ขื่อ:

รหัสผ่าน:

ลืมรหัสผ่าน?Email:

 อัลบั้ม Bloger - Blogth: Create your Blog Now -- Blog Thailand -- Free! -- blogth.com

หน้าแรกคอลัมน์  :  อัลบั้ม Bloger  :  รูปแบบ Bloger  :  บันเทิง : รู้จักจีน  :  ชีวิตประจำวัน  :  วิทยาศาสตร์และศิลป์  :  เกมส์ Bloger  
นักประพันธ์ : ธุรกิจและการเงินกีฬา : ความรักพูดคุยทั่วไป : กระทู้ Bloger : ท่องเที่ยวรายวันบันทึกการทำงาน : สีสันชีวิต : My Blog !

ค้นหา:

Relating Article
อร่อยหวานมัน..กับข้าวเหนีย
เห็ดสมุนไพร 3 รส
ปูผัดพริก
"มานา"รสโอชาก๋วยเตี๋ยวต้มย
ชวนกินกุ้งแม่น้ำ ที่ รร. เซ
สดชื่น ดับลมร้อนด้วย “น้ำมะ
ฉ่ำนุ่มชุ่มเนื้อที่ "โกเบสเ
อร่อยรับซัมเมอร์...ชื่นใจๆ!
ปูผัดพริก
ปูผัดพริก

Hot Article
"ข้าวหมูแดงนายชุน" รสดี ชว
"โกปี้ เฮี๊ยะไถ่กี่" ร้านเก
อร่อย รสล้ำ “ยำสตรอเบอรี่ก
อร่อยเด็ด...ยำเห็ดห้าสหาย
จัดจ้านถึงใจ ไปกับ “ต้มยำปล
ละมุนลิ้นรับวันเด็กกับ“กุ้
เคี้ยวเพลินปากกับ“เนื้อแช่
เคี้ยวหนึบหนับ กับ “หมึกสอด
“กุ้งฟูผัดพริกขิง” กับแกล้ม
อร่อยลิ้นกับ “เนื้อสะดุ้งปร

Relating Categories
  • แฟชั่น
  • เสริมสวย
  • ช๊อปปิ้ง
  • ตอบปัญหาชีวิต
  • Cheap Hotels Booking

    Cheap  Hosting in  Thailand

    Thai search engine

       You are here: Home>>ชีวิตประจำวัน>>อาหาร>>Details

    ปาท่องโก๋เมืองตรัง...แปลกกว่าใคร/ ปิ่น บุตรี

    Last update:2006-03-30 Source :Blog


     
    อิ่วจาก้วยหรือที่คนไทยทั่วไปเรียกว่าปาท่องโก๋(บน) ปาท่องโก๋ที่ชาวตรังเรียกขานตามแบบฉบับคนจีน(ล่าง)
                  คนตรังนอกจากจะพูดเสียงดังใจกว้างแล้ว คนตรังยังเป็นคนช่างกินอีกด้วย
           
           ในแต่ละวันคนตรังส่วนใหญ่จะกินอาหารประมาณ 5-6 มื้อ ตั้งแต่ย่ำรุ่งไปจนถึงดึกดื่น โดยสิ่งที่คนตรังนิยมกินกันมากในแต่ละวัน ในแต่ละมื้อก็คือ“กาแฟ”
           
           ด้วยเหตุนี้ในตัวเมืองตรังจึงมากมายไปด้วยร้านกาแฟ แต่ว่าวัฒนธรรมการกินกาแฟของคนตรังนี่ถือว่ามีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร โดยเฉพาะมื้อเช้าจะเป็นมื้อที่อลังการมากๆ เพราะคนตรังจะนิยมดื่ม“โกปี๊”หรือกาแฟโบราณใส่นมข้นควบคู่ไปกับของกินแกล้มสารพัดอย่าง โดยมี“หมูย่างเมืองตรัง” ที่หนังกรอบ เนื้อแน่นนุ่ม กลิ่นหอม รสหวานมัน เป็นเมนูไฮไลท์ที่โดดเด่นและชวนลิ้มลองสำหรับคนต่างถิ่น
           
           เพื่อนผมคนหนึ่งที่มันมักจะคิดการกินกาแฟตามมายาคติแบบฝรั่งที่นิยมกินกับไข่ดาวไม่ค่อยสุก กินกับเบคอน แฮม ไส้กรอก พอมันมาเจอกาแฟกับหมูย่างเมืองตรังนี่ติดใจชะงัดนัก
           
