|
|
|
You are here: Home>>บันเทิง>>ไทยดารา_ละคร_ทีวี>>Details |
|
"ดังแล้วผมจะไม่เปลี่ยนไป" สัญญาจากใจสเตฟาน |
|
Last
update:2006-04-17 Source :Blog |
"เพราะผมก็เหมือนคนธรรมดาคนหนึ่ง ไม่คิดว่าจะมีอะไรเป็นพิเศษมากกว่าคนอื่นหรอก คนชอบมองว่าดาราเป็นเทพ แต่ผมว่าไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้ ผมก็เป็นคนปกติที่อาจมีคนอื่นเขายกย่อง แต่ดาราบางคนที่เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นเทพ พูดถึงไม่ได้ ก็ไม่รู้ว่าเหตุผลของเขาคืออะไร และถ้ามันดีสำหรับเขา ก็ไม่ได้ผิดอะไรใช่ไหม แต่สำหรับผม ผมไม่ชอบ"
แม้จะผ่านงานแสดงมาแล้วหลายเรื่อง แต่เมื่อ "สเตฟาน สันติ วีระบุญชัย" เดินชนเข้ากับบท "ธนาคิม" ชายมาดเข้มผู้มีแค้นฝังลึกกับนางเอกในละคร ""หลงเงาจันทร์"" ชื่อของเขาก็เป็นที่กล่าวขวัญในทันที ทั้งจากผู้ชมที่สนใจและชื่นชอบ จากผู้จัดที่อยากได้มาร่วมงาน และที่สำคัญที่สุดข่าวว่า "สุรางค์ เปรมปรีดิ์" ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 สี ก็ชอบใจถึงขั้นตัดสินใจจะ "ปั้น" และ "ดัน" ดังนั้นยังไม่ทัน "หลงเงาจันทร์" จะจบ เขาก็ถูกวางตัวให้แสดงละครเรื่องใหม่-อีกหลายๆ เรื่อง
"ที่หลงเงาจันทร์ดังเป็นเพราะหลายๆ อย่างรวมกัน บทก็ดี เป็นละครที่สนุกแบบที่คนไทยชอบ แล้วมีคนดูเคยพูดกับผมว่าผมเล่นกับกบ (สุวนันท์ คงยิ่ง) แล้วดี ดูแล้วอิน" เขาเล่าอย่างอารมณ์ดี และมีนัยว่าเขาเองก็ภูมิใจกับความสำเร็จที่ได้รับ
"ธนาคิมนิสัยเขาคล้ายๆ ผมนะ ชอบอะไรที่ประมาณศิลปะ จริงใจ และซีเรียสกับความรัก เป็นคนที่ใช้ความรู้สึกมาก่อนความคิด เหตุผลไม่ต้องมี คือรักได้โดยไม่สนใจเรื่องอื่นว่ามันจะผิดอะไรบ้าง เวลาโกรธก็โกรธ แต่พอจะรักก็รักเลย"
แต่ถ้าใครมาทำให้เจ็บ สเตฟานว่าตรงนี้ละที่เขาต่างจากตัวละคร เพราะเขาจะไม่แก้แค้นด้วยระบบตาต่อตาฟันต่อฟันเหมือนที่ "ธนาคิม" ทำ เพราะนิติศาสตรบัณฑิตจากอังกฤษอย่างเขาจะใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือ
|
ก่อนหน้า "หลงเงาจันทร์" จะประสบความสำเร็จ ธนาคิมบอกว่าเขาก็เป็นนักแสดงธรรมดาๆ คนหนึ่ง แต่เมื่อละครเรื่องนี้ออกอากาศ ก็ทำให้เขามีสภาพเป็นดาราดัง ซึ่งถ้าจะพูดให้ถูกอาจต้องใช้คำว่า "ดังในชั่วข้ามคืน" ด้วยซ้ำ
