ขื่อ:

รหัสผ่าน:

ลืมรหัสผ่าน?Email:

 อัลบั้ม Bloger - Blogth: Create your Blog Now -- Blog Thailand -- Free! -- blogth.com

หน้าแรกคอลัมน์  :  อัลบั้ม Bloger  :  รูปแบบ Bloger  :  บันเทิง : รู้จักจีน  :  ชีวิตประจำวัน  :  วิทยาศาสตร์และศิลป์  :  เกมส์ Bloger  
นักประพันธ์ : ธุรกิจและการเงินกีฬา : ความรักพูดคุยทั่วไป : กระทู้ Bloger : ท่องเที่ยวรายวันบันทึกการทำงาน : สีสันชีวิต : My Blog !

ค้นหา:

Relating Article
สนุกสุขใจไปกับทัวร์ขสมก
อันดามัน ความลับ ทะเลลึก /
ททท.ชวนคนไทยเที่ยวถวายพระพ
นักเที่ยวตื่น “ฉลามวาฬ” โผ
เรือนแพสะแกกรัง มนต์ขลังเม
นั่งรถจักรไอน้ำ-ล่องเจ้าพร
สราญใจ ในสวนสราญรมย์
เที่ยวสงกรานต์ปลอดภัย...ไร
หมู่เกาะอ่างทอง / วินิจ รั
"มาเก๊า" เมืองที่มีดีมากกว่

Hot Article
100 ปีมนต์เสน่ห์"พระราชวังส
"เชียงใหม่ ไนท์ ซาฟารี"โครง
"บ้านบุ"หลังไฟไหม้ วิถีที่ต
“มอหินขาว” ชัยภูมิ...สโตนเฮ
สัมผัสเสน่ห์แห่งขุนเขาที่
“หน้างอ คอหัก” ยอดปลาทูเมือ
สีสันแห่งสายน้ำ มหกรรมลอยก
ชมสินค้าโอทอป ชอปของดีภาคเ
สนุก สุข เศร้า ของเหล่าช้าง
ต้องตาตรึงใจ...จุดชม “ทะเลห

Relating Categories
  • นักเขียนชื่อดัง
  • นิยาย
  • กลอน
  • คุยทั่วไป
  • สุขภาพ
  • เพื่อนๆ
  • ข่าวดารา
  • ดูหนังฟังเพลง
  • วิจารณ์
  • Cheap Hotels Booking

    Cheap  Hosting in  Thailand

    Thai search engine

       You are here: Home>>คอลัมน์>>ท่องเที่ยว>>Details

    เยี่ยมบ้านหม่อมคึกฤทธิ์ คิดถึงยอดปูชนียบุคคล

    Last update:2006-04-19 Source :Blog


     
    มรว.คึกฤทธิ์ขณะยังมีชีวิต กับสุนัขตัวโปรด
                  ถ้าฉันพูดถึง "บ้านซอยสวนพลู" คนที่ได้ยินอาจจะนึกไม่ออกว่าซอยนี้อยู่ตรงส่วนไหนของกรุงเทพฯ แต่ถ้าถามว่าบ้านหลังนี้เป็นบ้านของใคร ฉันว่าน่าจะมีหลายคนที่ตอบได้ถูกต้องว่า หมายถึงบ้านของศาสตราจารย์ พลตรี หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 13 ของประเทศ ผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์สยามรัฐ ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ และอีกหลายตำแหน่งที่ประชาชนต่างมอบให้ท่านด้วยความยกย่อง ซึ่งนับได้ว่า มรว.คึกฤทธิ์ เป็นหนึ่งในยอดปูชนียบุคคลแดนสยามที่ฝากผลงานไว้ให้ผู้คนประจักษ์มากมาย
           
