ขื่อ:

รหัสผ่าน:

ลืมรหัสผ่าน?Email:

 อัลบั้ม Bloger - Blogth: Create your Blog Now -- Blog Thailand -- Free! -- blogth.com

หน้าแรกคอลัมน์  :  อัลบั้ม Bloger  :  รูปแบบ Bloger  :  บันเทิง : รู้จักจีน  :  ชีวิตประจำวัน  :  วิทยาศาสตร์และศิลป์  :  เกมส์ Bloger  
นักประพันธ์ : ธุรกิจและการเงินกีฬา : ความรักพูดคุยทั่วไป : กระทู้ Bloger : ท่องเที่ยวรายวันบันทึกการทำงาน : สีสันชีวิต : My Blog !

ค้นหา:

Relating Article
อาหารจานโปรดของลูก คือมรดกต
4 วิธี สร้างคุณค่างานศิลปะผ
“เด็กฉลาด ต้องขยันอ่าน ขยัน
ต่างวัย...แต่ใจตรงกัน
10 นิสัยที่คนรักระอา

Hot Article
10 นิสัยที่คนรักระอา
ต่างวัย...แต่ใจตรงกัน
“เด็กฉลาด ต้องขยันอ่าน ขยัน
4 วิธี สร้างคุณค่างานศิลปะผ
อาหารจานโปรดของลูก คือมรดกต

Relating Categories
  • ความรักโรแมนติก
  • ความรักแบบเพื่อน
  • อกหัก
  • รักเพศเดียวกัน
  • Cheap Hotels Booking

    Cheap  Hosting in  Thailand

    Thai search engine

       You are here: Home>>ความรัก>>ความรักในครอบครัว>>Details

    สอนลูกให้โกง

    Last update:2006-02-16 Source :Blog

      “คนเป็นแม่ยุคนี้เหนื่อยเนอะ เธอเหนื่อยไหม”
           เป็นคำถามของเพื่อนคุณแม่คนหนึ่ง ที่ไม่ได้เจอะเจอกันมานาน แต่ก็รู้ว่าเป็นคำถามที่ไม่ได้ต้องการ หรือสนใจคำตอบ เพียงแต่เธอพูดขึ้นมาลอยๆ


     
                  แต่..ก็น่าฉุกคิดไม่ใช่เหรอ..!!
           
           เรื่องเหนื่อยเป็นเรื่องแสนจะธรรมดาของคนเป็นแม่ ที่เมื่อตั้งใจจะมีลูกก็คงเตรียมพร้อมที่จะยอมเหนื่อยอยู่แล้ว ไม่น่าเป็นปัญหา ยิ่งปัจจุบันคนเป็นแม่ยุคใหม่ก็มีการเตรียมการเป็นอย่างดี ก็ย่อมหาผู้ช่วยมาผ่อนแรงไม่มากก็น้อยค่ะ
           
           ไม่ว่าจะเหนื่อยยาก อดหลับอดนอนขนาดไหนก็บ่ยั่น ขอเพียงแต่ให้ลูกน้อยมีสุขภาพร่างกายและพัฒนาการที่สมวัย แข็งแรงสมบูรณ์ ก็เพียงพอแล้ว
           
           ฉะนั้น เรื่องเหนื่อยกาย หรือกระทั่งเหนื่อยใจก็ไม่น่าจะเป็นประเด็นมากนัก
           
           แต่สิ่งที่เหนื่อย ..ดิฉันกลับคิดว่าน่าจะเป็นประเด็นก็คือ..เรื่องการอบรมสั่งสอนสำหรับคนเป็นแม่ยุคนี้มากกว่า เพราะสถานการณ์ หรือสภาพแวดล้อมในยุคปัจจุบันมันยากต่อการที่จะสอนลูกได้ว่าอะไรดีอะไรชั่วได้ชัดเจน เพราะบางทีบางสถานการณ์ก็ “เทาๆ”
           
           เมื่อก่อนเวลาที่ลูกถามว่า “ถ้าเก็บเงินได้แล้วไม่นำไปคืนเจ้าของ เป็นคนไม่ดีหรือเปล่า หรือบาปหรือเปล่า”
           
           เราอาจจะตอบทันทีว่าไม่ใช่เงินของเรา เราก็ควรจะนำไปคืนเจ้าของ หรือถ้าไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของก็น่าจะนำไปให้เจ้าหน้าที่ หรือส่วนกลางที่จะสามารถประกาศให้ผู้ที่ทำเงินหายมารับคืนไปได้ แม้จะไม่มีใครเห็นว่าเราเก็บเงินได้ แต่ตัวเราก็รู้ไม่ใช่หรือ
           