           ครั้นเมื่อกลับมากรุงเทพฯ มันพยายามหาซื้อหมูย่างมากินกับกาแฟ แต่ก็ไม่ได้รสชาติที่กลมกล่อมลงตัวและเข้ากับรสโกปี๊เท่าหมูย่างเมืองตรัง แต่ไอ้เพื่อนผมคนนี้มันบอกว่า ถึงแม้กาแฟกับหมูย่างในกรุงเทพฯจะกินแล้วไม่ค่อยเข้ากันเท่าไหร่ แต่ยังไงก็ยังดีกว่ากินราดหน้าแล้วถูกคนมาตะโกนไล่แน่นอน เพราะถ้ามันเจอเหตุการณ์อย่างนั้น บอกคำเดียวว่า “แหลกไม่ลง เจงๆ”
           
           กลับมาที่โต๊ะอาหารเช้าในเมืองตรังกันต่อ นอกจากหมูย่างแล้วยังมีติ่มซำที่เสิร์ฟมาวางให้เลือกกินกันเต็มโต๊ะ ทั้ง ขนมจีบ ซาลาเปา ฮะเก๋า ปูอัด กุ้ยช่าย เปาะเปี๊ยะ เต้าหู้ และอีกเพียบเลย
           
           คนต่างถิ่นที่เห็นทางร้านยกกินมาเต็มโต๊ะก็อย่าได้ตกใจไป เพราะกินแค่ไหนเขาคิดแค่นั้น ส่วนคนที่กินปาท่องโก๋หมดแล้ว หากสั่งใหม่ว่า“ขอปาท่องโก๋จานนึง”
           
           ทางร้านก็จะเสิร์ฟปาท่องโก๋แบบตรังมาให้ เป็นแป้งนึ่งฟูนุ่มคล้ายขนมถ้วยฟูรสออกหวานนิดๆ หน้าตาคนละเรื่องกับปาท่องโก๋ในภาคอื่นๆเลย เพราะคนตรังเขาเรียกปาท่องโก๋แบบเป็นแป้งประกบคู่ว่า “อิ่วจาก้วย”ตามการเรียกแบบคนจีน
           
           อิ่วจาก้วย(สำเนียงแต้จิ๋ว)หรือปาท่องโก๋เป็นคู่ที่คนไทยทั่วไปเรียกกันนั้น ถือเป็นภูมิปัญญาที่คนจีนบ่มเพาะความคิดและความแค้น ก่อนจะตกผลึกออกมาเป็นอาหารการกินได้อย่างล้ำลึก
           
           เพราะเหตุใดคนจีนจึงคิดและแค้นถึงปานนั้น !?!
           

           เรื่องนี้คงต้องย้อนกลับไปในสมัยซ้องใต้ที่มีเมืองลิ่มอันเป็นเมืองหลวง (ราชวงศ์ซ้องหรือซ่งมี 2 ยุค คือ ซ้องเหนือ-ค.ศ. 960-1127 และซ่งใต้-ค.ศ. 1127-1279) ยุคนั้นราชวงศ์ซ้องใต้กำลังมีศึกปะทะกับประเทศไต้กิม
           
           ฮ่องเต้ในขณะนั้นมี“งักฮุย”หรือ“เย่ว์เฟย”เป็นยอดขุนพล ที่นอกจากจะเก่งกาจด้านการรบสามารถต่อต้านทัพศัตรูได้ทุกครั้ง งักฮุยยังเป็นคนดีมีคุณธรรม จงรักภักดี รักชาติยิ่งชีพ จนเป็นที่นิยมรักใคร่ของคนจีนทั้งประเทศ
           
           ผิดกับ “ฉินฮุ่ย” มหาเสนาบดีกังฉิน กับภรรยา“หวังซื่อ”ที่แอบติดต่อกับข้าศึก รับสินบน และขายชาติจีนให้พวกไต้กิม เท่านั้นยังไม่พอฉินไขว้ยังคิดหาวิธีกำจัดกับงักฮุยให้พ้นวิถีทางด้วย เพราะเห็นว่านี่คือก้างชิ้นโตที่ขวางคออยู่
           
