลี่ยนหลอดไฟใหม่เท่านั้น แต่คุณสามารถ
    เก็บหลอดไฟเก่าไว้ได้ เพื่อใช้ในยามฉุกเฉิน

    การเพิ่มกำลังส่องสว่างของไฟหน้า
    เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางของผู้ขับขี่ โดยการเปลี่ยนหลอดไฟให้มีกำลังส่องสว่างมากขึ้น
    หรือจำนวนวัตต์มากขึ้นนั่นเองซึ่งในปัจจุบันจะมีหลอดฮาโลเจน สำหรับรถรุ่นใหม่ ๆ
    ส่วนรถรุ่นเก่าก็สามารถเพิ่มกำลังเป็น 80/100 วัตต์ได้โดยไม่ต้องดัดแปลงขั้วหลอด
    สำหรับรถรุ่นเก่าที่ต้องการใช้หลอดฮาโลเจน จะต้องเปลี่ยนสายไฟและสะพานไฟใหม่
    คุณจะต้องติดสวิตซ์และรีเลย์สวิตซ์เพิ่ม เพื่อป้องกันความร้อนจากกำลังไฟที่ใช้ของหลอดฮาโลเจน
    ส่วนวิธีการติดตั้งของหลอดฮาโลเจน คงต้องพึ่งร้านติดตั้งหลอดไฟ

    การเปลี่ยนหลอดไฟ
    ข้อควรระวังในการเปลี่ยนหลอดไฟคือ จะต้องถอดขั้วลบของขั้วแบตเตอรี่ออกก่อนทุกครั้ง
    ถ้ามีการเพิ่มขนาดของหลอดไฟจะต้องตรวจสอบขั้วของหลอดไฟ สายไฟ และ สวิตซ์ที่ใช้
    ควบคุมหลอดไฟว่าสามารถรับกำลังไฟฟ้าของหลอดไฟที่เพิ่มขึ้นได้

    ที่ปัดน้ำฝน
    เมื่อใบปัดน้ำฝนสกปรก คุณสามารถถอดทำความสะอาดได้โดยการดึงก้านปัดน้ำฝนขึ้น และ
    ปลดปุ่มล็อคใบปัดน้ำฝนออก เมื่อทำความสะอาดเสร็จแล้ว จะต้องสังเกตสัญลักษณ์ "R" (ข้างขวา)
    และ "L" (ข้างซ้าย) และใส่กลับเข้าไปให้ถูกข้างด้วยมิฉะนั้นที่ปัดน้ำฝนของคุณจะทำงาน
    ไม่ปรกติ และจะมีเสียงเวลาใช้งาน

     

     

     

    [Top] [Tell Friend] [View Comment]
     

    Relating Article

    S.E.C.เมินมอเตอร์โชว์จัดงานชนเยื้องไบเทค
    เปอโยต์ 407 คูเป้ สัมผัสก่อนใครในเอเชีย
    ชมรถสวย "มอเตอร์โชว์"
    ทุ่มพันล้านจัดมอเตอร์โชว์ ปลุกตลาดรถคึกสู้มรสุม
    แอคคอร์ด ใหม่ มาแล้ว!พร้อมความหรูแบบสปอร์ต

    Post Comment!

    ขื่อ: รหัสผ่าน: Hidden Post   ลงทะเบียนใหม่ 

    Create a new account!

    ขื่อ:

    รหัสผ่าน:

      Blog เป็นการใช้งานเว็บไซต์ของคุณแบบง่ายๆซึ่งคุณสามารถ
    โพสต์ข้อความหรือรูปภาพได้ทันทีและสามารถพูดคุยโต้ตอบกันได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

    หน้าแรกคอลัมน์  :  อัลบั้ม Bloger  :  รูปแบบ Bloger  :  บันเทิง : รู้จักจีน  :  ชีวิตประจำวัน  :  วิทยาศาสตร์และศิลป์  :  เกมส์ Bloger  
    นักประพันธ์ : ธุรกิจและการเงินกีฬา : ความรักพูดคุยทั่วไป : กระทู้ Bloger : ท่องเที่ยวรายวันบันทึกการทำงาน : สีสันชีวิต : My Blog !

    ค้นหา:

    All rights reserved. Privacy Policy - Terms of Service - Copyright Policy

    Copyright © 2005 blogth.com