เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์จัดเป็นเครื่องดื่มที่อยู่คู่ในทุกงานเทศกาล หรืองานเลี้ยงฉลองของคนไทยมานาน จนถึงขนาดอาจพูดได้ ว่าถ้างานไหนขาดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ งานนั้นเป็นต้องฝืดหรือกร่อยทุกทีไป
ความเชื่อดังกล่าวได้ถูกสืบทอดไปยังกลุ่มหนุ่มสาวรุ่นใหม่ด้วย จึงไม่น่าแปลกใจอะไรเลยที่เราจะเห็นเยาวชนวัยมันส์จะนั่งดวดเหล้าตามผับ บาร์ และร้านต่าง ๆ ที่มีให้บริการ ในงานฉลองเทศกาลต่าง ๆ ตั้งแต่วันปีใหม่ สงกรานต์ ยันวันเกิด หรือวันรับปริญญา
โดยที่ในบางครั้งอาจไม่ได้ต้องการเลี้ยงฉลองเนื่องในโอกาสพิเศษแต่อย่างใด เป็นเพียงความคึกคะนอง อยากรู้อยากทดลอง หรือเพื่อความสนุกที่เหล้าอาจให้ได้เพียงชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้น
เพราะเชื่อกันว่าการดื่มทำให้เราดูเป็นคนสนุก ร่าเริง เล่าเรื่องตลกแล้วมีคนหัวเราะ ทำให้มีความเชื่อมั่น มีความกล้าที่ตอนไม่ดื่มเหล้าไม่เคยมี หรือที่ภาษาวัยรุ่นเรียกว่าอาการ ป๊อด มันหายไป แต่ความจริงก็คือ อาการที่เกิดจากการดื่มแล้วเมาในแต่ละคนแตกต่างกันไป
บางคนแสดงความก้าวร้าวเกรี้ยวกราด ชอบหาเรื่องทะเลาะ บางคนนิ่งขรึม หรือบางคนก็นอนหลับสนิทไปเลย (ซึ่งกรณีนี้ดีหน่อย เพราะไม่ได้ทำร้ายใคร เพียงแต่อาจลำบากเพื่อนในการ พาส่งบ้านเท่านั้น)
ส่วนในเรื่องของความเชื่อที่ว่า เหล้าทำให้โรคปอด (แหก) หายไปนั้น ก็ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เพราะว่าเหล้าจะไปกดสมองส่วนที่รู้จักรับผิดชอบชั่วดีไว้ ทำให้สมองส่วนอื่น ๆ เพิ่มอิทธิพลต่อความคิดและการกระทำ ทำให้กล้าทำในสิ่งที่เวลาปกติไม่ดื่มเหล้าไม่กล้าทำ เนื่องจากขาด ความยับยั้งชั่งใจ จึงพร้อมจะก่อความรุนแรงและความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น
จากผลการวิจัยของสำนักวิจัยเอแบคโพล ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เรื่อง ผลกระทบของการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จากหนังสือพิมพ์และเว็บไซต์ของสถานีโทรทัศน์ตั้งแต่เดือน ม.ค.-มิ.ย. 2548 พบว่าการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดก่อให้เกิดคดีเศร้าสลดและความรุนแรงสารพัดสูงถึง 3,427 ราย จำแนกตามประเภทคดีความ อันดับแรกคือ การใช้ความรุนแรงก่อเหตุทะเลาะวิวาท อันดับสองคือ การฆาตกรรม ทั้งฆ่าผู้อื่นหรือถูกฆ่า อันดับสามคือ ความผิดเกี่ยวกับเพศ เช่น ข่มขืน ลวนลาม กระทำชำเรา อันดับสี่คือ การเกิดอุบัติเหตุ และอันดับห้าคือ การฆ่าตัวตาย
การดื่มเหล้ายังได้สร้างมูลค่าความเสียหาย 13,000-33,653 ล้านบาทต่อปี โดยร้อยละ 62 ถือเป็นต้นทุนต่อสังคมจากการดื่มเหล้า การตาย และการบาดเจ็บจากอุปัทวเหตุต่าง ๆ ซึ่งแม้ว่าการสูญเสียเหล่านี้จะเป็นตัวเลขมูลค่าที่สูงมาก แต่มูลค่าของน้ำตา ผลกระทบต่อจิตใจ และชีวิตของคนในครอบครัวนั้นมีมูลค่ามหาศาลเกินกว่าที่จะคำนวณได้