           ฉินฮุ่ย จึงพยายามเพ็ดทูลข้อมูลต่างๆกับฮ่องเต้ ก่อนจะลงเอยด้วยข้อกล่าวหาว่า งักฮุยซ่องสุมกำลังเตรียมก่อการกบฏ ทำให้ป้ายอาญาสิทธิ์ถูกส่งไปเรียกตัวงักฮุยที่กำลังทำศึกอยู่ให้กลับมาเมืองหลวง แต่ว่าเหล่าบรรดาจอมยุทธ์ผู้รักชาติต่างคอยสกัดขัดขวางไม่ให้ป้ายอาญาสิทธิ์ถึงมืองักฮุย แต่ก็สกัดได้เพียง 10 ครั้ง เพราะครั้งที่ 11 งักฮุยได้รับป้ายอาญาสิทธิ์
           
           คนรักชาติรักแผ่นดินอย่างงักฮุย เมื่อถูกป้ายอาญาสิทธิ์เรียกตัว ก็เดินทางกลับเมืองหลวงทันทีเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ ซึ่งก็เป็นเหตุให้ฮินฮุ่ยสบโอกาสประหารงักฮุยจนเสียชีวิต
           
           งักฮุยสิ้นชีพ ประชาชนร่ำไห้ระงม ฉินไขว้และภรรยาหัวร่อร่า แผ่นดินซ้องใต้ลุกเป็นไฟเพราะประชาชนต่างลุกฮือขึ้นก่อการกบฏ เนื่องจากได้รับความเดือดร้อนจากการถูกกดขี่บีฑาจากเหล่าบรรดาขุนนางกังฉินที่มีฮินฮุ่ยเป็นแกนนำ
           
           ในที่สุดราชวงศ์ซ้องใต้ก็ล่มสลาย
           
           ฉินฮุ่ยและภรรยาในขณะที่กำลังจะหนีพร้อมด้วยทรัพย์สมบัติที่ขายชาติและโกงกินมามากมายเพื่อไปเสวยสุขยังประเทศไต้กิม แต่ท้ายที่สุดก็ไปไม่รอดถูกประชาชนจับได้และลงประชาทัณฑ์จนตาย
           
           ศพของ 2 ผัวเมียถูกนำไปแขวนไว้ที่กำแพงเมือง ให้แร้งกาจิก ให้ประชาชนที่เคียดแค้นขว้างปาศพ
           
           ส่วนคุณความดีของวีรบุรุษงักฮุยนั้น คนจีนไม่ต้องการให้ลูกหลานลืมเลือน จึงได้สร้างศาลเจ้างักฮุยไว้ในเมืองหางโจว ริมทะเลสาบซีหู บริเวณหลุมศพงักฮุยเพื่อให้ลูกหลานได้รำลึกถึงในวีรกรรม
           
           ศาลเจ้างักฮุยนอกจากจะมีรูปปั้นของงักฮุยตั้งตระหง่านให้คนเคารพ คารวะดวงวิญญาณแล้ว ข้างหลุมศพงักฮุยยังมีรูปหล่อของฉินฮุ่ยกับภรรยาและขุนนางกังฉินอีก 2 คน นั่งคุกเข่าเอามือไพล่หลังอยู่
           
           เวลาคนจีนมาคารวะดวงวิญญาณงักฮุยแล้ว ก็มักจะไม่ลืมไปที่รูปหล่อฉินฮุ่ยกับภรรยาเพื่อถ่มน้ำลายใส่ ก่นด่า บางคนถึงขนาดกระโดดถีบก็มี
           
           นับเป็นความเคียดแค้นฝังลึกที่คนจีนมีต่อฉินฮุ่ยและภรรยา ซึ่งความแค้นที่เข้ากระดูกดำเช่นนี้ทำให้คนจีนได้ถ่ายทอดเรื่องราวของคนขายชาติฉินฮุ่ยและภรรยาให้ลูกหลานฟังต่อๆกันมา เพื่อเป็นอุทาหรณ์และเตือนสติ
           
           เท่านั้นยังไม่พอคนจีนในอดีตหลังยุคราชวงศ์ซ้องใต้ยังได้คิดค้นขนมขึ้นมาชนิดหนึ่ง เป็นการนำแป้ง 2 ชิ้นมาประกบติดกัน แล้วใส่ลงไปในน้ำมันร้อนๆเดือดพล่าน ทอดให้สุกก่อนจะนำมาฉีกกินอย่างหนำใจ
           