แต่ก็ไม่ได้ทำให้กังวลอะไร
"เพราะการประพฤติตัวของเราไม่เปลี่ยนแปลงไป ผมไม่อยากที่จะเปลี่ยน ผมกลัว" เขาบอก
"จริงๆ นะ"
"เพราะคิดว่าถ้าคนเราเปลี่ยนไปมันจะไม่ดี ฉะนั้น ตอนก่อนดังเป็นอย่างไร ดังแล้วก็ควรจะเป็นอย่างนั้น"
"เคยรู้สึกไหมว่าบางคนเราชอบเขาเพราะเขานิสัยอย่างนี้ แล้วอยู่ดีๆ พอมีชื่อเสียงถ้าเขาเปลี่ยนไป เราจะชอบเขาอยู่เหรอ"
"ผมเลยจะจำอยู่ตลอดว่าผมเคยเป็นอย่างไร แล้วก็จะเป็นอย่างนั้น บางทีคนเขาจะพูดกันว่าเขาต้องทำดีตลอด แต่ผมคงอยู่กับตัวเองไม่ได้ถ้าต้องมานั่งเฟค บางคนอาจจะคิดว่าเราควรที่จะทำให้ตัวเองดูดีตลอด แต่ผมเชื่อว่าผมไม่ใช่คนเลว แล้วก็ไม่เคยทำอะไรที่ไม่ดี ดังนั้นไม่ต้องโกหกก็ได้ เพราะคนจะรู้เอง"
กับเรื่องไม่ดี-ไม่ดีที่เคยทำ สเตฟานบอกว่าเป็นธรรมดาที่ไม่ว่าใครก็ไม่อยากพูดถึงเรื่องที่ไม่ดี เพราะมันเป็นอดีต เป็นสิ่งที่คนทำรู้สึกตัวว่าทำผิดไปแล้ว ดังนั้น จึงไม่อยากพูดหรือขุดคุ้ย
"แต่ผมไม่ค่อยทำอะไรผิด ไม่ค่อยทำอะไรไม่ดี คืออาจจะมีบ้างแต่ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ไม่ได้ทำอะไรให้ใครเสียหาย"
"เพราะผมก็เหมือนคนธรรมดาคนหนึ่ง ไม่คิดว่าจะมีอะไรเป็นพิเศษมากกว่าคนอื่นหรอก คนชอบมองว่าดาราเป็นเทพ แต่ผมว่าไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้ ผมก็เป็นคนปกติที่อาจมีคนอื่นเขายกย่อง แต่ดาราบางคนที่เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นเทพ พูดถึงไม่ได้ ก็ไม่รู้ว่าเหตุผลของเขาคืออะไร และถ้ามันดีสำหรับเขา ก็ไม่ได้ผิดอะไรใช่ไหม แต่สำหรับผม ผมไม่ชอบ"
กับข่าวสะพัดหนาหูว่าเขาจะกำลังจะเป็นนักแสดงที่เจ้าแม่เจ็ดสีตั้งอกตั้งใจจะปั้นให้เด่นดัง สเตฟานบอกว่า ลึกๆ แล้วเขารู้สึกแปลกที่หลายคนคิดแบบนี้ เพราะในความคิดของเขา พระเอกช่อง 7 ทุกคนก็มีงานเท่าๆ กัน
"แต่ถ้าเขาปั้นเราจริงๆ ก็ดีนะ" เขาเปิดอกพร้อม
"เหมือนกับเขาต้องมั่นใจในตัวเรา เพราะเขาผ่านพระเอกมาหลายคนแล้ว แต่ผมเองไม่ได้มั่นใจในฝีมือตัวเองหรอก ดูเอาจากเคสของคนอื่นๆ แต่ฝีมือผมก็ไม่ได้แย่มาก"
