
อยู่มาวันหนึ่งหนุ่มเหน้าหวานใจก็เลิกโทรศัพท์มาหาเรา มีแต่อีเมล์ฝากข้อความสั้นๆไร้ซึ่งอารมณ์โรแมนติก ทำตัวผลุบโผล่น่าสงสัย ปล่อยให้เรามึนงงมะงุมมะงาหราอยู่คนเดียว กว่าจะรู้ตัวก็ อ้าว
เขาตัดสวาทแบบไม่เหลือเยื่อใยเสียแล้ว
พูดได้อย่างเดียวว่า ช๊อค ชีวิตเหมือนดำดิ่งสู่ห้วงเหวลึก มืดมนไร้คนเคียงข้าง ช่วงเวลาของการเป็นผู้ถูกทิ้งมันสุดชอกช้ำระกำทรวงเหลือที่จะกล่าว การเอาชีวิตให้รอดจากช่วงเวลานี้เป็นสิ่งสำคัญ อย่าซมซานให้เสียมาดสาวยุค2000เสียละ
นี่คือ 6 ขั้นตอนบำบัดความระทมสำหรับสาวอกหักโดยเฉพาะ
ขั้นแรก ยอมรับความจริง
ก่อนคิดหันไปหยิบจับทำอะไรต่อไป กรุณายอมรับให้ได้ว่าตัวเองกำลังอยู่ในช่วงอ่อนแออย่างที่สุด ประมาณว่า ดูทีวีก็พาลจะร้องไห้น้ำตาเป็นเผาเต่าได้ตลอดเวลา บอกตัวเองเถอะว่า ไม่เป็นไร คนเรามีสิทธิ์ที่จะร้องไห้เสียใจ แต่ต้องอยู่ในขอบเขต ไม่ใช่ร้องๆๆแบบนันสต๊อปหยุดไม่ได้ นอกจากหน้าตาจะบวมฉ่ำเสียสวยแล้ว ยังดูเหมือนยัยเพิ้งสติแตกด้วยสิ
ข้อห้ามเด็ดขาดคือ ห้ามโทรศัพท์หาแฟนเก่าตอนตี 2 ในสภาพเมาแอ๋ป้อแป้ พร่ำรำพันปนร่ำไห้ด้วยภาษาสุราแบบลิ้นพันกัน เพราะพอสร่างแล้วจะนึกเกลียดตัวเองที่ทำแบบนั้น แทนที่จะเกลียดเขาซึ่งทิ้งเราไป และอย่าทำร้ายความรู้สึกตัวเองด้วยการถามเขาว่า ทำไม๊ ทำไมถึงทิ้งเราไป เพราะเขาจะรำคาญจนต้องพูดความจริงออกมา ลงท้ายเราต้องเป็นฝ่ายเจ็บ
อีกแล้ว
ท้ายที่สุดจงปล่อยเขาไป ยอมรับความจริงให้ได้ว่า ไม่ว่าจะทำหรือจะพูดอะไรก็ไม่สามารถดึงเขากลับมาได้อีกแล้ว
ขั้นที่สอง รักตัวเองให้มาก
อย่าตอกย้ำความเจ็บช้ำด้วยการหมกมุ่นนึกถึงแต่ความหลังครั้งเก่า แทนที่จะทำร้ายตัวเองแบบนั้นหันมาดูแลเอาใจใส่ร่างกายดีกว่า หากิจกรรมผ่อนคลายร่างกาย เช่น นวดแผนโบราณ อาบน้ำแร่แช่น้ำนม หรือหาร้านลบรอยสัก ในกรณีที่เคยสักชื่อแฟนเอาไว้
นอกจากร่างกายแล้วอย่าลืมเอนเตอร์เทนจิตใจด้วยการออกไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ ดูคอนเสิร์ต เทศกาลภาพยนตร์หรือละเม็งละครต่างๆ ดูไปเถอะ ไม่ว่าจะเศร้าเคล้าน้ำตาหรือหัวร่อจนฟันร่วง จัดเป็นยารักษาชั้นดีเชียวละ
ที่สำคัญต้องให้อภัยตัวเอง เลิกหมกมุ่นกับความสัมพันธ์ที่เคยผิดพลาด หันมานึกแต่สิ่งดีๆที่เราเคยทำ แล้วขุดเอาแต่ความร้ายกาจไม่เอาไหนของอดีตแฟนขึ้นมาเปรียบเทียบ ในเมื่อฉันทำดีขนาดนี้แล้วมันยังทิ้งกันไปได้ก็ถือว่า เขาคนนั้นมีตาหามีแววไม่ก็แล้วกัน
