|
|
|
You are here: Home>>ความรัก>>ความรักในครอบครัว>>Details |
|
สอนลูกให้โกง |
|
Last
update:2006-02-16 Source :Blog |
คนเป็นแม่ยุคนี้เหนื่อยเนอะ เธอเหนื่อยไหม เป็นคำถามของเพื่อนคุณแม่คนหนึ่ง ที่ไม่ได้เจอะเจอกันมานาน แต่ก็รู้ว่าเป็นคำถามที่ไม่ได้ต้องการ หรือสนใจคำตอบ เพียงแต่เธอพูดขึ้นมาลอยๆ
|
แต่..ก็น่าฉุกคิดไม่ใช่เหรอ..!! เรื่องเหนื่อยเป็นเรื่องแสนจะธรรมดาของคนเป็นแม่ ที่เมื่อตั้งใจจะมีลูกก็คงเตรียมพร้อมที่จะยอมเหนื่อยอยู่แล้ว ไม่น่าเป็นปัญหา ยิ่งปัจจุบันคนเป็นแม่ยุคใหม่ก็มีการเตรียมการเป็นอย่างดี ก็ย่อมหาผู้ช่วยมาผ่อนแรงไม่มากก็น้อยค่ะ ไม่ว่าจะเหนื่อยยาก อดหลับอดนอนขนาดไหนก็บ่ยั่น ขอเพียงแต่ให้ลูกน้อยมีสุขภาพร่างกายและพัฒนาการที่สมวัย แข็งแรงสมบูรณ์ ก็เพียงพอแล้ว ฉะนั้น เรื่องเหนื่อยกาย หรือกระทั่งเหนื่อยใจก็ไม่น่าจะเป็นประเด็นมากนัก แต่สิ่งที่เหนื่อย ..ดิฉันกลับคิดว่าน่าจะเป็นประเด็นก็คือ..เรื่องการอบรมสั่งสอนสำหรับคนเป็นแม่ยุคนี้มากกว่า เพราะสถานการณ์ หรือสภาพแวดล้อมในยุคปัจจุบันมันยากต่อการที่จะสอนลูกได้ว่าอะไรดีอะไรชั่วได้ชัดเจน เพราะบางทีบางสถานการณ์ก็ เทาๆ เมื่อก่อนเวลาที่ลูกถามว่า ถ้าเก็บเงินได้แล้วไม่นำไปคืนเจ้าของ เป็นคนไม่ดีหรือเปล่า หรือบาปหรือเปล่า เราอาจจะตอบทันทีว่าไม่ใช่เงินของเรา เราก็ควรจะนำไปคืนเจ้าของ หรือถ้าไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของก็น่าจะนำไปให้เจ้าหน้าที่ หรือส่วนกลางที่จะสามารถประกาศให้ผู้ที่ทำเงินหายมารับคืนไปได้ แม้จะไม่มีใครเห็นว่าเราเก็บเงินได้ แต่ตัวเราก็รู้ไม่ใช่หรือ นั่นคือ การสอนให้ลูกละอายใจต่อการทำไม่ดี หรือละอายใจต่อบาป เวลาลูกถามว่า หนูไปซื้อของแล้วแม่ค้าทอนเงินผิด จะคืนแม่ค้าดีหรือเปล่า หรือแกล้งเก็บเอาไว้ ไม่มีใครรู้หรอก เราอาจจะตอบทันทีว่า เป็นสิ่งไม่ดี ใครจะไปรู้ว่าเงินที่แม่ค้าทอนผิดมา คือ กำไรที่เขาจะนำไปซื้อนมให้ลูกเขาหรือเปล่า แล้วกลายเป็นว่าวันนั้นเขาไม่มีเงินซื้อนมให้ลูกกิน หรือแม่ค้าต้องขาดทุนในวันนั้น แล้วลูกจะรู้สึกอย่างไร เราอาจไม่เห็นว่าแม่ค้าคนนั้นจะเป็นอย่างไร แต่เรากำลังทำให้คนอื่นเดือดร้อนหรือเปล่า ฉะนั้น ถ้าเราคืนเงินเขาไป อย่างน้อย แม่ค้าก็ต้องกล่าวคำว่าขอบคุณ และเขาก็คงอดชื่นชมคนที่มีความซื่อสัตย์สุจริตไม่ได้ แต่เหนือสิ่งอื่นใด ความภาคภูมิใจในตนเองก็คงมีความสุขมิใช่หรือ แต่ในปัจจุบันความสลับซับซ้อนของชีวิต ความสลับซับซ้อนที่วิ่งไล่ตามเทคโนโลยีที่พรั่งพรูเข้ามาในยุคโลกาภิวัตน์ ทำให้จิตใจของคนก็มีความสลับซับซ้อนมากขึ้นเช่นกัน และนั่นหมายถึงอาการเหนื่อยที่ว่าของดิฉันนั่นแหละค่ะ เหนื่อยที่จะต้องอบรมสั่งสอนให้ลูกเติบโตขึ้นมาให้รู้เท่าทันโลกที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งนับวันยิ่งสลับซับซ้อน เพื่อให้เขาอยู่ได้ชนิดที่ไม่โดนเอาเปรียบ ซึ่ง...คำว่าไม่โดนเอาเปรียบอีกนี่แหละค่ะ ก็ยากขึ้นไปอีก เพราะการสอนไม่ให้ลูกโดนเอาเปรียบ แต่ก็มีโอกาสสุ่มเสี่ยงไปโดนผู้อื่นเอาเปรียบด้วยกลวิธีแยบยล ฉะนั้น ถ้าไม่ถูกเอาเปรียบ ก็ต้องเอาเปรียบผู้อื่น กระนั้นหรือ ..! หรือแม้แต่การสอนไม่ให้ลูกโกง แต่ถ้าลูกถูกโกง แล้วเราจะบอกลูกว่าอย่างไร
