|
กุ้งกุลาดำ......เป็นสัตว์เศรษฐกิจของไทย ที่มีบทบาทในภาคอุตสาหกรรมเพื่อตลาดต่างประเทศ ไม่แพ้ธุรกิจด้านอื่นๆ หรืออาจพูดได้ว่ายืนอยู่ในแถวหน้าด้วยซ้ำไป
แต่ใน การผลิตวัตถุดิบนั้นประสบกับปัญหาบ้างในเรื่องโรคระบาด อย่างเช่น โรคทรอร่า โรคหัวเหลือง โรคตัวแดงดวงขาว หรือ เรืองแสง ฯลฯ
โรคเรืองแสง....เกิดจากแบคทีเรีย ในสกุล (Vibrio spp.) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Vibrio harveyi จะเกิดขึ้นทั้งกับลูกกุ้งในโรงเพาะฟักและกุ้งขนาดใหญ่ที่เลี้ยงในบ่อดิน
สาเหตุใหญ่ๆมาจากเกษตรกรปล่อยพันธุ์ กุ้งหนาแน่น และให้อาหารในปริมาณมากเกินความต้องการ ทำให้เกิดของเสียในรูปอินทรีย์และอนินทรีย์สารจำนวนมากภายในบ่อเลี้ยง
นิสิตสาขาวิชาเทคโนโลยีชีวภาพทางการเกษตร คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จึงทำการวิจัย การใช้แอนติบอดีที่ผลิตจากไข่ไก่ในการป้องกันโรคเรืองแสงของกุ้งกุลาดำ ขึ้น โดย ผศ.ดร.รัชนี ฮงประยูร เป็นที่ปรึกษาโครงการฯ
นายกวิน ปุญโญกุล หนึ่งในทีมวิจัย เผยว่า การวิจัยเพื่อใช้เป็นแนวทางแก้ปัญหาดังกล่าว ทีมงานนำความรู้ทางด้านวิทยาภูมิคุ้มกัน มาประยุกต์ใช้ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อป้องกันโรค ซึ่งการศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตแอนติบอดี ที่มีความจำเพาะเจาะจงต่อเชื้อ V.harveyi ที่ก่อให้เกิดโรคเรืองแสงในกุ้งกุลาดำ
สำหรับขั้นตอนและขบวนการทดลอง จะใช้ ไข่ไก่เป็นแหล่งผลิตแอนติบอดี เพื่อนำมาใช้ในการควบคุมโรคโดยวิธี Passive immunization และผลการทดลองที่ได้ หลังจากการตรวจสอบไตเตอร์ ของแอนติบอดีที่แยกได้จากไข่แดง ด้วยวิธี Enzyme-linked immunosorbent assay เป็นระยะเวลา 16 สัปดาห์ จากนี้นำแอนติบอดีจากไข่ไก่ไปใช้ควบคุมเชื้อ V.harveyi ที่เลี้ยงบนอาหาร TCBS เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม พบว่าสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย
ทำการทดลองเปรียบเทียบ กุ้งกุลาดำขนาด 10-15 กรัม แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ระหว่างกลุ่มที่ควบคุมประชากรกุ้ง และกลุ่มที่ได้รับแอนติบอดีฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ทิ้งระยะห่างเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ผลที่ได้พบว่ากุ้งกลุ่มที่ได้รับแอนติบอดี มีอัตราการรอดตายสูงประมาณ 62 เปอร์เซ็นต์
นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังได้เสริมแอนติบอดี 15 กรัม/อาหารกุ้งวัยอ่อน (ระยะ Postlarvae20) 1 กก. และกลุ่มที่ควบคุมประชากรจะเสริมแอนติบอดี 7 กรัม/ อาหาร 1 กก. นำไปเลี้ยงกุ้งวัยอ่อนเป็นเวลา 3 วัน กุ้งวัยอ่อนกลุ่มที่ได้รับอาหารเสริมแอนติบอดีอัตรา 15 กรัม มีอัตราการรอดตายที่ 7 วัน ภายหลังการแช่ด้วยแบคทีเรีย V.harveyi สูงกว่ากุ้งกลุ่มที่ควบคุมประชากร
ความสำเร็จครั้งนี้ใช่เพียงแค่จะช่วยแก้ปัญหาโรคดังกล่าวอย่างยั่งยืน แต่น่าจะเป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยลดปัญหาในเรื่องของสารตกค้าง ที่ถูกนำมาเป็นข้อกีดกันการส่งออก ซึ่งพวกตาน้ำข้าวชอบยกเอาเป็นเงื่อนไข อย่างไม่รู้จบ...!!! |