           แม้ว่าท่านจะล่วงลับไปนานกว่าสิบปีแล้ว แต่ก็ยังคงมีผู้ที่ระลึกถึงคุณประโยชน์ต่างๆ ที่ท่านได้ทำไว้เมื่อยังมีชีวิต และเนื่องในวันที่ 20 เมษายนนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของ มรว.คึกฤทธิ์ ฉันจึงถือโอกาสพาเที่ยว พร้อมกับระลึกถึงท่านไปพร้อมๆ กันที่ "บ้าน มรว.คึกฤทธิ์" ในซอยสวนพลู ย่านสาทรแห่งนี้

     
    ศาลาไทย ศาลาหลังใหญ่ที่ใช้ทำกิจกรรมต่างๆ ภายในบ้าน
                  สำหรับบ้าน มรว.คึกฤทธิ์ที่ฉันมาเยี่ยมเยือนในวันนี้ ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน ประเภทบ้านบุคคลสำคัญ ซึ่งยังคงรักษาสภาพดั้งเดิมเหมือนเมื่อครั้งที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ บรรยากาศภายในรั้วบ้านเต็มไปด้วยสีเขียวของต้นไม้ไทยๆ หลากหลายชนิด ทั้งไม้ยืนต้น ไม้พุ่ม ไม้ประดับ ฯลฯ ทำให้บรรยากาศร่มรื่นน่าสบาย
           
           ฉันซื้อบัตรเข้าชมราคา 50 บาท จากเจ้าหน้าที่ซึ่งถามฉันว่า ต้องการเดินชมเองหรืออยากจะให้มีคนเล่าเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับบ้าน มรว.คึกฤทธิ์ระหว่างชมไปด้วย แน่นอนว่าฉันย่อมเลือกอย่างหลัง
           
           เจ้าหน้าที่แนะนำให้ฉันกราบทำความเคารพรูปของ มรว.คึกฤทธิ์ ผู้เป็นเจ้าของบ้าน ก่อนจะเริ่มอธิบายถึงสถานที่ที่ฉันกำลังนั่งอยู่นี้ว่า ตรงส่วนนี้เรียกว่า "ศาลาไทย" เป็นศาลาซึ่งตั้งใจสร้างไว้เพื่อใช้เป็นศาลาอเนกประสงค์ในการจัดกิจกรรมต่างๆ ของเจ้าบ้าน ไม่ว่าจะเป็นงานทำบุญเลี้ยงพระ งานไหว้ครูโขนละคร และงานเลี้ยงต่างๆ โดยรูปแบบของศาลาไทยนี้ได้มาจากศาลาใหญ่หน้าพระอุโบสถของวัดบวรนิเวศวิหาร
           
           นอกจากนั้นบนศาลาไทยยังมีตู้ใส่หัวโขนสองตู้ที่ตั้งอยู่บนยกพื้นภายในศาลา หลายคนคงจะทราบกันอยู่แล้วว่า มรว.คึกฤทธิ์นั้น เป็นผู้ก่อตั้งโขนธรรมศาสตร์ขึ้น โดยตั้งใจจะให้เยาวชนไทยเข้าใจวัฒนธรรมไทยผ่านสื่อนาฏศิลป์ โดยตัวท่านเองได้หัดโขนละครมาตั้งแต่เด็ก อย่างที่ท่านเคยกล่าวไว้ว่า "เรื่องเล่นโขนนี้ในวังมีโรงหัดโขนในสมัยรัชกาลที่ 6 เราเป็นเด็กเข้าไปวิ่งเล่นอยู่ในวังเกือบทุกวัน ท่านขุนณัฐกานต์ท่านนึกยังไงของท่านจำไม่ได้เสียแล้ว มาจับไปหัดโขนให้..."

