|
|
|
You are here: Home>>วิทยาศาสตร์และศิลป์>>ถ่ายรูป>>Details |
|
การถ่ายภาพด้วยแฟลชสตูดิโอ |
|
Last
update:2006-02-22 Source :Blog |
ในการทำงาน ในการถ่ายภาพด้วยแฟลชสตูดิโอ ... การจะสั่งการให้แฟลชยิงแสงในจังหวะที่เรากดชัตเตอร์นั้น สามารถกระทำได้หลายวิธี ขึ้นกับความเหมาะสมด้วยกัน คร่าวๆ ตามนี้
1. การสั่งการผ่านสาย (Syncronize cable / cord) เป็นการสั่งการ Trigger ให้แฟลชทำงานในลักษณะนี้ เป้นการส่งสัญญาฯผ่านสายซึ่งมักจะแถมมากับไฟแฟลชสตูดิโอเมื่อเราซื้อมาอยู่แล้วครับ การ trig ผ่านสาย มีความแม่นยำและแน่นอนในระดับหนึ่ง ทั้งนี้ ความผิดพลาดในการสั่งการ อาจเกิดจากปัญหาเรื่องความแน่น/หลวม ของขั้วต่อของหัวแจ๊คที่เสียบสายซิงค์
2.การสั่งการโดยใช้ระบบไร้สาย ก็แบ่งออกเป็นการ trig ด้วยแสง และ trig ด้วยคลื่น กล่าวคือ 2.1 การสั่งการโดยใช้แสงแฟลช หรือ ไฟแว่บ การ trig ในลักษณะนี้ จะอาศัยฟีเจอร์ในตัวแฟลชสตูดิโอ ซึ่งเชื่อเหลือเกินว่า ทุกยี่ห้อ จะมี Slave ในลักษณะเป้นตัว sensor ซึ่งจะทำการรับแสงสว่างแล้วแปลงค่าแสงที่มาตกกระทบ เซลที่เซนเซอร์นั้นเป็นระดับกระแสไฟเพื่อกระตุ้นให้วงจรการยิงแสงแฟลชทำงาน ..อันนี้ ภาษาชาวบ้าน ชาวกรุง ชาวไทยดี ชาวอื่นๆ ฯลฯ มักเรียกว่า "ตาแมว" การสั่งการ ลักษณะนี้ ก็อาศัยแสงแฟลชจากตัวกล้องเรา หรือจากที่อื่นๆ ยิงเข้าไปหาตัว sensor หรือ ตาแมวที่ว่า หากค่าความสว่างหรือปริมาณแสงแว่บที่เข้ามาตกกระทบมีปริมาณที่มากพอตามที่วงจรได้ออกแบบไว้ ... แฟลชตัวนั้นๆ ก็จะทำงานยิงแสงแฟลช
2.2 การสั่งการโดยใช้แสงอื่น (แสงอินฟาเรด) เป็นการอาศัยฟิเจอร์เกี่ยวกับ sensor / ตาแมว ในแฟลชสตูดิโอเช่นเดียวกัน .. แต่ต่างกันตรงที่แสงที่ใช้ในการสั่งการ trig เปลี่ยนจากแสงขาวของไฟแฟลช เป็น แสงแดงจากรังสี infared แทน ทางผู้ผลิตหลายรายยืนยันว่า การใช้อินฟาเรดสั่งการ สามารถทำได้ในระยะไกลกว่าการใช้แสงแฟลช ซึ่งตัวกระผมเอง ยังไม่เคยได้สัมผัสหรือใช้ Infared Trigger ยี่ห้อดังๆแพงๆแต่อย่างใด จึงไม่สามารถให้ความเห็นหรือทรรศนะใดๆเกี่ยวกับ อุปกรณ์ trigger ประเภทนี้ได้ เพียงแต่จากประสบการณ์ที่ช่วงหนึ่งเคยให้ความสนใจอยากซื้อ เคยมีเซลล์ท่านหนึ่ง เปิดโชว์รูมทดสอบเครื่องสังสัญญาณอินฟาเรดตัวนี้ ให้ผมได้รับชม .. ผลปรากฏว่า ในระยะไม่เกิน 4 เมตร ตาแมวบนตัวแฟลช ไม่สามารถรับสัญญาณ/ลำแสงอินฟาเรดนั้นได้ .. เซลล์ท่านนั้นก็หน้าแตกคาบ้าน ไปตามระเบียบ
ในการสั่งการด้วยแสง ทั้งสองรูปแบบนั้น มีข้อแตกต่างที่เห็นได้ชัด มองด้วยตาเปล่า ไม่ว่าถูกหรือแพง อย่างไรคือ ในเรื่องมิติของภาพที่เราได้
เนื่องจากการสั่งการด้วยแสงแฟลช จำเป็นต้องให้แสงแฟลชไปกระตุ้นการทำงานของแฟลชสตูดิโออีกทีหนึ่ง ก็เท่ากับว่า เราทำการเพิ่มไฟให้กับระบบของเราอีกดวงหนึ่ง ซึ่งไฟดวงที่ว่า มีทิศทางแสงมาจากด้านหน้า (เพราะมักจะใช้แฟลชติดกล้อง) ทำให้เกิดเงาด้านหลังของ Subject และมิติภาพจะแบนไปนิด แม้ว่าเราจะได้ประกายตาเพิ่มขึ้นในกรณีของการถ่าย portrait แต่ ภาพก็ดูเหมือนจะขาดมิติไป
แต่การสั่งการด้วยแสงอินฟาเรด เนื่องจากแสงอินฟาเรด หรือ แสงแดงที่ว่า ฟิล์ม daylight หรือ CCD/CMOS โดยทั่วไป ไม่สามารถจับแสงสีแดงของอินฟาเรดได้ จึงทำให้ ภาพที่เราได้นั้น ไม่มีการรบกวนของแสงแต่อย่างใด เรายังบได้มิติภาพเหมือนเดิม
|
|