เป็นที่น่าตกใจว่าปัจจุบันชายไทยวัยมันส์อายุ 11-19 ปี หันมาเป็นนักดื่มถึงร้อยละ 21.23 โดยในช่วงเวลา 7 ปี (2539-2546) มีนักดื่มที่เป็นสาวรุ่นอายุ 15-17 ปี เพิ่มขึ้นถึง 6 เท่า หรือปีละหลายแสนคน สาเหตุสำคัญมาจากเครื่องดื่มไวน์รสซ่า ที่เรียกว่าไวน์คูลเลอร์ และกว่าร้อยละ 80 ของเยาวชนไทยได้ยอมรับว่า ในการดื่มเหล้าครั้งแรกนั้นเป็นการร่วมดื่มกับเพื่อนและดื่มเพื่อต้องการทดลองหรืออยากดื่ม
อีกทั้งร้อยละ 28.5 ที่ตอบแบบสอบถาม ระบุว่า ไม่ได้ตั้งใจมีเพศสัมพันธ์ แต่ทำไปเพราะความเมาเป็นอันดับแรก และแม้ว่ามีผู้พยายามจะเลิกดื่ม ทว่าร้อยละ 72.2 ทำไม่สำเร็จ โดยระบุว่า ส่วนใหญ่เป็นเพราะเพื่อน และต้องเข้าสังคม หรือต้องเที่ยวจึงต้องดื่ม
การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ยังส่งผลกระทบต่อร่างกายในระยะยาว โดยหากมีการสะสมปริมาณแอลกอฮอล์ไว้ในร่างกายมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ช่องปากและลำคอเกิดการระคายเคืองจนเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งที่หลอดอาหาร เป็นโรคกระเพาะอาหาร เซลล์ตับถูกทำลายจนกลายเป็นโรคตับแข็งได้ในที่สุด
นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยในประเทศไทยระบุว่า การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ตั้งแต่อายุยังน้อย ทำให้คนที่ดื่มมีระดับสติปัญญาลดลง และสติปัญญาเสื่อมได้มากกว่าคนที่อยู่ในวัยผู้ใหญ่และเพิ่งเริ่มต้น และแอลกอฮอล์ยังส่งผลให้คนดื่มมีโอกาสเป็นโรคจิตประเภทที่รักษาให้หายขาดได้ยาก เพราะประสาทในสมองถูกฤทธิ์แอลกอฮอล์กดทับไว้ เซลล์สมองจึงฝ่อลีบ เป็นผลให้กลายเป็นโรคจิตหวาดระแวง โรคความจำเสื่อม โรคซึมเศร้า โรคหวาดกลัวผิดปกติ (อ้างอิงจากคู่มือวัยมันส์รู้ทันแอลกอฮอล์ ภายใต้ความร่วมมือของสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า และ สสส.)
เหล้า สุรา จึงไม่ได้ก่อให้เกิดผลดีใด ๆ ต่อสุขภาพของเราได้เลยทั้งทางร่างกายและจิตใจ ไม่ได้ช่วยให้ลืมความทุกข์ หรือก่อให้เกิดความสุขขึ้นมาได้ หรือแม้จะมีความสุขแต่ก็เป็นความสุขเพียงชั่วคราวที่จะทิ้งร่องรอยหรือบาดแผลของความทุกข์ให้กับเราต่อไป
เนื่องในโอกาสวันเข้าพรรษา ปี 2549 นี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ร่วมกับสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า จัดโครงการร่วมรณรงค์งดเหล้าเข้าพรรษาขึ้น เพื่อเรียกร้องให้เยาวชนไทยมีความตั้งใจมั่นที่จะลด ละ เลิก เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และเพื่อเป็นการทำความดีถวายแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสที่ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี
และที่สำคัญที่สุดนับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่จะได้เลิกเหล้าตลอดไป