|
|
|
You are here: Home>>สีสันชีวิต>>อสังหาริมทรัพย์>>Details |
|
จับโรงหนังตั้งพร็อพเพอร์ตี้ฟันด์ เมเจอร์ให้บลจ.ทหารไทยบริหาร |
|
Last
update:2006-02-15 Source :Blog |
เมเจอร์ฯ เดินหน้าเข็นโรงหนังตั้งพร็อพเพอร์ตี้ฟันด์ จ้างแบงก์ธนาคารไทยเป็นที่ปรึกษาทางการเงิน เจรจาบลจ.ทหารไทยเป็นผู้จัดการกองทุน ด้านฟันด์แมเนเจอร์เผยอยู่ระหว่างการศึกษา ระบุมูลค่าโครงการเบื้องต้นประมาณ 2-3 พันล้านบาท ผลตอบแทนไม่ต่ำกว่า 8% คาดได้ข้อสรุปภายในกลางปีนี้ นายพิพัฒน์ พิศณุวงศ์ ผู้จัดการกองทุนอสังหาริมทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทหารไทย จำกัด เปิดเผยว่า ทางกลุ่มบริษัท เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) อยู่ระหว่างศึกษารูปแบบการจัดตั้งกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (พร็อพเพอร์ตี้ฟันด์) โดยได้ว่าจ้างธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของบลจ.ทหารไทย เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน โดยกองทุนดังกล่าวคาดว่าจะสรุปและสามารถจัดตั้งได้ภายในกลางปีนี้ สำหรับกองทุนดังกล่าวจากการศึกษาในเบื้องต้นคาดว่าจะมีมูลค่ากองทุนประมาณ 2-3 พันล้านบาท ส่วนสินทรัพย์ที่จะเข้ามาอยู่ในกองทุนนั้น ที่กำหนดไว้จะเป็น เมเจอร์สาขารัชโยธิน และสาขารังสิต เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่สรุปว่ารายได้ที่เรียกเก็บเข้ากองทุนนั้นจะเรียกเก็บจากส่วนใดบ้าง "กฎของก.ล.ต.กำหนดว่ารายได้จากกองทุนอสังหาริมทรัพย์จะต้องเป็นรายได้ที่เกิดจากค่าเช่าเป็นหลัก ดังนั้น กองทุนนี้จึงน่าจะมีรายได้จากการให้เช่าพื้นที่ภายในแต่ละสาขาเป็นหลัก ส่วนรายได้จากตั๋วหนังนั้น เรากำลังดูอยู่ว่าจะเรียกเก็บได้หรือไม่ ซึ่งถ้าเรียกเก็บอาจใช้วิธีการกำหนดรายได้ที่แน่นอนไปเลยว่าใน 1 เดือนโรงหนังแต่ละโรงต้องจ่ายเท่าไรโดยถือเป็นค่าเช่าพื้นที่ไป และถ้าเดือนไหนมีการขายตั๋วหนังได้มากกว่ารายได้ที่เรียกเก็บ ทางกองทุนอาจเรียกเก็บเพิ่มโดยคิดตามเปอร์เซ็นต์ที่เพิ่มขึ้นมาได้ ซึ่งรูปแบบทั้งหมดนี้ยังไม่สรุปเป็นเพียงแค่แนวคิดเท่านั้น"นายพิพัฒน์กล่าว นายพิพัฒน์ กล่าวว่า สำหรับผลตอบแทนของกองทุนนี้ คาดว่าจะสูงกว่ากองทุนอสังหาริมทรัพย์ CPN รีเทลโกรท ของ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ซึ่งลงทุนในสิทธิการเช่าศูนย์การค้าเซ็นทรัลพระราม 2 และพระราม 3 เนื่องจากธุรกิจโรงภาพยนต์ถือเป็นธุรกิจที่มีวัฎจักรในตัวเอง โดยจะมีอัตราการเติบโตตามภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งในช่วงนี้ภาวะเศรษฐกิจอยู่ระดับที่ดี แต่อนาคตก็ไม่มั่นใจว่าจะดีได้ต่อเนื่อง ดังนั้นผลตอบแทนของกองทุนนี้จึงน่าจะต้องสูงตามไปด้วย เบื้องต้นคาดว่าจะไม่ต่ำกว่า 8% "ธุรกิจโรงหนังจะเป็นไซเคิลของตัวมัน คือถ้าเศรษฐกิจดีคนก็ดูหนังกันมากขึ้น แต่ถ้าไม่ดีส่วนใหญ่ก็จะใช้วิธีซื้อวีดีโอซีดีมาดู ดังนั้นผลตอบแทนที่กำหนดอาจต้องสูงหน่อย ซึ่งที่มองไว้ก็ไม่น่าจะต่ำกว่า 8% และถ้าจะเปิดขายกองทุนนี้เราก็จะจัดให้มีอันเดอร์ไรเตอร์(ผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย) ด้วย เพื่อป้องกันความเสี่ยง"นายพิพัฒน์กล่าว ก่อนหน้านี้ นายวิชา พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์กรุ้ป จำกัด (มหาชน) เคยกล่าวว่า บริษัทเตรียมที่จะออกพร็อพเพอร์ตี้ ฟันด์ 1 กองมูลค่าระดมทุนประมาณ 2,000-2,500 ล้านบาทโดยจะนำโรงภาพยนตร์เมเจอร์ รัชโยธิน และเมเจอร์ รังสิตเข้ามาเป็นสินทรัพย์ของกองทุน และแต่งตั้งให้ บลจ.ทหารไทยเป็นผู้จัดการกองทุนโดยคาดว่ากองทุนดังกล่าวจะเสนอขายหน่วยลงทุนได้ประมาณปลายไตรมาส1 ปี 2549 หรือต้นไตรมาส 2 ปี2549 โดยนายวิชา กล่าวว่า จะถือหน่วยลงทุน 1 ใน 3 เบื้องต้นคาดว่าจะได้รับเงินจากองทุนพร็อพเพอร์ตี้ ฟันด์เข้ามาประมาณ 1,000 ล้านบาท แต่ทางคณะกรรมการของบริษัทฯยังไม่มีการสรุปว่าจะบันทึกรายได้ดังกล่าวครั้งเดียวหรือทยอยบันทึก
|
|