     
    สระบัวด้านหลังเรือนไทย
                  ดังนั้นหัวโขนที่อยู่ในตู้นี้จึงถือเป็นของรักของหวงของ มรว.คึกฤทธิ์ นอกจากนั้นหัวโขนเหล่านี้ต่างก็เคยใช้ในการแสดงโขนจริงมาแล้ว และบางหัวเป็นฝีมือของครูชิด แก้วดวงใหญ่ ซึ่งเป็นครูประดิษฐ์หัวโขนที่มีชื่อเสียงที่สุดในสมัยรัชกาลที่ 6 อีกด้วย
           
           ภายในศาลาไทยยังมีตู้พระไตรปิฎกลายรดน้ำปิดทองอยู่สองใบ ซึ่งมีอายุไม่ต่ำกว่า 180 ปี เพราะทำขึ้นเมื่อต้นสมัยรัตนโกสินทร์ ตู้หนึ่งในสองใบนี้ค่อนข้างจะพิเศษตรงที่เป็นฝีมือของถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ ซึ่งได้นำตู้ที่ลวดลายเลอะเลือนไปหมดแล้วใบนี้มาเขียนขึ้นใหม่ นอกจากนั้นด้านข้างศาลาไทยยังมีเก๋งจีนซึ่งมีรูปเคารพของเจ้าแม่กวนอิม และเทพเจ้ากวนอู ซึ่งเป็นของที่ระลึกของเติ้งเสี่ยวผิง อดีตผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของประเทศจีนอีกด้วย
           
           จากศาลาไทย ฉันผ่านสวนหย่อมเล็กๆ เรียกว่าสวนเขมร ที่ตกแต่งด้วยโบราณวัตถุทั้งของจริงและของจำลอง ไม่ว่าจะเป็นศิวลึงค์ หรือนางอัปสรพ่นน้ำ กำแพงศิลาแลง และทับหลังต่างๆ โดยจะเรียกว่าเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งก็ย่อมได้
           
           จากนั้นจึงเข้าสู่ส่วนของเรือนไทย เจ้าหน้าที่เล่าให้ฉันฟังถึงความใฝ่ฝันของ มรว.คึกฤทธิ์ที่จะมีบ้านเรือนไทย ตามที่ท่านเคยกล่าวไว้ว่า "เพราะรักเรือนไทยมานานแสนนาน เนื่องจากเห็นความสวยงาม อยากอยู่อย่างไทย มีนอกชานเล่น…" ดังนั้น มรว.คึกฤทธิ์จึงได้ซื้อที่ดิน 5 ไร่ในซอยสวนพลู และได้ซื้อเรือนไทยเก่าจากบริเวณเสาชิงช้า และเรือนไทยภาคกลางอีกสองหลังจากอำเภอผักไห่ มาปลูกบนที่ดินในซอยสวนพลูตามแบบที่ท่านฝันไว้
           
           สำหรับช่างที่มาปลูกสร้างบ้านนั้น ก็ได้ช่างจากอำเภอผักไห่ที่มีความผูกพันกับราชสกุลปราโมช เพราะบรรพบุรุษเคยเป็นเลกฝีพายที่ทำงานอยู่กับบิดาของ มรว.คึกฤทธิ์มาก่อน ใช้เวลาประมาณ 6 เดือน บ้านเรือนไทยในซอยสวนพลูนี้ก็สร้างเสร็จ และท่านได้ให้ทำพายมีลวดลายสีทองประดับไว้เหนือประตูของเรือนประธาน เพื่อเป็นการ “เซ็นชื่อ” หรือทำสัญลักษณ์แทนตัวผู้สร้างไว้ด้วย

     
    นอกชานที่มรว.คึกฤทธิ์เคยกล่าวว่า อยากมีไว้นั่งเล่น
                  เรือนไทยหลังนี้ เรียกว่าเป็นหมู่เรือนไทย เพราะประกอบด้วยเรือนไม้ขนาดต่างๆ กัน 5 หลัง และมีนอกชานเชื่อมถึงกันโดยตลอด เรือนประธานของหมู่เรือนไทยนี้เรียกกันว่า "เรือนคุณย่า" ชื่อนี้มีที่มาออกจะน่าขนลุกเล็กน้อย คือมีคนขับรถสามล้อมาถาม มรว.คึกฤทธิ์ถึงที่บ้าน เพราะมีผู้หญิงแก่คนหนึ่งเรียกสามล้อจากเสาชิงช้ามายังบ้านในซอยสวนพลูหลังนี้หลายครั้งแล้ว เมื่อมาถึงก็ไม่ยอมจ่ายค่ารถ เดินหายเข้าไปในบ้านของท่าน แรกๆ ก็ไม่กล้าทวงเพราะเห็นว่ามาบ้านของนักการเมืองใหญ่ แต่เมื่อหลายครั้งเข้าจึงมาถามดู
           
