ขื่อ:

รหัสผ่าน:

ลืมรหัสผ่าน?Email:

 อัลบั้ม Bloger - Blogth: Create your Blog Now -- Blog Thailand -- Free! -- blogth.com

หน้าแรกคอลัมน์  :  อัลบั้ม Bloger  :  รูปแบบ Bloger  :  บันเทิง : รู้จักจีน  :  ชีวิตประจำวัน  :  วิทยาศาสตร์และศิลป์  :  เกมส์ Bloger  
นักประพันธ์ : ธุรกิจและการเงินกีฬา : ความรักพูดคุยทั่วไป : กระทู้ Bloger : ท่องเที่ยวรายวันบันทึกการทำงาน : สีสันชีวิต : My Blog !

ค้นหา:

Relating Article
ตารางคำนวณแรงม้า (Hot
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับโช้ค
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับผ้าด
ดูแลหัวฉีด และระบบจุดระเบิด
ความรู้ของผู้ใช้รถป้ายแดง
ความรู้เรื่องรถ
S.E.C.เมินมอเตอร์โชว์จัดงา
เปอโยต์ 407 คูเป้ สัมผัสก่
ชมรถสวย "มอเตอร์โชว์"
ทุ่มพันล้านจัดมอเตอร์โชว์

Hot Article
ตารางคำนวณแรงม้า (Hot
จี๊ป แรงเลอร์ ตัวลุยร่างเล
อ๋อม - สกาวใจ : เบนซ์อี -
เฟอร์รารี่ 599 จีทีบี สานต
แลนด์โรเวอร์รับมอเตอร์โชว์
'โตโยต้า'จูบปาก'จีเอ็ม'ยันจ
เมย์ - พิชญ์นาฎ : รถคือบ้า
“เวสป้า” กระแส หรือ ใจรัก
BMW 501 : นกอินทรีทรงเสน่ห
Morgan 1958 “คนไทยก็ทำได้”

Relating Categories
  • ความรู้เรื่องบ้าน
  • เพื่อนบ้าน
  • ความสุข
  • อสังหาริมทรัพย์
  • สวรรค์ของเด็ก
  • เซ็กซ์
  • สีสันชีวิตคู่
  • Cheap Hotels Booking