           นั่นคือ การสอนให้ลูกละอายใจต่อการทำไม่ดี หรือละอายใจต่อบาป
           
           เวลาลูกถามว่า “หนูไปซื้อของแล้วแม่ค้าทอนเงินผิด จะคืนแม่ค้าดีหรือเปล่า หรือแกล้งเก็บเอาไว้ ไม่มีใครรู้หรอก”
           
           เราอาจจะตอบทันทีว่า เป็นสิ่งไม่ดี ใครจะไปรู้ว่าเงินที่แม่ค้าทอนผิดมา คือ กำไรที่เขาจะนำไปซื้อนมให้ลูกเขาหรือเปล่า แล้วกลายเป็นว่าวันนั้นเขาไม่มีเงินซื้อนมให้ลูกกิน หรือแม่ค้าต้องขาดทุนในวันนั้น แล้วลูกจะรู้สึกอย่างไร
           
           เราอาจไม่เห็นว่าแม่ค้าคนนั้นจะเป็นอย่างไร แต่เรากำลังทำให้คนอื่นเดือดร้อนหรือเปล่า ฉะนั้น ถ้าเราคืนเงินเขาไป อย่างน้อย แม่ค้าก็ต้องกล่าวคำว่าขอบคุณ และเขาก็คงอดชื่นชมคนที่มีความซื่อสัตย์สุจริตไม่ได้ แต่เหนือสิ่งอื่นใด ความภาคภูมิใจในตนเองก็คงมีความสุขมิใช่หรือ
           
           แต่ในปัจจุบันความสลับซับซ้อนของชีวิต ความสลับซับซ้อนที่วิ่งไล่ตามเทคโนโลยีที่พรั่งพรูเข้ามาในยุคโลกาภิวัตน์ ทำให้จิตใจของคนก็มีความสลับซับซ้อนมากขึ้นเช่นกัน และนั่นหมายถึงอาการเหนื่อยที่ว่าของดิฉันนั่นแหละค่ะ
           
           เหนื่อยที่จะต้องอบรมสั่งสอนให้ลูกเติบโตขึ้นมาให้รู้เท่าทันโลกที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งนับวันยิ่งสลับซับซ้อน เพื่อให้เขาอยู่ได้ชนิดที่ไม่โดนเอาเปรียบ
           
           ซึ่ง...คำว่าไม่โดนเอาเปรียบอีกนี่แหละค่ะ ก็ยากขึ้นไปอีก เพราะการสอนไม่ให้ลูกโดนเอาเปรียบ แต่ก็มีโอกาสสุ่มเสี่ยงไปโดนผู้อื่นเอาเปรียบด้วยกลวิธีแยบยล
           

           ฉะนั้น ถ้าไม่ถูกเอาเปรียบ ก็ต้องเอาเปรียบผู้อื่น กระนั้นหรือ ..!
           
           หรือแม้แต่การสอนไม่ให้ลูกโกง แต่ถ้าลูกถูกโกง แล้วเราจะบอกลูกว่าอย่างไร

     
                  เราอาจจะบอกลูกได้ว่าไม่เป็นไรหรอก สักวันคนที่โกงก็คงบาปกรรมตามทันอยู่ดี ฉะนั้น หนูก็ไม่ควรไปโกงคนอื่น
           
           ลูกของเราก็เชื่อเช่นนั้น..!!
           
           แต่หากว่าด้วยวิธีการที่แยบยลที่ดูเหมือนไม่โกง แต่ไม่เหมาะไม่ควร ไม่ถูกศีลธรรมล่ะ เราจะบอกลูกว่าควรกระทำหรือเปล่า เป็นเรื่องน่าคิด..!!
           
           โลกยุคปัจจุบันสลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนจนประหนึ่งเหมือนไม่อาจบอกลูกได้ว่าอะไรคือขาว อะไรคือดำ อะไรคือความดี อะไรคือความชั่ว เพราะเด็กมักจะเชื่อให้สิ่งที่เห็นมากกว่าสิ่งที่ได้ยิน
           

           ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ดิฉันอึ้งกับหลายคำถามของลูกชายวัยอยากรู้อยากเห็นทั้งสองคน วัย 8 ปี และ 6 ปี 3 เดือน ค่อนข้างมาก
           
           หลายคำถามก็ไม่สามารถตอบออกมาได้ชัดเจนในถ้อยที และหลายคำถามก็ตะลึง เพราะไม่คิดว่าเด็กวัยประถมจะถามออกมาเช่นนี้
           