           มรว.คึกฤทธิ์ จึงเรียกคนในบ้านมาถามว่ามีใครเห็นหญิงแก่คนนั้นบ้าง ก็ไม่มีใครเห็น จึงไปสอบถามกับทางเจ้าของบ้านเก่าที่เสาชิงช้าจึงได้ความว่า เจ้าของบ้านเดิมซึ่งเป็นหญิงชรารักบ้านหลังนี้มาก จึงตั้งใจว่าไม่ว่าบ้านหลังนี้จะเป็นของใคร ก็จะตามมาอยู่ด้วย มรว.คึกฤทธิ์จึงจุดธูปเชิญให้หญิงชรามาอยู่ที่บ้านหลังนี้ด้วยกัน และเรียกชื่อว่าเรือนคุณย่า ซึ่งจัดเป็นห้องรับแขกสำคัญๆ รวมทั้งมีข้าวของมีค่าหลายอย่าง เช่น เตียงเท้าสิงห์ลงรักปิดทองประดับกระจกสี ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นพระแท่นทรงงานของรัชกาลที่ 2 รวมทั้งตู้หุ่นกระบอกเรื่องพระอภัยมณี อิเหนา และตู้เครื่องถมทองมีค่าต่างๆ มากมาย

     
    ศาลาพักผ่อนภายในสวนหลังบ้าน
                  ด้านข้างของเรือนคุณย่าทางขวามือติดบันไดคือหอพระ ส่วนอีกด้านหนึ่งเรียกหอขวาง เป็นที่นั่งเล่นส่วนตัวของเจ้าของบ้าน ตกแต่งด้วยเครื่องปั้นดินเผาศิลปะบ้านเชียง และเครื่องสังคโลก ส่วนเรือนขนาดกลางอีกสองหลังนั้นคือเรือนนอน ซึ่งแบ่งเป็นสามส่วนด้วยกันคือห้องพระ เตียงนอน และห้องแต่งตัว ในเรือนนอนนี้มีของสำคัญคือตลับงาช้างขนาดต่างๆ นับสิบตลับวางอยู่ในตู้ ตลับงาช้างเหล่านี้เป็นของที่ "เล่น" หรือสะสมกันมากในสมัยรัชกาลที่ 5
           
           ฝั่งตรงข้ามกับเรือนนอนคือส่วนของห้องทำงาน แบ่งเป็นห้องเล็กและห้องใหญ่ ด้านในเต็มไปด้วยหนังสือหนังหามากมายทั้งภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ มีโต๊ะหนังสือขนาดใหญ่ตั้งอยู่ภายใน แต่สถานที่ทำงานของท่านส่วนใหญ่จะอยู่ที่โต๊ะไม้ใต้ถุนบ้านเสียมากกว่า
           
           พูดถึงใต้ถุนบ้านแล้วก็ลงมาดูกันเสียหน่อยดีกว่า บ้านหลังนี้ก็มีใต้ถุนตามแบบมาตรฐานเรือนไทยทั่วไป ใต้ถุนไม่สูงมากนัก ปูพื้นด้วยแผ่นกระเบื้องเพื่อไม่ให้เฉอะแฉะเมื่อฝนตก รวมทั้งยังทำให้มีพื้นที่มากขึ้นด้วย เพราะใต้ถุนบ้านนี้ได้จัดเป็นส่วนของโต๊ะกินข้าว เป็นโต๊ะไม้ยาว เจ้าหน้าที่บอกฉันว่า ครัวที่นี่จะต้องจัดอาหารไว้ให้พอสำหรับ 8-10 คนทุกวัน เพราะ มรว.คึกฤทธิ์ มักจะมีแขกมาเยี่ยมเยือนอยู่เสมอ ท่านจึงปฏิบัติตามคำกล่าวที่ว่า "ใครมาถึงเรือนชานต้องต้อนรับ"
           