    Cheap  Hosting in  Thailand

    Thai search engine

       You are here: Home>>สีสันชีวิต>>คนรักรถ>>Details

    เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินบนถนน จะทำอย่างไร

    Last update:2006-06-28 Source :Blog

    เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินจากรถยนต์บนถนน จะทำอย่างไร
        ขณะขับรถยนต์บนท้องถนนอาจเกิดเหตุฉุกเฉินที่คาดไม่ถึงได้ตลอดเวลา ถ้าท่านเป็นผู้ขับขี่ที่มีความระมัดระวัง และสามารถจัดการกับปัญหาสถานการณ์ได้อย่างถูกต้อง
    ก็จะสามารถป้องกันอุบัติเหตุอันจะนำไปสู่ความสูญเสียได้ มีปัญหาหลายอย่างที่ผู้ขับขี่อาจจะประสบอย่างคาดไม่ถึงขณะขับขี่บนถนนไม่ว่าจะเป็นปัญหาสตาร์ทไม่ติด คันเร่ง
    ไม่ดีดกลับ ยางแบน หรือกระจกบังลมหน้าแตก ฯลฯ ถ้าท่านทราบวิธีแก้ไขเบื้องต้นก็จะไม่ต้องทำให้เสียเวลาและเสียเงิน แต่ทางที่ดีนั้นเจ้าขงรถยนต์ ทุกท่านควรที่จะหมั่น
    ดูแลรักษาและตรวจสภาพ ความเรียบร้อย ของรถให้มีความพร้อม ใช้งานอยู่เป็นประจำ
        การพ่วงแบตเตอรี่
         ปัญหาฉุกเฉินอย่างหนึ่งที่ผู้ใช้รถมักจะประสบอยู่บ่อย ๆ คือแบตเตอรี่ ไฟหมดสาเหตุอาจเกิดขึ้นได้หลายประการ เช่น
           - ลืมปิดไฟสว่างทิ้งไว้
           - ใช้รถในระยะสั้น ๆ หรือจอดทิ้งไว้นานเกินไป
           - แบตเตอรี่ เสื่อมสภาพ หรือ ชำรุด
           - สตาร์ทเครื่องยนต์บ่อยเกินไป จนแบตเตอรี่จ่ายไฟจนหมด
        วิธีการพ่วงแบตเตอรี่
           1. เปิดฝากระโปรงขึ้น และตรวจดูสภาพภายนอกของแบตเตอรี่ว่าไม่มีสิ่งผิดปกติ
           2. ปิดสวิตซ์อุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมด เช่น เครื่องทำความร้อน เครื่องปรับอากาศ ระบบเครื่องเสียงไฟแสงสว่าง ฯลฯ เลื่อนคันเกียร์ไปที่ตำแหน่งเกียร์ว่าง หรือ ( N ) หรือ
    ( P ) แล้วใส่เบรกมือ
           3. คันสายพ่วงข้างหนึ่งลงที่ขั้วบวก ( + ) ของแบตเตอรี่ที่นำมาพ่วงแล้วคันปลายสายอีกข้างหนึ่งไว้กับขั้วบวก ( + ) ของแบตเตอรี่รถท่าน
           4. คันสายพ่วงข้างหนึ่งลงที่ขั้วลบ ( - ) ของแบตเตอรี่ที่นำมาพ่วงแล้วคีบปลายสายอีกข้างหนึ่งไว้กับสายดินที่ติดอยู่กับเครื่องยนต์ อย่าคีบปลายสายด้านนี้เข้าส่วนอื่น ๆ
    ของเครื่องยนต์หรือตัวถังรถ
           5. ถ้าแบตเตอรี่ที่นำมาพ่วงอยู่ในรถอีกคันหนึ่งให้ผู้ช่วยสตาร์ทเครื่องยนต์ของรถคันนั้นแล้วเร่งเครื่องไว้
           6. สตาร์ทรถของท่านถ้ามอร์เตอร์ยังทำงานช้าอยู่ตรวจสอบสายพ่วงว่าจุดต่อแน่นในลักษณะโลหะสัมผัสโลหะหรือไม่
           7. เมื่อเครื่องยนต์ติดปลดสายพ่วงด้านขั้วลบ ( - ) ออกจากรถท่านก่อนแล้วจึงปลดด้านแบตเตอรี่ที่นำมาพ่วง ถอดสายพ่วงด้านขั้วบวก ( + ) ออกจากรถท่านแล้วจึงปลดออกจากแบตเตอรี่ที่นำมาพ่วง
        ถ้าคันเร่งไม่ดีดกลับ
        ถ้าคันเร่งไม่ดีดกลับในระหว่างการขับขี่ สำหรับกรณีที่ถนนโล่งให้ใช้ปลายเท้างัดขึ้นอย่างระมัดระวังแต่ในขณะขับขี่นั้นต้องไม่มีรถแล่นอยู่ด้านหน้า ถ้าไม่มีเวลาพอให้ปิด
    สวิตท์กุญแจ ดันเกียร์ไปตำแหน่งเกียร์ว่างหรือเหยียบแป้นคลัชแล้วค่อย ๆ เหยียบเบรคกดสวิตท์ไฟฉุกเฉินก่อนจะนำรถเข้าไหลทางด้านซ้าย การปิดสวิตท์กุญแจต้องใช้
    ความระมัดระวังเป็นพิเศษเพราะอาจเป็นอันตรายอย่างยิ่ง ถ้าปิดสวิตท์กุญแจมากเกินไปหรือดึงกุญแจออกจากสวิตท์เลย พวงมาลัยจะล็อค
        ถ้าเบรคไม่ทำงาน
        ให้เหยียบย้ำลงบนแป้นเบรค เร็ว ๆ หลาย ๆ ครั้งในขณะเดียวกันก็ดึงเบรคมือขึ้นจนสุด และให้เครื่องยนต์ช่วยเบรคโดยเปลี่ยนเกียร์ลงสู่ตำแห่งเกียร์ต่ำพร้อมกับกดแตร
    เพื่อเตือนผู้ขับขี่คันอื่นและคนเดินเท้า ตัดสินใจให้แน่นอนว่าจะนำรถท่านไปทางใด หรืออาจหยุดรถโดยการใช้ข้างรถครูดเข้ากับขอบทางรั้วกั้นทางในกรณีที่ไม่มีการหลีก
    เลี่ยงวิธีนี้จะทำให้เกิดการบาดเจ็บน้อยกว่าการชนด้านหน้า ในการขับขี่นั้นคงไมมีอะไรเป็นอันตรายไปกว่ากรณีของเบรคไม่ทำงาน ก่อนขับขี่จึงควรตรวจสอบระบบเบรคทุก
    ครั้ง และระมัดระวังไม่ให้เบรคร้อนเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งขณะขับขี่ขึ้นลงเขา
        ยางแบน
        รถจะวิ่งส่ายไปมาถ้ายางหลังแบน และถ้ายางหน้าแบนรถจะไถลไปด้านใดด้านหนึ่งในกรณีนี้ถ้าผู้ขับขี่เบรคอย่างกระทันหันรถอาจจะพลิกคว่ำหรือหมุนได้ ควรจับพวง-
    มาลัยไว้ให้มั่นขณะที่พยายามประคองรถให้วิ่งตรงไปข้างหน้าแล้วค่อย ๆ นำรถเข้าไหล่ทางอย่างช้า ๆ ระหว่างนั้นต้องระมัดระวังรถที่ตามมาด้านหลังด้วย และควรเปลี่ยน
    ยางในที่ปลอดภัย
        เมื่อกระจกบังลมหน้าแตก
        ให้ค่อย ๆ นำรถเข้าไหลทางอย่างระมัดระวังรถที่ตามมาด้านหลัง ถ้าจำเป็นต้องขับต่อไปให้ลดความเร็วลงและพยามแกะเศษกระจกที่แตกอยู่ตรงหน้าให้มากที่สุดเท่าที่
    จะทำได้เพื่อป้องกันไม่ให้เศษกระจกหล่นใส่ภายหลัง ปิดกระจกข้างทุกบานขับใช้ความเร็วต่ำ ขณะขับขี่พยามหลีกเลี่ยงหิน ดิน ทราย หรือวัสดุอื่นที่ไม่น่าปลอดภัยเพื่อเลี่ยง
    อันตรายที่จะเกิดขึ้น

