ทุกวันนี้มนุษย์มีชีวิตที่ ยืนยาวขึ้น มีสภาวะแวดล้อมและการทำงานที่เปลี่ยนไป มีการใช้สารเคมี ยาและอาหารที่เปลี่ยนไป โรคหรือการเปลี่ยนแปลงในร่างกายจึงเกิดขึ้นมาเป็นเงาตามตัว โดยเฉพาะกระดูกและข้อ
นพ.สมบัติ โรจน์วิโรจน์ ผอ. ศูนย์กระดูกและข้อ โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวถึงการเกิดโรคที่เกี่ยวกับกระดูกให้ฟังว่า การเกิดโรคกระดูกมีหลายสาเหตุด้วยกัน ทั้งโรคที่เป็นโดยกำเนิด จะเป็นในรูปของความผิดปกติของรูปร่าง ผิดโครงสร้างของร่างกาย โรคที่เป็นจากการติดเชื้อ จากข้อและกระดูก จะพบในกลุ่มที่มีภูมิต้านทานต่ำ ในกลุ่มเด็กก็สามารถพบได้ โรคที่เกิดจากอุบัติเหตุ โรคที่เกิดจากการเสื่อม เช่น ข้อเข่าเสื่อม ตะโพกเสื่อม สันหลังเสื่อม สันหลังตีบแคบ โรคที่เกี่ยวกับเมตาบอลิซึมของร่างกาย ทำให้ข้อมีปัญหา ได้ เช่น โรคเกาต์ โรครูมาตอยด์ สามารถตรวจแยกประเภทได้จากการตรวจเลือด จากการเจาะน้ำในข้อไปตรวจ รวมไปถึงโรคประจำตัวที่เป็นอยู่แล้ว ส่งผลถึงกระดูก อย่างไทรอยด์ และเบาหวาน
การเกิดโรคกระดูกของคนอายุก่อน 30 ปี จะพบได้ไม่เกินร้อยละ 5 หลังอายุ 30 ปี ขึ้นไป โรคกระดูกจะเกิดจากการบาดเจ็บ จากการทำงาน ประมาณร้อยละ 20 เมื่ออายุ 50 ปี ขึ้นไป มีโอกาสเป็นได้ง่ายขึ้น จึงพบประมาณร้อยละ 40-50 สำหรับอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป พบความเสื่อมโดยไม่แสดงอาการประมาณร้อยละ 50
ปัญหาที่พบบ่อย คือ โรค ข้อเสื่อม โดยอาจจะเสื่อมตาม วัยหรือเป็นความเสื่อมที่เกิด ภายหลังการบาดเจ็บ ซึ่งในประ เทศไทยพบความเสื่อมของข้อ ต่อ ข้อเข่า และกระดูกสันหลัง ในผู้ป่วยจำนวนมาก ยิ่งคนต่าง จังหวัดจะเห็นชัดเจน รองลงมา เป็นข้อตะโพก ซึ่งต่างกับชาว ตะวันตกที่จะพบผู้ป่วยเป็น โรคข้อเสื่อมตะโพกมากกว่า โรคข้อเข่า
ด้านพันธุกรรมก็มีส่วนเป็น ตัวกำหนดให้เกิดโรคกระดูกข้อได้ ด้วยเช่นกัน เช่น โรคข้อรูมาตอยด์ สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้ แต่ไม่ใช่ว่าจะต้องเป็นตามบรรพบุรุษหรือพ่อแม่เสมอไป เพียง แต่ว่าโอกาสการเป็นจะมากกว่า คนทั่วไป
สิ่งที่สำคัญในปัจจุบันนี้ คือ เรื่องพฤติกรรมการใช้งาน การบริโภค เช่น ทำงานหนักโดยไม่ได้พัก หรือมีการบาดเจ็บแล้วรักษาไม่ถูกวิธี การกินอาหารที่ไม่เกิดความสมดุลกับร่างกาย เน้น ไขมัน แป้ง น้ำตาล มากเกินไป รวมทั้งขาดการออกกำลังกาย และขาดการรับแสงแดด หลายคนอาจสงสัยว่าอย่างเมืองไทยเราไม่น่ามีปัญหาในส่วนนี้ แต่พบว่าบางคนมีพฤติกรรมการทำงานที่ออกจากบ้านแต่เช้ามืด เข้าทำงานโดยไม่ยอมออกไปโดนแดด กลับบ้านในตอนค่ำ ล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคกระดูกได้
