นายสง่า ดามาพงษ์ โฆษกกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้การใช้ชีวิตของประชาชนไทย โดยเฉพาะผู้ที่กำลังอยู่ในวัยแรงงานอายุ 20-60 ปี น่าเป็นห่วงมาก ส่วนใหญ่ร้อยละ 80 ขาดการออกกำลังกายอย่างเพียงพอคืออย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน วันละ 30 นาที ทำให้มีน้ำหนักเกินพิกัด โดยพบผู้ชายอ้วนร้อยละ 20.9 ส่วนผู้หญิงพบร้อยละ 37.1 นอกจากนี้ ต้นเหตุอ้วน ยังเกี่ยวข้องกับอาหารการกิน โดยเฉพาะการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
นายสง่า กล่าวต่อไปว่า มีผลการวิจัยในต่างประเทศที่น่าสนใจ พบว่าเหล้า เบียร์ เป็นเครื่องดื่มที่ให้พลังงานสูง พอ ๆ กับกินอาหารมื้อใหญ่ ๆ เป็นสาเหตุที่ทำให้อ้วนที่คนส่วนใหญ่คาดไม่ถึง โดยผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกครั้งที่มีงานเลี้ยง จะทำให้มีไขมันในเลือดสูงขึ้นตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 40 และเสี่ยงต่อหัวใจวาย ส่วนคนที่ดื่มเหล้าหรือเบียร์ทุกวันจะมีพลังงานส่วนเกินจากเครื่องดื่มเหล่านี้สะสมในร่างกายวันละ 50 -200 กิโลแคลอรี จึงเหมือนกินไขมัน 1-4 ช้อนชา ทำให้มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอาจเดือนละ 1 กิโลกรัม หรือมีไขมันในเส้นเลือดสูงถึงแม้ไม่อ้วนก็ได้
ทั้งนี้ พบว่าเบียร์ 1 กระป๋อง ขนาด 120 ออนซ์ จะให้พลังงานประมาณ 115 แคลอรี เทียบเท่ากับกินข้าวสวย 1 ทัพพีครึ่ง การที่เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เป็นสาเหตุน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากแอลกอฮอล์เป็นตัวการขัดขวางการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย ไม่ให้เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ ฉะนั้น หากเลิกดื่มเครื่องดื่มประเภทนี้ก็จะเป็นผลดีต่อสุขภาพ
นายสง่า กล่าวต่ออีกว่า ในการดูแลสุขภาพ ไม่ให้น้ำหนักตัวมากหรือไม่ให้อ้วน จะต้องฝึกการออกกำลังกายให้ติดเป็นนิสัย ให้ถึงขั้นว่าหากวันไหนไม่ได้ออกกำลังกายเหมือนชีวิตขาดอะไรไปอย่างหนึ่ง และต้องปรับพฤติกรรมการกินอาหารประเภทรสหวาน ประเภทมีไขมันมากให้น้อยลง โดยให้เพิ่มการกินผักและผลไม้สดหากกินทุกมื้อได้ยิ่งดี เพราะนอกจากจะให้พลังงานต่ำมากแล้ว ยังทำให้อิ่มเร็ว เพราะมีกากใยมาก.