"บางคนก็บอกเล่นดี บางคนบอกว่ายังแข็ง ก็แล้วแต่ คือจะมีคำชมตลอดคงเป็นไปไม่ได้ ผมรู้ว่าผมไม่ได้เก่งก็ต้องพยายามพัฒนา ไม่มีใครเก่งได้ในคืนเดียวหรอก แล้วผมก็พัฒนาขึ้นในทุกเรื่องที่ได้แสดง" สเตฟานกล่าว
นักแสดงหลายคนคงนึกเหมือนๆ กันว่า คนทั่วไปสนใจเรื่องส่วนตัวของพวกเขามากกว่ารายละเอียดของงาน แต่หน้าใหม่อย่างสเตฟานบอกว่าเรื่องพวกนี้เป็นธรรมชาติมนุษย์ที่เขายอมรับตั้งแต่ตั้งใจว่าจะก้าวเข้ามาในวงการนี้แล้ว
"อะไรที่เกี่ยวกับคนอื่นเราก็อยากรู้ ทั่วโลกก็เป็นกัน ผมจึงจะตอบเท่าที่ตอบได้ เพราะผมก็รู้ว่าทุกคนมีหน้าที่ ซึ่งพอจะเล่นละครผมก็รู้แล้วว่าต้องเจอเรื่อง รู้ว่าต้องแลกกับอะไรบางอย่าง แลกกับเรื่องส่วนตัวบางเรื่อง"
เช่นเรื่องแฟน----
"เรื่องความรักผมก็ไม่ได้เปิดเผย ผมไม่ถ่ายแบบคู่กันเพราะมันเป็นเรื่องส่วนตัว แล้วไม่ตะโกนบอกคนอื่นว่าเป็นแฟนกัน แต่ถ้าใครรู้ก็ไม่เป็นไร"
ถึงตอนนี้ ตอนที่ชื่อเสียงและงานไหลเทเข้ามาหา สเตฟานบอกว่าแต่ละวันของเขายุ่งมากเพราะมีเรื่องหลายเรื่อง งานหลายงานให้จัดการ ซึ่งแต่ละอย่างที่เข้ามานั้นเขาจะพยายามรับมือและทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ส่วนจะประสบความสำเร็จต่อไปขนาดไหน หรือไม่อย่างไร "ก็อยู่ที่คนดูแล้ว" ว่าอย่างนั้น
หากถามในแง่ความคาดหวังส่วนตัว เขาก็ว่าขอแค่มีคนสนใจติดตามละครที่เขาเล่นก็ดีมากแล้ว คือไม่ต้องโด่งดังหลุดโลก แค่มีงานทำไปเรื่อยๆ และเป็นงานที่เหมาะสม เพราะแม้จะดังขนาดไหน สเตฟานก็ทำใจไว้แต่แรกแล้วว่า ไม่มีใครได้เป็นพระเอกตลอดกาล
อย่างไรก็ตาม เมื่อโอกาสอำนวยให้เป็น "พระเอก" อยู่ เขาก็จะพยายามเต็มที่
""ก็วงการเปิดโอกาสให้ผมแล้วนี่ ผมจะใช้โอกาสนั้นให้อย่างดีที่สุด""
ตลอดสัปดาห์นี้ "บันเทิงมติชน" จะติดตามและรวบรวมคนหน้าใหม่ที่กำลังมาแรงในแวดวงบันเทิง แนะนำให้ผู้อ่านได้มารู้จัก ในจำนวนนี้อาจจะมีบางคนเริ่มเป็นที่รู้จักแล้ว ขณะที่บางคนอาจจะไม่เป็นที่รู้จักดีนัก และบางอย่างก็อาจจะไม่ใช่คน แต่เป็นกระบวนการและยุทธวิธีที่จะพลิกหน้าพลิกหลังวงการให้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ซึ่งบุคคลและสิ่งที่คัดเลือกมาผ่านการคิดและถกเถียงกันภายในว่าน่าจะมีส่วนสร้างผลกระทบให้กับวงการต่อไปอย่างแน่นอน แต่จะมากหรือน้อยนั้นเป็นเรื่องที่กาลเวลาจะเป็นผู้พิสูจน์ |
|