รวมไปถึงในเรื่องของรูปร่าง ถ้าผอมบางเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน แต่ถ้าอ้วนจะเสี่ยงต่อความเสื่อม ของข้อ การสูบบุหรี่ การดื่มสุราและกาแฟ พบว่าการดื่มกาแฟมากกว่า 2 แก้วต่อวัน มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุนสูง อีกทั้งการรับยาบางประเภทเป็นเวลานาน อย่าง สเตียรอยด์ จำเป็นต้องมีการเฝ้าระวังการเกิดกระดูกพรุนได้
โรคข้อเสื่อม จะพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เนื่องจากผู้หญิงทำงานหนักมากกว่าผู้ชาย รวมทั้งระดับฮอร์โมนก็มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย โดยเฉพาะในผู้หญิงวัยทองหรือวัยหมดประจำเดือน คือ อายุ 50 ปี ขึ้นไป เพราะระดับฮอร์โมนลดลงความเสื่อมของข้อจะเกิดขึ้น และโรคกระดูกพรุนจะตามมา
กระดูกพรุนให้มองที่ โครงสร้างของกระดูกที่เป็นแกน ของกระดูก เป็นฐานรองรับข้อ จะเกิดขึ้นตามวัย ตั้งแต่ 55 ปี ขึ้นไป ส่วนข้อเสื่อมดูที่ผิวสัมผัสของข้อ ซึ่งมีหลายประเภทที่พบบ่อย คือ ที่ผิวสัมผัสลื่น เช่น ข้อเข่า ข้อตะโพก หรือข้อต่อที่ต่อ กันเป็นปล่องมีเอ็นยึด มีหมอนรองกระดูกเป็นตัวรอง เช่น ข้อต่อกระดูกสันหลัง โดยกระดูกพรุนจะเกิดในเนื้อกระดูก แต่ข้อเสื่อมจะเกิดในหมอนรองกระดูกหรือผิวสัมผัสข้อ ถ้าตัวกระดูกมีมวลกระดูกหนาแน่นไม่พอ จะเกิดกระดูกพรุนได้ จากนั้นจะ ทรุดตัว ทำให้ข้อเอียงเกิดการเสื่อมตามมา
ส่วนโรคข้อต่อกระดูก สันหลังเสื่อมหรือการตีบแคบ คือ ข้อต่อเสื่อมจะคลอนมีการเคลื่อนในแนวที่เหลื่อมล้ำกันของกระดูกสันหลังที่เกิดจากความเสื่อมทางโครงสร้างของกระดูกสันหลังที่ ยึดกระดูกด้วยเอ็น เมื่อมีการยึด การเสื่อมมาก ร่างกายจะมีการสร้างให้หนาขึ้น เพื่อให้แข็งแรงขึ้นแต่การที่หนาขึ้นกลับไม่ให้ประโยชน์เพราะหนาขึ้นในตำแหน่งที่ทำให้ช่องสันหลังตีบแคบลง จะเกิดอาการปวด ไม่มีแรง เกิดการกดทับเส้นประสาทได้
ด้านการรักษาโรคที่เกี่ยวข้องกับกระดูกนั้น ขึ้นอยู่กับว่าเป็นโรคกระดูกในส่วนใด ประเภทใด ในเชิงของการป้องกันทำได้โดยการหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ พยายามสร้างพฤติกรรม สร้างนิสัยที่เป็นการป้องกันโรค โอกาสที่จะเกิดโรคต่าง ๆ จะน้อยลง
