|
|
|
You are here: Home>>บันทึกการทำงาน>>ชีวิตพนักงาน>>Details |
|
แหม่ม อาคาเดมี่ ควบ 2 มหา'ลัย ไม่หวั่นปัญหาเรื่องเวลา |
|
Last
update:2006-02-14 Source :Blog |
เป็นดางดวงใหม่ที่น่าจับตามองอีกคน สำหรับ แหม่ม - วัชรินทร์ จินะมุสิ หนึ่งสาวที่โด่งดังมาจากบ้านอาคาเดมี่ ซึ่งถึงแม้จะยังไม่ได้ทำอัลบั้มตามความฝันเป็นตัวเอง แต่งานที่รุมเข้ามาก็จัดได้ว่าเธอเป็นคนดังซะแล้ว เห็นอย่างนี้แล้วอยากทราบแล้วหล่ะลิว่า ชีวิตเธอเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร และข่าวที่แว่วๆ มาว่าเธอกำลังจะเอ็นทรานซ์ ใหม่อีกครั้งนั้นจะจริงหรือไม่ไปฟังกันเลย จากที่หนูเคยเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง คณะรัฐศาสตร์แล้วต้องหยุดเรียนไป เพราะติดไปแข่งอาคาเดมี่ ตอนนี้หนูก็ยังไม่ได้กลับไปเรียนเลย เพราะตั้งใจอยากเอ็นท์ฯ ใหม่อีกครั้ง หนูอยากเรียนมัณฑศิลป์ เอกออกแบบภายใน มหาวิทยาลัยศิลปากร ช่วงนี้พอมีเวลาว่างหนูจะต้องไปเรียนพิเศษ ฝึกนั่งวาดรูป อ่านหนังสือทุกๆวัน คือ ลุยเรื่องเอ็นท์ฯ อย่างเดียวเลย ถึงหนูจะเลือกเอ็นท์ฯ คณะใหม่ แต่ที่ม. ราม หนูก็ไม่คิดจะทิ้งไปเลยนะคะ เพราะหนูก็เก็บไปได้หลายตัวแล้วเหมือนกัน อีกอย่างทั้งด้านรัฐศาสตร์ และมัณฑศิลป์ก็ล้วนเป็นสิ่งที่หนูรักและอยากทำอยู่แล้ว ซึ่งหนูก็จะพยายามทำให้มันเข้ากันให้ได้ ถึงแม้ทั้งคู่จะต่างกันแบบสุดขั้วก็ตาม ยังไงหนูต้องจบให้ได้ทั้ง 2 ที่ค่ะ แต่อาจจะช้าหน่อยก็เท่านั้น ดูเหมือนการเรียนจะเป็นภาระหนักเอาการ สำหรับช่วงที่งานกำลังรุ่งแบบนี้ ตอนนี้หนูก็มีงานโชว์ตัว, เดินแบบ และกำลังจะได้เล่นละครเป็นดารารับเชิญ เรื่อง สาธรดอนเจดีย์คู่กับพี่เค (อาคาเดมี่) ส่วนเรื่องออกอัลบั้มก็มีได้ไปคุยๆ กับทางผู้ใหญ่บ้างแล้ว แต่ทางผู้ใหญ่บอกว่า ถ้าจะทำเพลงต้องใช้เวลาเยอะมาก ซึ่งตอนนี้เวลาที่หนูมีอยู่มันไม่พอ จึงต้องรอเคลียร์ทุกอย่างให้ลงตัวก่อนค่ะ ส่วนเรื่องของการแบ่งเวลางานกับเรียนนั้น หนูเองกลัวเหมือนกันนะว่าตัวเองจะจัดเวลาไม่ดี เพราะเคยมีประสบการณ์มาแล้ว คือ ช่วงแรกหนูยังจัดการกับชีวิตตัวเองไม่ดี ไหนจะงาน, เรียน, ทำกิจกรรม ซึ่งพอเราเครียดหนักๆ เข้าสุขภาพก็แย่ไปด้วย เห็นแหม่มแข็งแรงแบบนี้นะ จริงๆ แล้วเหมือนคุณหนูเลย เดี๋ยวเป็นโรคนั้นโรคนี้ เนี่ยก็เป็นภูมิแพ้อยู่โดนอะไรนิดอะไรหน่อยก็เป็นผื่นแล้ว แต่ตอนนี้ค่อยยังชั่วขึ้น เพราะมีพี่สาวคอยดูแลและช่วยจัดการเวลาให้ค่ะ ถึงแม้ทางครอบครัวเปิดไฟเขียวให้ลุยงานเต็มที่ แต่แหม่มก็ไม่คิดจะกอบโกยและทิ้งการเรียน ครอบครัวหนูเค้าจะเข้าใจว่า ช่วงนี้เป็นช่วงที่เราต้องกอบโกย เป็นช่วงเวลาที่น้ำขึ้นให้รีบตัก อย่างเรื่องเรียนพ่อแม่ก็อนุญาตให้พักเอาไว้ก่อนได้ เพราะนี่มันเหมือนเป็นจังหวะของชีวิต ซึ่งเด็กอายุ 19 ปี ทั่วไปไม่สามารถหาได้ง่ายๆ เมื่อเรามีโอกาสตรงนี้แล้ว ก็ควรจะต้องทำให้ดีที่สุด และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ กำไรชีวิตให้มากที่สุด แต่ถึงครอบครัวจะไฟเขียวให้หนูลุยงานเต็มที่ แต่สำหรับตัวหนูเองแล้วก็ไม่คิดจะทิ้งการเรียนแน่นอน เพราะว่าหนูคิดว่า เราคงไม่ได้อยู่ในวงการนี้ไปจนแก่ หรือหากินไปกับวงการนี้ไปตลอดชีวิต คนเรามันไม่แน่แล้วแต่จังหวะของชีวิต อีกอย่างเดี๋ยวก็มีคลื่นลูกใหม่เกิดขึ้นเรื่อยๆ เพราะฉะนั้น เรื่องเรียนเป็นสิ่งที่สำคัญ สำหรับหนูมากๆ หนูเป็นคนชอบเรียนหนังสือ จะทำอะไรก็ทำได้แต่ขอให้ได้เรียนไปด้วยก็พอ ถึงจะได้ชื่อว่าเป็นคนดังแล้ว แต่สาวแหม่มก็ขอย้ำว่ายังไงก็เป็นคนเดิม หนูไม่เคยคิดว่าหนูดังเลยนะ หนูก็ยังเป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง ชีวิตประจำวันก็ยังเหมือนเดิม ยังกินข้าวข้างทางเหมือนเดิม ยังไปซื้อของเซเว่น ไม่ได้ไปเดินเที่ยวห้างดังๆ หรือว่าอะไรอย่างที่ภาพที่คนมองว่าดาราจะต้องเป็นอย่างนั้นเลย ถ้าให้เลือกหนูขอเลือกเป็นคนทำงานดีกว่าเป็นคนดัง หนูอยู่ตรงนี้เพื่อทำงาน รับผิดชอบหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุด อีกอย่างหนูไม่อยากที่จะศูนย์เสียความเป็นตัวของตัวเอง เพราะฉะนั้นเป็นตัวของตัวเองดีกว่า และสิ่งหนึ่งที่ยืนยันได้ว่าเธอเป็นคนดัง นั่นก็คือ กลุ่มแฟนคลับที่มีนับร้อยชีวิต ทุกคนๆ ในบ้านอาคาเดมี่จะมีแฟนคลับหมดทุกคน ซึ่งหนูเองก็ไม่เคยคิดว่าจะมีคนรักเรามากขนาดนี้ อย่างแฟนคลับของหนูเค้าจะน่ารักมาก มีการทำหมวก ทำเสื้อเป็นรูปหนู ไว้ใส่เป็นยูนิฟอร์มมาเชียร์ตามงานต่างๆ ที่หนูไป บางคนก็มาคอยส่งเสบียงให้ที่คอนโดทุกวัน ซึ่งหนูเองก็เกรงใจเค้าเหมือนกันนะ แต่เราปฎิเสธไม่ได้ และต้องเข้าใจด้วยว่า เค้าก็คงอยากให้สิ่งดีๆ กับคนที่เค้าชอบ สำหรับแฟนคลับของหนูแล้ว มันเป็นอะไรที่มากกว่าคำว่า ขอบคุณ ถ้าไม่มีพวกคุณเราก็คงไม่สามารถมายืนอยู่ตรงนี้ได้ จริงๆ แล้วพวกคุณเป็นมือที่อุ้มพวกเราเอาไว้ หนูเองก็จะพูดให้เขาฟังตลอดเวลาว่าที่ผ่านมาขอบคุณมาก และไม่ว่าจะเป็นแฟนคลับหนู หรือของคนคนอื่นๆ เราจะไม่รักแค่คนๆเดียว แต่เราจะรักหมดทุกคนทั้งบ้านอาคาเดมี่เลย
|
|