จากนั้นลองเขียนบันทึกประจำวันตีแผ่อารมณ์ความรู้สึกของตัวเองชนิดหมดเปลือก มีข้อแม้ว่า จะต้องเป็นการเขียนในเชิงที่มีพัฒนาการในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ เช่น วันนี้ครบหนึ่งอาทิตย์ที่เราเลิกกัน ฉันเจ็บปวดเหลือเกิน แต่ตอนนี้รู้สึกว่าทำใจได้แล้ว ไม่ควรเขียนคร่ำครวญเพ้อรำพันเป็นการเหยียบย่ำซ้ำเติมตัวเอง เช่น ฉันหยุดร้องไห้ไม่ได้ และจะไม่มีวันลืมเขาได้เลยชั่วชีวิต ถ้ายังหวนไห้ถึงรักเก่าไม่เลิก ก็ไม่มีวันทำใจได้
ขั้นที่สาม ปลดปล่อยตัวเองให้หมด
มีไม่กี่คนที่สามารถเผชิญหน้ากับจุดจบแบบรักล่มได้อย่างสงบ บางรายอาการหนักถึงขนาดเป็นโรคปวดใจชนิดเรื้อรัง แทนที่จะคิดตัดช่องน้อยแต่พอตัว ควรหันมาระบายออกเสียให้สิ้นซาก หันมาทำอะไรบ้าเลือดหรือระห่ำกับเขาบ้าง แทนการหมกตัวเป็นนางห้องนั่งกอดเข่าเช็ดน้ำตา อย่างเช่น ตีกระหน่ำรัวกลองแบบปลิดวิญญาณ หรือชกหมอนระบายความโกรธแค้นออกมาให้หมด
หลังจากระบายความคั่งแค้นจนสิ้นแล้ว เตรียมตัวใช้ชีวิตโสดอย่างมีคุณค่าห่างไกลยาเสพติด แล้วมองย้อนกลับไปพิจารณาความสัมพันธ์ในอดีต เรียนรู้จุดบกพร่องเพื่อเตรียมป้องกันมิให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยรอบสอง ลองถามตัวเอง อย่างเช่น ฉันชอบถูกควบคุมหรือเปล่า ฉันเลือกผู้ชายซำเหมามาเป็นแฟนใช่ไหม ทำไมผู้ชายทุกคนที่ฉันพบถึงได้ออกมาอีหรอบเดียวกันหมด
ขั้นที่สี่ ทำตัวให้ยุ่งเข้าไว้
ทางหนึ่งที่ช่วยรักษาอาการช้ำรักได้ชะงัดนักคือ หันเหความสนใจให้ห่างจากอดีตรัก เป็นสาวบ้างานไปเลยก็ได้ หรือไม่ก็หันมาหางานอดิเรกที่ตัวเองสนใจ เช่น เย็บปักถักร้อย ทาสีบ้าน เล่นกีฬากลางแจ้ง แค้มปิ้ง ดำน้ำ ดิ่งพสุธา หรือกิจกรรมที่เคยร่วมทำกับอดีตแฟน
ถ้าจะให้ดีควรเปลี่ยนสถานที่เปลี่ยนบรรยากาศให้แปลกหูแปลกตาไปเลย การพาตัวเองไปยังสถานที่แปลกใหม่ตื่นตาตื่นใจ เป็นการปรับสภาพจิตใจให้ฟื้นตัวได้เป็นอย่างดี แถมยังรู้สึกสดชื่นเหมือนเป็นคนใหม่เชียวละ บางรายชอบของแปลกขนาดออกเดินทางท่องเที่ยวไปประเทศอย่างเช่น ทิเบต หรือประเทศชื่อแปลกทั้งหลาย การพบเห็นธรรมชาติซึ่งผิดจากความเคยชินทำให้จิตใจสงบ และมีความสุขอย่างคาดไม่ถึง
