เด็กกับเข็มฉีดยาถือเป็นไม้เบื่อไม้เมากัน บ่อยครั้งที่พวกเขาแผลงฤทธิ์ร้องไห้ลั่นเพราะปฏิเสธเข็มฉีดยา เภสัชกรรั้วจามจุรีตระหนักปัญหาที่เกิดขึ้น จึงพัฒนาวัคซีนไข้สมองอักเสบแบบยาเม็ดกลืนง่าย ช่วยเด็กได้รับวัคซีนครบถ้วนและไม่ต้องเจ็บตัวจากการฉีดยาอีกต่อไป
นายวิวัฒน์ พิชญากร นักศึกษาโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า เนื่องจากโรคไข้สมองอักเสบประเภทจีอี เป็นปัญหาทางสาธารณณสุขในภูมิภาคเอเชีย รวมทั้งไทย แต่การรักษาในปัจจุบันยังใช้วิธีให้วัคซีนป้องกันในรูปยาฉีด ซึ่งจำเป็นต้องให้ซ้ำเป็นเวลาหลายครั้ง
การฉีดยาส่วนใหญ่มักไม่ได้รับความร่วมมือ อีกทั้งมีอาการแพ้อย่างรุนแรง โดยเฉพาะในวัยเด็ก ทำให้ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนเพียงพอที่จะกระตุ้นร่างกายให้สร้างภูมิคุ้มกันโรค นักวิจัยจึงพิจารณาเห็นว่า หากสามารถพัฒนาวัคซีนในรูปแบบยาเม็ดสำหรับกิน น่าจะช่วยให้เด็กมีโอกาสได้รับวัคซีนป้องกันโรคได้อย่างทั่วถึง
จึงได้เริ่มต้นจากการเตรียมวัคซีนอนุภาคนาโน ด้วยการพยายามคัดเลือกพอลิเมอร์ที่จะใช้เป็นสารห่อหุ้ม และป้องกันวัคซีนถูกกรดกระเพาะย่อยสลาย โดยตั้งเป้าให้วัคซีนต้องอยู่รอดปลอดภัยไปจนถึงลำไส้ ซึ่งจะทำหน้าที่ดูดซึมฤทธิ์ยาเข้าสู่กระแสเลือดได้ดีสุด ส่งผลให้ยาออกฤทธิ์เต็มประสิทธิภาพ ส่วนวัสดุที่ใช้ทำพอลิเมอร์นั้นเป็นไคโตแซน ซึ่งเป็นสารสกัดจากเปลือกกุ้ง-ปู จึงไม่เป็นพิษต่อร่างกายและช่วยเพิ่มการดูดซึมได้ดี
เมื่อได้พอลิเมอร์ที่เหมาะสมแล้ว จึงนำไปจับกับวัคซีนไข้สมองอักเสบและเข้าสู่กระบวนการเตรียมอนุภาควัคซีน โดยใช้คลื่นความถี่สูงในการลดขนาดอนุภาค จากนั้นทดสอบอนุภาควัคซีนในสารละลาย ซึ่งเลียนแบบสภาวะต่างๆ ในร่างกาย เช่น น้ำเลือด น้ำเหลือง เพื่อดูอัตราปลดปล่อยและย่อยสลายของวัคซีน พบว่า โปรตีนจะค่อยๆ ถูกปลดปล่อยออกมาภายใน 10 วัน แทนที่จะปลดปล่อยออกมา หรือถูกย่อยสลายในทันที เช่น ยาที่อยู่ในรูปของสารละลายทั่วไป
นักวิจัยยังได้ทดสอบความเป็นพิษต่อร่างกาย โดยทดสอบในเซลล์เพาะเลี้ยงที่แยกมาจากคน พบว่า เซลล์เพาะเลี้ยงมีการดูดซึมอนุภาควัคซีนได้ดี และแทบจะพบความเป็นพิษ ซึ่งผลสำเร็จของการวิจัยครั้งนี้ ช่วยให้คณะวิจัยสามารถพัฒนาตำรับอนุภาคนาโน ที่สามารถสร้างภูมิต้านทานในระดับป้องกันโรคได้สำเร็จ แต่ต้องศึกษาหาปริมาณวัคซีนในยาเม็ด ที่ให้ผลป้องกันเทียบเท่ากับยาฉีดและทดลองกับสัตว์ขนาดใหญ่ก่อนทำมาใช้ในคน