การผ่าตัดมีความจำเป็นในผู้ป่วยบางราย โดยเฉพาะรายที่เสื่อมมาก มีการตีบแคบของสันหลังมาก มีการกดทับของเส้นประสาท พิจารณาจากการตรวจและภาพถ่ายเอกซเรย์ที่จะบอก ระดับของความเสื่อม การผ่าตัดมี ทั้งการใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ที่จะใส่ และเทคนิคของการผ่าตัดให้แผลมีขนาดเล็ก เจ็บน้อย ให้การฟื้นฟูสภาพเร็ว ทั้งนี้จะขึ้นกับความเจ็บปวดด้วยว่า รบกวนการทำงาน และใช้ชีวิตประจำวัน หรือไม่ ถ้ารบกวนมาก จึงมีความจำเป็นที่จะต้องผ่าตัด เพื่อเป็นการเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับคนไข้ สามารถช่วยเหลือตนเองได้
โรคข้อเสื่อม การผ่าตัดที่ดี คือ การเปลี่ยนข้อ เรียกว่า การใส่ข้อเทียม ข้อเทียมมีวิวัฒนาการขึ้นมากที่จะใส่เข้าไปแล้วอยู่กับผู้ป่วยได้นานขึ้น ประมาณ 15-20 ปี มีการใช้เทคโนโลยีช่วยในการผ่าตัด เช่น คอมพิวเตอร์ช่วยในการผ่า ตัดข้อ จะเป็นการช่วยวางแผนในการตัดแต่งมุมกระดูก ช่วยในการกำหนดขนาดของข้อเสื่อมที่สมดุลกับกระดูกข้อจริง รวมถึงตำแน่งในการวางจะมีความแม่นยำ เหมือนกับที่มีการวางแผนไว้ในฟิล์มเอกซเรย์ก่อนผ่าตัด ความคาดเคลื่อนจะน้อยมาก มีการใช้กล้องจุลทรรศน์ช่วยในการผ่าตัดกระดูก สันหลัง รวมทั้งการใช้กล้องส่องเข้าไปในท่อ ในการผ่าตัดผู้ป่วย ที่ข้อเสื่อม ทำให้ได้ผลที่ดีใน การผ่าตัด
การใช้ยา จะเป็นการช่วยปรับสภาพของกระดูกอ่อนผิวข้อได้ ชะลอความเสื่อม เรียกว่า ยาฉีดเข้าข้อ เปรียบเสมือนน้ำมันหล่อลื่นเข้าไปในบริเวณผิวสัมผัสในข้อเข่า เพื่อปรับสภาพความฝืดให้น้อยลง ร่างกายจะปรับสภาพตามด้วย เนื่องจากยานี้จะช่วยสร้างน้ำไขข้อให้มีความเหนียวขึ้น เป็นวิธีการรักษาวิธีหนึ่ง ในกรณีที่การเสื่อมยังไม่ มากนักโดยไม่จำเป็นต้องผ่าตัด สำหรับการกินยา ต้องกินยาตลอด จะช่วยในเรื่องของความเจ็บปวดได้ ช่วยชะลอการเสื่อมของข้อ
คนรอบข้างสามารถช่วยเหลือผู้ที่เป็นโรคเกี่ยวกับกระดูกได้โดยการคอยเตือนว่า ตอนนี้มีอัตราเสี่ยงและปัจจัยเสี่ยงที่เกิดขึ้นแล้ว ต้องปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์ หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่ส่ง ผลต่ออาการของโรค โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ทั้งในเรื่องอาหาร การปรับสภาพแวดล้อมในบ้านเพื่อไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ การสะดุดหรือลื่นล้มได้ หมั่นสังเกตสุขภาพร่างกายว่า มีอาการผิดปกติในส่วนใด หากผิดปกติรีบปรึกษาแพทย์จะได้ความรู้และวิธีการรักษาที่ถูกวิธีและทันท่วงที
ส่วนผู้ที่เป็นโรคเกี่ยวกับกระดูกก็ต้องดูแลตนเองด้วย การดูแลตัวเองที่ว่า กินปลาเป็นหลัก กินผักเป็นพื้น ยังใช้ได้อยู่ หลีกเลี่ยงสิ่งที่ทำให้อาการของโรคกำเริบ สร้างกำลังใจให้กับตนเอง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ร่างกายเสื่อมแล้วกลับคืนมาเหมือนเดิมได้ยาก หากไม่เริ่มดูแลซะตั้งแต่วันนี้ !