|
|
|
You are here: Home>>คอลัมน์>>สุขภาพ>>Details |
|
สวยปิ๊ง...โดนใจ...ใช่เลย... กับวิธีเสริมเสน่ห์แบบ 5 ส |
|
Last
update:2006-01-30 Source :Blog |
 |
ไม่ว่าผู้หญิงหรือผู้ชายในยุคปัจจุบันนี้จำเป็นต้องมีเสน่ห์ในตัวเอง เพราะยุคนี้เป็นยุคแห่งการสร้าง ภาพ ไม่ว่าอะไรก็จะมาด้วยภาพทั้งสิ้น แต่การสร้างภาพให้ถูกต้องและทำให้เกิดความประทับใจนั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากจำเป็นที่จะต้องรู้เทคนิคและวิธีกันเสียก่อน โดยเฉพาะทฤษฎีทางด้านจิตวิทยา
|
ดร.จิตรา ดุษฎีเมธา ประธานโครงการศูนย์ให้คำปรึกษาและพัฒนาศักยภาพมนุษย์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า ทฤษฎีทางจิตวิทยาระบุว่า เมื่อคนเราเจอกัน การรับรู้อย่างแรกคือภาษากายโดยมีสัดส่วนถึง 55 % รองลงมาคือน้ำเสียง 38 % ส่วนเนื้อหามีเพียงแค่ 7% เท่านั้น ด้วยเหตุนี้ จึงเห็นว่า สิ่งสำคัญที่เราจะต้องให้ความใส่ใจมากที่สุดก็คือ ภาษากาย และภาษากายที่คนรับรู้ได้มากที่สุดนั้น มาจากการเห็นรูปลักษณ์ภายนอก ไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง หน้าตา การแต่งกาย ซึ่งสูตรเด็ดในการสร้างความประทับใจก็คือ ทำให้สำเร็จตั้งแต่ 1-5 นาทีแรกที่พบกัน เพราะจะทำให้เกิดความประทับใจมิรู้ลืม ดังนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องพยายามพัฒนาตัวเองให้มีเสน่ห์ขึ้นมา เพื่อให้คนที่เราอยู่ด้วยประทับใจเมื่อแรกเห็นหรือได้รู้จักกัน ซึ่งจะมีผลดีในหลายด้านไม่ว่าจะเป็นการงาน ความก้าวหน้า ธุรกิจ การค้า ความสัมพันธ์และมิตรภาพ ทั้งนี้ วิธีสร้างเสน่ห์ประกอบด้วย 5 ส คือ 1.ความสะอาด ต้องสะอาดตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้า ทรงผม การแต่งกาย เล็บมือเล็บเท้า กลิ่นตัว และใบหน้าต้องสะอาด ไม่ใช่มันเยิ้ม 2. เสื้อผ้าการสวมใส่เสื้อผ้าต้องให้ถูกกาลเทศะอาจจะใช้วิธีเลือกซื้อเสื้อผ้าแบบดูดีแต่ไม่ต้องมีราคาแพง 3.สง่า บุคลิกภาพต้องดูดี บางคนเดินเร็วมาก ก้มหน้าเพียงอย่างเดียว หรือบางคนก็เอื่อยเฉื่อยมาก เดินกางแขนกางขา พฤติกรรมเหล่านี้ทำให้บุคลิกภาพไม่ดี เมื่อบุคลิกภาพไม่ดีเสน่ห์ก็หมด 4.สวัสดี ต้องมีการทักทาย รู้จักทักทายคนอื่น สามารถปรับตัวเข้ากับคนอื่นได้อย่างไม่มีปัญหา คนที่ขาดเสน่ห์จะคิดแต่ตัวเองคนเดียว อยู่กับตัวเองคนเดียว ไม่เอาใครไม่สนใจใคร ไม่พูดจากับใคร ต้องรู้จักยิ้มแย้มแจ่มใสเสมอ 5.สมอง ต้องรู้จักเป็นนักคิด มีความรู้เฉพาะเรื่องเฉพาะอย่าง มีทักษะความสามารถ มีความคิดความรู้พร้อมจะแบ่งปันให้คนอื่น ความคิดไม่ใช่จะนำคนอื่นหรือตามคนอื่นเพียงอย่างเดียว ต้องรู้ว่าสถานการณ์ไหนเราควรเป็นผู้นำหรือผู้ตาม คนบางคนขาดเสน่ห์เพราะทุกเรื่องรู้หมด บางครั้งเราต้องทำเป็นไม่รู้เพื่อให้โอกาสอีกฝ่ายหนึ่งเป็นคนนำเสนอตัวเองบ้าง การมีสมองไม่ใช่เป็นการพูดหรือแสดงความคิดเห็นทุกเรื่อง เราต้องรู้จักฟังคนอื่น มีส่วนร่วม คนที่จะมีเสน่ห์ได้นั้นต้องมีส่วนร่วมในการงาน ทำกิจกรรมต่างๆ และต้องรู้จักรับผิดและรับชอบ ถ้าทุกคนมี 5 ส ในตัวเอง ความมีเสน่ห์ในตัวเองจะเกิดขึ้นทันที ดร.จิตราอธิบายข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า คนในยุคนี้มักจะเข้าใจผิดว่า ถ้าเราสวยไม่ว่าจะสวยด้วยธรรมชาติหรือสวยด้วยมือหมอ มีบุคลิกภาพดี แต่งตัวดี นั่นคือเสน่ห์ที่แท้จริง ดังจะเห็นได้จากผู้หญิงจำนวนไม่น้อยยอมทุ่มเวลาทุกอย่างให้กับการทำตัวเองเพื่อความสวยงาม หมกมุ่นอยู่เพียงเรื่องความสวยงาม พยายามทำให้รูปร่างได้สัดส่วนเพื่อดึงดูดให้ตัวเองดูดี หรือสรุปง่ายๆ คือพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้คนมอง แต่ในความเป็นจริง ต้องบอกว่านั่นไม่ใช่เสน่ห์ที่แท้จริง เพราะผู้ที่มีเสน่ห์ที่แท้จริงต้องเป็นเสน่ห์ที่เกิดขึ้นจากความเป็นตัวเอง ไม่ใช่อยู่ตรงที่การทำตัวเองให้สวยโดยไม่ใช้สมอง คนบางคนอ้วนแต่มีเสน่ห์ เป็นคนร่าเริง มีเสียงหัวเราะ อยู่ใกล้แล้วมีความสุข ซึ่งไม่จำเป็นต้องผอมเขาก็มีเสน่ห์ในตัวเองได้ ดังนั้น เสน่ห์ต้องสร้างจากความเป็นตัวตนของเรา ค้นหาตัวเองให้เจอว่าตัวองมีอะไรโดดเด่น จุดเด่นตัวเองอยู่ที่ไหน ถ้าเราสร้างเสน่ห์ด้วยความสวยงามเพียงอย่างเดียว จะกลายเป็นเสน่ห์ที่ฉาบฉายไม่ยั่งยืน ซึ่งเป็นเพียงเปลือกนอก ดังนั้น เมื่อพัฒนาหรือปรับปรุงภาพภายนอกแล้วต้องพัฒนาภายในนั่นก็คือสมองต้องคิดได้และคิดเป็นด้วยจึงจะเรียกว่าเป็นคนที่มีเสน่ห์ที่สมบูรณ์ ดร.จิตราสรุปทิ้งท้าย
| | |
|