|
|
|
You are here: Home>>สีสันชีวิต>>อสังหาริมทรัพย์>>Details |
|
บ.เอเจนซี่ ฯคาดตลาดอสังหาริมทรัพย์ปีนี้ชะลอตัว |
|
Last
update:2006-02-15 Source :Blog |
 |
ผลประเมินการก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์ปีนี้คาดว่าจะชะลตัวจากปีที่แล้วเหตุราคาน้ำมัน-วัสดุก่อสร้าง และอัตราดอกเบี้ยที่แพงขึ้น ในขณะที่ยังไม่มั่นใจว่าเมกะโปรเจกต์จะเกิดขึ้นเส้นทางใดที่แน่ชัด เตือนผู้ซื้อระวังการเก็งกำไร แนะรัฐเร่งออกเอสโครว์แอคเคาท์ ลดความเสี่ยงเงินดาวน์ของผู้บริโภค วันนี้(25 ม.ค.)นายโสภณ พรโชคชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัทเอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส แถลงทิศทางตลาดที่อยู่อาศัย 2549 ว่า ในแง่ของปริมาณคาดว่าจะลดลงจากปี 2548 ประมาณร้อยละ 5-10 ส่วนในแง่มูลค่าคาดว่าจะลดลงประมาณร้อยละ 10-15 โดยในส่วนนี้ไม่ได้มีการพิจารณาจากโครงการเมกะโปเจกต์ เนื่องจากยังไม่มีความชัดเจนว่า เส้นทางรถไฟฟ้าจะเกิดขึ้นแน่นอน ที่ไหนเมื่อใด ซึ่งหากภาครัฐมีความชัดเจนและเริ่มลงทุน ขยายเส้นทางรถไฟฟ้าจาก 30 กิโลเมตร ในปัจจุบันเป็นประมาณ 300 กิโลเมตร ก็คาดว่าอสังหาริมทรัพย์จะขยายตัวอีกมาก สำหรับปัจจัยที่ทำให้อสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ชะลอตัวลง ไม่ได้เกิดจากเศรษฐกิจชะลอตัว แต่เกิดจากอสังหาริมทรัพย์เก่ายังมีเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก ปัญหาเรื่องอัตราดอกเบี้ยแพง ปัญหาต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่แพงขึ้น และราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยลบ อย่างไรก็ตามในขณะนี้เรื่องการเก็งกำไรอสังหาริมทรัพย์เริ่มกลับมาโดยจะเห็นได้จากการเปิดตัวอาคารชุด หรือคอนโดมิเนียมราคาปานกลางในพื้นที่ใกล้เส้นทางรถไฟฟ้าจะถูกจองหมดอย่างรวดเร็ว แต่มีบางแห่งพบว่ายังไม่เริ่มก่อสร้าง จึงขอเตือนผู้บริโภคให้ระวังการเก็งกำไร โดยน่าเสียดายที่รัฐบาลยังไม่สามารถผลักดันให้เกิดร่าง พ.ร.บ. การประกันเงินดาวน์ หรือเอสโครว์แอคเคาท์ ได้ทำให้ผู้บริโภคมีความเสี่ยงกรณีการจ่ายเงินดาวน์ในกรณีการก่อสร้างไม่เกิดขึ้นจริง นายโสภณ กล่าวว่า จากการสำรวจข้อมูลของศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าทรัพย์สินไทย ในปี 2548 พบว่าในเขตกรุงเทพฯ มีมูลค่าโครงการมีรวม 180,477 ล้านบาท ลดลงจากปี 2547 ร้อยละ 29 แต่ก็ยังสูงกว่าคาดการณ์ ที่เดิมคาดว่ามูลค่าจะลดลงถึงร้อยละ 40 ในขณะที่ปริมาณโครงการใหม่ที่เกิดขึ้นนั้น มี 58,005 หน่วยลดลงร้อยละ 15 ส่วนตลาดรวมทั่วประเทศ อสังหาริมทรัพย์เปิดตัวใหม่มีทั้งหมด 60,461 หน่วย แยกเป็นบ้านเดี่ยว 58,006 หน่วย อื่น ๆ 2,455 หน่วย โดยในส่วนนี้ บ้านเดี่ยวราคา 3-5 ล้านบาท มีการสร้างมากที่สุดถึง 6,678 หน่วย ส่วนทาวน์เฮาส์ที่สร้างมากที่สุดมีราคา 1-2 ล้านบาท มีถึง 6,582 หน่วย ส่วนอาคารชุดที่มีการสร้างมากที่สุดอยู่ที่ราคา 1-2 ล้านบาท มี 5,887 หน่วย ทั้งนี้ในส่วนมูลค่าโครงการทั้งหมด มีมูลค่ารวม 200,703 ล้านบาท และมีโครงการที่ขายได้ทั้งหมด 77,725 หน่วย นายโสภณ กล่าวอีกว่า มีสินทรัพย์รอการขาย โดยเฉพาะในส่วนของบ้านมือสองเป็นจำนวนมาก หากรัฐมีการสร้างกลไกให้เกิดประสิทธิภาพการจำหน่ายที่แท้จริงสร้างตลาดประมูลก็น่าจะทำให้ตลาดนี้มียอดขายเพิ่มสูงขึ้น เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจ
| | |
|