|
|
|
You are here: Home>>บันทึกการทำงาน>>ชีวิตวัยเรียน>>Details |
|
"พอลล่า" แนะเรียนพิเศษใกล้บ้าน แก้โรคขี้เกียจได้ |
|
Last
update:2006-02-14 Source :Blog |

กำลังโด่งดังในบทตัวการ์ตูนสาวนักสู้แสนสวย ในละคร "ชิชาสาวน้อยมหัศจรรย์" ทางช่อง 3 ซึ่งถึงแม้จะยังพูดภาษาไทยได้ไม่ดีนัก แต่ความน่ารักของ "พอลล่า เทเลอร์ ก็โดดเด่นจนทำให้กลายเป็นขวัญใจเด็กๆ ได้ไม่ยาก วันนี้ life on campus เลยขอลัดคิวสัมภาษณ์เจาะเรื่องส่วนตัว และเรื่องการเรียนที่หลายคนยังไม่เคยทราบมาก่อนว่า เธอตัดสินใจเลือกเรียนภาษามากกว่าเรียนต่อในระดับปริญญา หลังจากที่พอลล่าเรียนจบไฮสคูล แล้วกลับอยู่ที่เมืองไทยพอลล่าก็เริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นอยู่แถวๆ สุขุมวิท 29 ค่ะ ซึ่งเหตุที่พอลล่าเลือกที่จะเรียนภาษามากกว่าเรียนต่อปริญญาตรีนั้น ก็เพราะพอลล่าชอบประเทศญี่ปุ่นอยากไปทำงานอยู่ที่นั่น ตอนนี้ก็เลยต้องฝึกเรียนภาษาไว้ก่อน พอเก็บเงินได้เยอะๆ พอลล่าก็จะบินไปทำงานที่โน่นทันที แต่ก่อนหน้านี้พอลล่าเคยเข้าเรียนที่ม.อัสสัมชัญอยู่ประมาณเกือบ 2 อาทิตย์ค่ะ พอลล่าเลือกลงเรียนคณะบริหารธุรกิจไว้ แต่พอไปเรียนจริงๆ แล้วก็รู้สึกว่ามันไม่ใช่ที่เราต้องการ พอลล่าเลยไม่อยากจะฝืนเรียนต่อไป เลยตัดสินใจลาออกทันที จากนั้นพอลล่าก็ได้ไปลงเรียนภาษาญี่ปุ่นต่อเลย ซึ่งพอไปเรียนก็รู้สึกว่าใช่ที่เราค้นหามาตลอด ยิ่งเรียนก็รู้สึกว่าชอบมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ว่ามันก็ยากเหมือนนะ เพราะเราไม่มีพื้นฐาน ไม่มีเพื่อนเป็นคนญี่ปุ่นด้วย เราก็เลยไม่ได้ฝึกภาษาญี่ปุ่นที่เราเรียนมาเท่าไหร่ ส่วนเรื่องการเรียนด้านบริหารธุรกิจก็คงต้องรอไปก่อน เพราะตอนนี้พอลล่ายังสนุกกับการเรียนภาษาอยู่ค่ะ เห็นหน้าตาลูกครึ่งฝรั่งอย่างนี้ แต่กลับชอบทุกอย่างที่มาจากประเทศญี่ปุ่น นอกจากที่พอลล่าบอกไปแล้วอยากไปอยู่ประเทศญี่ปุ่นมาก พอลล่ายังชอบทั้งอาหาร วัฒนธรรม แฟชั่น คือทุกอย่างที่เป็นของประเทศญี่ปุ่นพอลล่าชอบทั้งหมดเลย ถ้าให้พูดถึงแฟชั่นของที่ญี่ปุ่นที่ใครอาจจะดูว่ามันแรง พอลล่ามองว่ามันเรื่องของการกล้าแสดงออกมากกว่า คือวัยรุ่นเค้าถูกเลี้ยงดูมาอย่างนี้ ดังนั้นจึงทำให้เค้ามีความมั่นใจสูง กล้าคิดกล้าแสดงออกดี ซึ่งพอลล่าเองคิดว่ามันไม่เห็นจะมีอะไรเสียหาย พอลล่าเองก็ยังแต่งกายอินเทรนด์ตามกระแสแฟชั่นของเค้าด้วยเลย และถึงแม้จะติดอันดับสาวคิวทอง แต่เพื่อการเรียนภาษาแล้วยังไงซะ พอลล่าก็สามารถแบ่งเวลาได้อยู่แล้ว ตอนนี้งานบันเทิงพอลล่าก็มีทำเกือบทุกวันเลย แต่การแบ่งเวลาเรียนกับงานของพอลล่าก็ยากเท่าไหร่ค่ะ คือ พอลล่าจะพยายามจัดให้มันลงตัวที่สุด ถ้าวันไหนไม่จำเป็นก็จะไม่ขาดเรียนเลย แต่ติดงานจริงๆ ก็จะหาเวลาไปเรียนเสริมตามเอาทีหลัง ตอนนี้ก็เรียนมาได้เดือนกว่าแล้ว ก็เริ่มที่จะเขียน เริ่มอ่านได้บ้างแล้ว อย่างถ้านั่งรถผ่านเห็นป้ายที่เค้าเขียนภาษาญี่ปุ่นก็พออ่านได้บ้าง แต่ความหมายยังไม่รู้เท่าไหร่ อีกอย่างพอลล่าคิดว่าอีกหน่อยภาษาต้องเป็นสิ่งสำคัญมากในชีวิตประจำวันของเรา ต่อไปรู้แค่ภาษาไทย กับภาษาอังกฤษคงไม่พอแล้ว เนี่ยถ้าเรียนภาษาญี่ปุ่นจบ พอลล่าก็วางแผนไว้ว่าจะเรียนภาษาจีน ภาษาฝรั่งเศสต่อเลย ส่วนใครที่กำลังเบื่อหน่ายกับการเรียนพิเศษ พอลล่ามีคำแนะนำดีๆ มาบอกว่าควรเลือกเรียนให้ใกล้บ้านจะได้ไม่รู้สึกขี้เกียจ สำหรับคนใช้เวลาว่างหรือหลังเลิกเรียนไปเรียนภาษา หรือเรียนพิเศษด้านอื่นๆ นั้นพอลล่าเข้าใจนะว่าบางคนอาจจะรู้สึกเบื่อ เพราะอาจจะเรียนหนังสือมาทั้งวันแล้ว ตอนเย็นยังต้องมานั่งเรียนอีก แต่จะทำอย่างไรได้มันเป็นหน้าที่ เป็นความต้องการของผู้ปกครองที่อยากให้ลูกมีความรู้หลายๆ ด้าน พอลล่าจึงอยากแนะนำให้คุณเลือกสถานที่เรียนให้ใกล้บ้านเราดีที่สุด เพราะนอกจากไม่ต้องเสียเวลาเดินทางให้เหนื่อยแล้ว ยังจะทำให้เราไม่รู้สึกขี้เกียจไปเรียนอีกด้วย ยิ่งเดี๋ยวนี้มีโรงเรียนสอนพิเศษต่างๆ เปิดกันเยอะขึ้น ดังนั้น เราก็จะสามารถเลือกสถานที่ได้ตามความสะดวกของเรา ยังไงพอลลล่าคิดว่าที่ไหนก็สอนให้เรามีความรู้เท่าๆ กันหมด มันอยู่ที่ตัวเด็กมากกว่าที่จะเก็บเกี่ยวความรู้ได้มากแค่ไหน
|
|