|
เราอาจจะบอกลูกได้ว่าไม่เป็นไรหรอก สักวันคนที่โกงก็คงบาปกรรมตามทันอยู่ดี ฉะนั้น หนูก็ไม่ควรไปโกงคนอื่น ลูกของเราก็เชื่อเช่นนั้น..!! แต่หากว่าด้วยวิธีการที่แยบยลที่ดูเหมือนไม่โกง แต่ไม่เหมาะไม่ควร ไม่ถูกศีลธรรมล่ะ เราจะบอกลูกว่าควรกระทำหรือเปล่า เป็นเรื่องน่าคิด..!! โลกยุคปัจจุบันสลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนจนประหนึ่งเหมือนไม่อาจบอกลูกได้ว่าอะไรคือขาว อะไรคือดำ อะไรคือความดี อะไรคือความชั่ว เพราะเด็กมักจะเชื่อให้สิ่งที่เห็นมากกว่าสิ่งที่ได้ยิน ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ดิฉันอึ้งกับหลายคำถามของลูกชายวัยอยากรู้อยากเห็นทั้งสองคน วัย 8 ปี และ 6 ปี 3 เดือน ค่อนข้างมาก หลายคำถามก็ไม่สามารถตอบออกมาได้ชัดเจนในถ้อยที และหลายคำถามก็ตะลึง เพราะไม่คิดว่าเด็กวัยประถมจะถามออกมาเช่นนี้ ทำไมนายกฯไม่เป็นคนดี แล้วทำไมหนูถึงคิดว่านายกฯไม่ใช่คนดี ถ้าเป็นคนดี แล้วทำไมเขาต้องไล่นายกฯด้วย เอ่อ..อ่า..เพราะเขาไม่เห็นด้วยกับนายกฯ และคิดว่านายกฯ ทำไม่ถูก เพื่อนต้นน้ำก็บอกเหมือนกันว่าพ่อของเขาบอกว่า นายกฯขี้โกง โกงภาษีประชาชนแล้วทำไมคนโกงถึงได้เป็นนายกฯ ดิฉันใช้เวลานานทีเดียวในการอธิบายลูกเรื่อง โกง และมีความรู้สึกอย่างชัดเจนว่าการอธิบายให้ลูกเข้าใจในเรื่อง ดี และ ชั่ว โกง และ ไม่โกง ในยุคนี้ ยากเหลือเกิน ดิฉันนึกถึงเพื่อนคนนั้นที่ถามคำถามว่า คนเป็นแม่ยุคนี้เหนื่อยเนอะ เธอเหนื่อยไหม เหนื่อยจริงๆ แหละ เหนื่อยเหลือเกิน ไม่ใช่เหนื่อยเลี้ยงลูกนะ แต่เหนื่อยที่จะต้องรับรู้ว่าสังคมที่สลับซับซ้อนมากขึ้น การจะสั่งสอนอบรมลูกก็ย่อมต้องใส่ใจกับรายละเอียดมากขึ้น การจะบอกว่าคนโกงเป็นคนไม่ดี เป็นคนบาป แต่เหตุไฉนเราจึงพบเห็นคนโกงเต็มบ้านเต็มเมือง ยิ่งถ้าเป็นการโกงที่แยบยล เพราะความที่มีโอกาสมากกว่าผู้อื่น และเป็นศูนย์รวมของสามสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอำนาจ การศึกษา เงิน แล้วทำให้การโกงแยบยล เอาเปรียบผู้อื่นได้เนียนกว่า แล้วเราจะสอนลูกเราอย่างไร..? ยังจะคงเน้นค่านิยมให้ลูกเป็นเด็กเก่ง เด็กฉลาด แล้วไม่สนใจเรื่องความดีเป็นตัวนำอีกกระนั้นหรือ ถ้าเรายังเร่งสร้างผลผลิตของมนุษยชาติตามแบบอย่างของผู้นำ ที่เป็นศูนย์รวมของทั้งสามสิ่ง ไม่ต้องห่วงเลยว่า อีกหน่อยคงมีคู่มือสารพัดเป็นแบบอย่างให้กับเด็กๆ รุ่นใหม่และรุ่นต่อๆ ไป ที่อยากมีทั้งสามอย่างสิ่งที่ว่ามาวางขายให้เกลื่อนเมืองด้วยชื่อว่าคู่มือ สอนลูกให้โกง ก็มีแบบอย่างให้เห็นกันอยู่ทุกวี่วันซะขนาดนี้..!!
| |
|