           “ ทำไมนายกฯไม่เป็นคนดี”
           “แล้วทำไมหนูถึงคิดว่านายกฯไม่ใช่คนดี”
           “ถ้าเป็นคนดี แล้วทำไมเขาต้องไล่นายกฯด้วย”
           “เอ่อ..อ่า..เพราะเขาไม่เห็นด้วยกับนายกฯ และคิดว่านายกฯ ทำไม่ถูก”
           “เพื่อนต้นน้ำก็บอกเหมือนกันว่าพ่อของเขาบอกว่า นายกฯขี้โกง โกงภาษีประชาชนแล้วทำไมคนโกงถึงได้เป็นนายกฯ”

           

           ดิฉันใช้เวลานานทีเดียวในการอธิบายลูกเรื่อง “โกง” และมีความรู้สึกอย่างชัดเจนว่าการอธิบายให้ลูกเข้าใจในเรื่อง “ดี” และ “ชั่ว” “โกง” และ “ไม่โกง” ในยุคนี้ ยากเหลือเกิน
           
           ดิฉันนึกถึงเพื่อนคนนั้นที่ถามคำถามว่า “คนเป็นแม่ยุคนี้เหนื่อยเนอะ เธอเหนื่อยไหม” เหนื่อยจริงๆ แหละ เหนื่อยเหลือเกิน
           
           ไม่ใช่เหนื่อยเลี้ยงลูกนะ แต่เหนื่อยที่จะต้องรับรู้ว่าสังคมที่สลับซับซ้อนมากขึ้น การจะสั่งสอนอบรมลูกก็ย่อมต้องใส่ใจกับรายละเอียดมากขึ้น
           
           การจะบอกว่าคนโกงเป็นคนไม่ดี เป็นคนบาป แต่เหตุไฉนเราจึงพบเห็นคนโกงเต็มบ้านเต็มเมือง
           
           ยิ่งถ้าเป็นการโกงที่แยบยล เพราะความที่มีโอกาสมากกว่าผู้อื่น และเป็นศูนย์รวมของสามสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอำนาจ การศึกษา เงิน แล้วทำให้การโกงแยบยล เอาเปรียบผู้อื่นได้เนียนกว่า
           
           แล้วเราจะสอนลูกเราอย่างไร..? ยังจะคงเน้นค่านิยมให้ลูกเป็นเด็กเก่ง เด็กฉลาด แล้วไม่สนใจเรื่องความดีเป็นตัวนำอีกกระนั้นหรือ
           
           ถ้าเรายังเร่งสร้างผลผลิตของมนุษยชาติตามแบบอย่างของผู้นำ ที่เป็นศูนย์รวมของทั้งสามสิ่ง ไม่ต้องห่วงเลยว่า อีกหน่อยคงมีคู่มือสารพัดเป็นแบบอย่างให้กับเด็กๆ รุ่นใหม่และรุ่นต่อๆ ไป ที่อยากมีทั้งสามอย่างสิ่งที่ว่ามาวางขายให้เกลื่อนเมืองด้วยชื่อว่าคู่มือ “สอนลูกให้โกง”
           
           ก็มีแบบอย่างให้เห็นกันอยู่ทุกวี่วันซะขนาดนี้..!!

     

     

     

    [Top] [Tell Friend] [View Comment]
     

    Relating Article

    อาหารจานโปรดของลูก คือมรดกตกทอดจากแม่
    4 วิธี สร้างคุณค่างานศิลปะผ่านพ่อแม่
    “เด็กฉลาด ต้องขยันอ่าน ขยันคิด” พูดง่าย...ทำไม่ยากหากมีสำนึก
    ต่างวัย...แต่ใจตรงกัน
    10 นิสัยที่คนรักระอา

    Post Comment!

    ขื่อ: รหัสผ่าน: Hidden Post   ลงทะเบียนใหม่ 

    Create a new account!

    ขื่อ:

    รหัสผ่าน:

      Blog เป็นการใช้งานเว็บไซต์ของคุณแบบง่ายๆซึ่งคุณสามารถ
    โพสต์ข้อความหรือรูปภาพได้ทันทีและสามารถพูดคุยโต้ตอบกันได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

    หน้าแรกคอลัมน์  :  อัลบั้ม Bloger  :  รูปแบบ Bloger  :  บันเทิง : รู้จักจีน  :  ชีวิตประจำวัน  :  วิทยาศาสตร์และศิลป์  :  เกมส์ Bloger  
    นักประพันธ์ : ธุรกิจและการเงินกีฬา : ความรักพูดคุยทั่วไป : กระทู้ Bloger : ท่องเที่ยวรายวันบันทึกการทำงาน : สีสันชีวิต : My Blog !

    ค้นหา:

    All rights reserved. Privacy Policy - Terms of Service - Copyright Policy

    Copyright © 2005 blogth.com