           ที่น่าสนใจก็คือ แม้ว่าบ้านหลังนี้จะสร้างเป็นบ้านเรือนไทย แต่ก็ได้นำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาไว้ด้วย เช่นการติดเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานโดยไม่ทำให้เสียบรรยากาศเรือนไทย หรือห้องน้ำที่มีสุขภัณฑ์สมัยใหม่ครบถ้วน และที่ฉันทึ่งก็คือ เรือนไทยแห่งนี้มีแม้กระทั่งลิฟท์ ที่ติดตั้งไว้เมื่อคราวที่เจ้าของบ้านมีอายุมากขึ้น ร่างกายไม่แข็งแรง ไม่สามารถขึ้นลงบันไดได้สะดวกอย่างแต่ก่อน

     
    ไม้ดัดชนิดต่างๆ บนเรือนไทย
                  แม้จะบ้านในซอยสวนพลูนี้จะตั้งอยู่ในย่านธุรกิจใจกลางเมือง แต่ด้วยความที่สถานที่ตั้งของบ้านอยู่ลึกเข้ามาในซอย ทำให้เสียงรบกวนจากรถราต่างๆ เข้ามาไม่ถึง บ้านเรือนไทยหลังนี้จึงยังสงบร่มรื่นได้อย่างแท้จริง และแม้ฉันจะไม่ได้เป็นเจ้าของบ้าน แต่ก็บอกได้ว่าบ้านหลังนี้คงจะทำให้ผู้อาศัยเกิดความสุขได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
           
           บ้านหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ หรือที่หลายคนติดปากว่าบ้านซอยสวนพลูนั้น เป็นสถานที่ที่เคยต้อนรับผู้คนมากมายที่ตั้งใจจะมาพบปะพูดคุยกับเจ้าของบ้าน แม้เมื่อประมุขของบ้านจะจากไปแล้ว แต่บ้านหลังนี้ก็ยังคงอยู่เพื่อต้อนรับทุกท่านที่ยังคงนึกถึงและเคารพเจ้าของบ้าน หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ตลอดไป

     

     

     

    [Top] [Tell Friend] [View Comment]
     

    Relating Article

    สนุกสุขใจไปกับทัวร์ขสมก
    อันดามัน ความลับ ทะเลลึก / วินิจ รังผึ้ง
    ททท.ชวนคนไทยเที่ยวถวายพระพร
    นักเที่ยวตื่น “ฉลามวาฬ” โผล่ให้ยลโฉมใกล้ชิด
    เรือนแพสะแกกรัง มนต์ขลังเมืองอุทัยฯ/ปิ่น บุตรี

    Post Comment!

    ขื่อ: รหัสผ่าน: Hidden Post   ลงทะเบียนใหม่ 

    Create a new account!

    ขื่อ:

    รหัสผ่าน:

      Blog เป็นการใช้งานเว็บไซต์ของคุณแบบง่ายๆซึ่งคุณสามารถ
    โพสต์ข้อความหรือรูปภาพได้ทันทีและสามารถพูดคุยโต้ตอบกันได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

    หน้าแรกคอลัมน์  :  อัลบั้ม Bloger  :  รูปแบบ Bloger  :  บันเทิง : รู้จักจีน  :  ชีวิตประจำวัน  :  วิทยาศาสตร์และศิลป์  :  เกมส์ Bloger  
    นักประพันธ์ : ธุรกิจและการเงินกีฬา : ความรักพูดคุยทั่วไป : กระทู้ Bloger : ท่องเที่ยวรายวันบันทึกการทำงาน : สีสันชีวิต : My Blog !

    ค้นหา:

    All rights reserved. Privacy Policy - Terms of Service - Copyright Policy

    Copyright © 2005 blogth.com