หากมีข้อแม้ติดขัดในเรื่องการเดินทาง เอาแค่พาตัวเองเข้าโรงยิม หาสถานออกกำลังกายดีๆ สร้างวินัยตัวเองพยายามไปออกกำลังกายทุกวัน ถึงจะอกหักก็ไม่ยอมปล่อยตัวให้เหี่ยวเฉาหรอกน่า
ขั้นที่ห้า หาจิตแพทย์บำบัด
ข้อนี้สำหรับคนที่อาการหนักขั้นตรีทูต หัวใจโคม่ารักษาด้วยตัวเองไม่หาย อาจถึงขั้นฆ่าตัวตายทำลายชีวิต ดังนั้นจึงควรปรึกษานักจิตวิทยาหรือนักบำบัดสายฮอทไลน์อะไรก็ได้ ปล่อยไว้นานวันไม่ดีแน่
ช่วงแรกควรหาเพื่อนสนิทมาปรึกษาระบายความอัดอั้นตันใจ เพื่อนหรือญาติสนิทช่วยได้ดีในเรื่องนี้ เพราะจะช่วยแบ่งเบาความเจ็บปวด โดยการแสดงความเห็นใจและแน่นอนว่าต้องอยู่ฝ่ายเราเสมอ แต่ถ้าความรู้สึกยังไม่ดีขึ้น ก็คงต้องถึงมือผู้เชี่ยวชาญทางจิตเวช
ขั้นที่หก หาคนมาดามอก
สาวที่ถูกผู้ชายทิ้งแบบไม่ใยดีมักหาคนมาดามอกแก้เหงา อย่างน้อยที่สุดข้อดีของการมีคนใหม่ทันทีก็คือ ช่วยให้ลืมอดีตแฟนไม่รักดีได้ชั่วคราว ส่วนข้อเสียคือ เราจะคาดหวังว่า หนุ่มรายใหม่คงแตกต่างกับอดีตแฟนโดยสิ้นเชิง แต่ถ้ามีอะไรเหมือนกันแม้แต่นิดเดียว ผู้หญิงจะเป็นฝ่ายเขี่ยทิ้งทันทีโดยไม่มีการคิดให้เสียเวลา และแล้วหนุ่มนักดามอกก็ต้องกลายเป็นคนถูกหักอกเสียเองนะซี้
ส่วนข้อเสียอีกข้อคือ ผู้หญิงถูกหนุ่มที่หามาดามอก อัปเปหิแบบไม่ทันตั้งตัว เหตุก็คือ เขาทนอยู่กับผู้หญิงที่ยังไม่ลืมรักเก่าไม่ได้ โดยเฉพาะสาวที่พร่ำพูดถึงแต่แฟนเก่าในระหว่างเดทคนใหม่
น่าเบื่อที่สุดเลยละ
ดังนั้นสำหรับขั้นตอนนี้ต้องเตรียมตัวให้ดี ต้องแน่ใจว่าตัวเองพร้อมสำหรับคนใหม่ มิฉะนั้นอาจกลายเป็นสาวสติแตกเนื่องจากถูกผู้ชายทิ้งในเวลาไล่เรี่ยกันถึงสองราย
ขั้นที่เจ็ด แก้แค้นให้สาแก่ใจ
ขั้นตอนนี้แนะนำเล่นๆ เอาไปคิดจินตนาการให้มันสะใจเวลาว่างๆหากมันยังแค้นในอกไม่หาย แต่ไม่แน่นะ เรื่องเล่นๆอาจจุดประกายนำไปสานต่อเป็นเรื่องจริงก็ได้
ใครจะไปรู้
- ทำไมไม่ลองส่งรูปเขาไปให้บริการหาคู่ แล้วใส่ไข่บรรยายสรรพคุณให้สาแก่ใจ
- ปฏิเสธไม่ยอมส่งข้าวของคืนให้เขา แล้วเอาไปขายเลหลังให้หมดทุกชิ้น คิดดูสิว่า เขาจะเลือดขึ้นหน้าไหมถ้ารู้ว่า ของรักของหวงทั้งตู้เสื้อผ้าถูกวางขายเป็นของมือสอง
- ถ้าเขามีแฟนใหม่ แกล้งส่งจดหมายสนเท่ห์ไปหาเขา เนื้อความว่า อย่ามายุ่งกับภรรยาของผม เอาให้ตีกันบ้านแตกไปเลย
- โทรไปหาแฟนใหม่ของเขา บอกว่า เขาลืมอันเดอร์แวร์ไว้ที่บ้านคุณในคืนที่มารำลึกความหลังกัน