           แป้ง 2 ชิ้น แทนคนขายชาติฉินฮุ่ยและภรรยา ที่ต้องใส่ทอดในน้ำมันร้อนๆเพราะต้องการให้ทั้งคู่ทุกข์ทรมานเหมือนอยู่ในขุมนรกที่ร้อนสุดขั้ว และเมื่อทอดสุกแล้วต้องนำมาเคี้ยวกินให้หายแค้นเหมือนกำลังกินคนขายชาติ
           
           ขนมชนิดนี้ คนจีนเรียกกันว่า“อิ่วจาก้วย” ส่วนคนไทยเรียกเพี้ยนว่า“ปาท่องโก๋” ซึ่งสันนิษฐานว่า น่าจะมาจากในสมัยรัชกาลที่ 6 ที่คนจีนจะนิยมขายอิ่วจาก้วยคู่กับปาท่องโก๋แท้ๆ(ภาษากวางตุ้งเรียกปั๋กถ่องโกว้)ที่เป็นแป้งนึ่งตามที่คนตรังเรียกขาน ทำให้คนไทยยุคนั้นเรียกขานสลับไปมาระหว่างอิ่วจาก้วยกับปาท่องโก๋(แท้ๆ) ก่อนจะเรียกอิ่วจาก้วยเป็นปาท่องโก๋อย่างถาวรในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศในยุคต่อๆมา ส่วนคนตรังนั้นเขายังคงเรียกขานปาท่องโก๋(แท้ๆ)และอิ่วจาก้วยตามสำเนียงจีนต้นแบบ
           
           เวลาผมไปเมืองตรังทีไรผมมักจะไม่พลาดการดื่มโกปี๊คู่กับหมูย่าง ติ่มซำ พร้อมด้วยปาท่องโก๋(แท้ๆ)กับอิ่วจาก้วย
           
           ส่วนหากเป็นยามเช้าปกติที่กรุงเทพฯก็จะดื่มกาแฟคู่ไปกับปาท่องโก๋ตัวคู่และซาลาเปาทอดทั่วๆไป แต่ในช่วงที่สถานการณ์บ้านเมืองเช่นนี้ เวลากินกาแฟกับปาท่องโก๋ตัวคู่คราใด ในหัวสมองมักจะอดนึกไปถึงเรื่องราวของวีรบุรุษงักฮุยและคนขายชาติฉินฮุ่ยกับภรรยาไม่ได้ ซึ่งผมกลัวว่าในอนาคตบางทีปาท่องโก๋ของเมืองไทยอาจจะเปลี่ยนรูปแบบไป
           
           จากปาท่องโก๋แป้งประกบเป็นคู่ที่เรากินกันในปัจจุบัน จะกลายเป็นปาท่องโก๋แป้งสี่เหลี่ยม(จัตุรัส)หรือปาท่องโก๋ตัวเหลี่ยมทอดในน้ำมันร้อนๆที่เดือดพล่านแทน

     

     

     

    [Top] [Tell Friend] [View Comment]
     

    Relating Article

    อร่อยหวานมัน..กับข้าวเหนียวมะม่วง
    เห็ดสมุนไพร 3 รส
    ปูผัดพริก
    "มานา"รสโอชาก๋วยเตี๋ยวต้มยำ
    ชวนกินกุ้งแม่น้ำ ที่ รร. เซ็นจูรี่ พาร์ค

    Post Comment!

    ขื่อ: รหัสผ่าน: Hidden Post   ลงทะเบียนใหม่ 

    Create a new account!

    ขื่อ:

    รหัสผ่าน:

      Blog เป็นการใช้งานเว็บไซต์ของคุณแบบง่ายๆซึ่งคุณสามารถ
    โพสต์ข้อความหรือรูปภาพได้ทันทีและสามารถพูดคุยโต้ตอบกันได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

    หน้าแรกคอลัมน์  :  อัลบั้ม Bloger  :  รูปแบบ Bloger  :  บันเทิง : รู้จักจีน  :  ชีวิตประจำวัน  :  วิทยาศาสตร์และศิลป์  :  เกมส์ Bloger  
    นักประพันธ์ : ธุรกิจและการเงินกีฬา : ความรักพูดคุยทั่วไป : กระทู้ Bloger : ท่องเที่ยวรายวันบันทึกการทำงาน : สีสันชีวิต : My Blog !

    ค้นหา:

    All rights reserved. Privacy Policy - Terms of Service - Copyright Policy

    Copyright © 2005 blogth.com