     

     

     

    [Top] [Tell Friend] [View Comment]
     

    Relating Article

    ตารางคำนวณแรงม้า (Hot
    ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับโช้คอัพ
    ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับผ้าดิสก์เบรก
    ดูแลหัวฉีด และระบบจุดระเบิด
    ความรู้ของผู้ใช้รถป้ายแดง

    Post Comment!

    ขื่อ: รหัสผ่าน: Hidden Post   ลงทะเบียนใหม่ 

    Create a new account!

    ขื่อ:

    รหัสผ่าน:

      Blog เป็นการใช้งานเว็บไซต์ของคุณแบบง่ายๆซึ่งคุณสามารถ
    โพสต์ข้อความหรือรูปภาพได้ทันทีและสามารถพูดคุยโต้ตอบกันได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

    หน้าแรกคอลัมน์  :  อัลบั้ม Bloger  :  รูปแบบ Bloger  :  บันเทิง : รู้จักจีน  :  ชีวิตประจำวัน  :  วิทยาศาสตร์และศิลป์  :  เกมส์ Bloger  
    นักประพันธ์ : ธุรกิจและการเงินกีฬา : ความรักพูดคุยทั่วไป : กระทู้ Bloger : ท่องเที่ยวรายวันบันทึกการทำงาน : สีสันชีวิต : My Blog !

    ค้นหา:

    All rights reserved. Privacy Policy - Terms of Service - Copyright Policy

    Copyright © 2005 blogth.com