ขื่อ:

รหัสผ่าน:

ลืมรหัสผ่าน?Email:

 อัลบั้ม Bloger - Blogth: Create your Blog Now -- Blog Thailand -- Free! -- blogth.com

หน้าแรกคอลัมน์  :  อัลบั้ม Bloger  :  รูปแบบ Bloger  :  บันเทิง : รู้จักจีน  :  ชีวิตประจำวัน  :  วิทยาศาสตร์และศิลป์  :  เกมส์ Bloger  
นักประพันธ์ : ธุรกิจและการเงินกีฬา : ความรักพูดคุยทั่วไป : กระทู้ Bloger : ท่องเที่ยวรายวันบันทึกการทำงาน : สีสันชีวิต : My Blog !

ค้นหา:

Relating Article
สัดส่วนของภาพ
การนำไฟล์ดิจิตอลจากบ้านไปร
การซื้อกล้องดิจิตอล ตอนที่
ประวัติการถ่ายภาพ
หลักการถ่ายภาพเบื้องต้น
การถ่ายภาพด้วยแฟลชสตูดิโอ

Hot Article
การถ่ายภาพด้วยแฟลชสตูดิโอ
หลักการถ่ายภาพเบื้องต้น
ประวัติการถ่ายภาพ
การซื้อกล้องดิจิตอล ตอนที่
การนำไฟล์ดิจิตอลจากบ้านไปร
สัดส่วนของภาพ

Relating Categories
  • อินเตอร์เน็ตคอมพิวเตอร์
  • การสื่อสาร
  • อิเล็คทรอนิคส์
  • วิทยาศาสตร์
  • ศิลป์
  • Cheap Hotels Booking

    Cheap  Hosting in  Thailand

    Thai search engine

       You are here: Home>>วิทยาศาสตร์และศิลป์>>ถ่ายรูป>>Details

    JPG, TIF, ฯลฯ ??

    Last update:2006-02-22 Source :Blog

     

    ไฟล์ดิจิตอลที่ำเราจะนำไปอัดภาพนั้น แน่นอนครับว่าจะต้องเป็นไฟล์ที่เครื่องอัดภาพรู้จักเท่านั้น

    1. JPG - เป็นไฟล์ที่ได้รับความนิยม ถ้าเป็นไฟล์ JPG จากกล้องดิจิตอลเลย รับรองนำไปอัดภาพได้แน่นอนครับ แต่ถ้าเป็นไฟล์ JPG จาก Photoshop จะแบ่งออกเป็นสองอย่างครับ ถ้าสังเกตุเวลา Save file JPG จาก Photoshop จะให้เลือกว่าจะ Save ภาพเป็นแบบ "Progressive" ถ้าจะนำภาพไปใช้บนเว็บแนะนำให้ใช้เลือก Progressive แต่ถ้าจะนำภาพไปอัดลงกระดาษถ้าจะให้ชัวร์ อย่าเลือกใช้ครับ

      และเนื่องจากในขณะนี้ โปรแกรมบางตัวเริ่มรองรับไฟล์มาตรฐาน JPG 2000 กันไปบ้างแล้ว ถ้าใครใ้ช้โปรแกรมพวกนี้อยู่ขอแนะนำว่าอย่า Save ไฟล์เป็น JPG 2000 ไปโดยเด็ดขาดครับ เพราะนอกจากเครื่องอัดภาพจะไม่สามารถอัดภาพจากไฟล์มาตรฐาน JPG 2000 ได้แล้ว โปรแกรม Photoshop (รุ่นล่าสุดในขณะที่เขียนบทความนี้คือ 7.0.1) ก็ยังไม่สามารถเปิดไฟล์ JPG 2000 ดังกล่าวได้ด้วย ดังนั้นถึงที่ร้านอัดภาพจะมี Photoshop ก็ไม่อาจช่วยแปลงไฟล์ให้เราได้ครับ

    2. TIF - เป็นไฟล์ที่ให้คุณภาพสูงกว่า JPG (ผมเคยเขียนไว้ในบทความเรื่อง "Raw Format" ถึงเรื่องการเลือกใช้ว่า เมื่อใดควรใช้ RAW, JPG หรือ TIF ถ้าสนในติดตามอ่านได้ตาม ลิงค์นี้ เลยครับ) ซึ่งใน TIF เองตอนนี้ก็แบ่งออกได้เป็นสองอย่าง คือ TIF ที่มีการ Compress และไม่มีการ Compress (Non-Compress) และนอกจากนั้น ยังมี TIF ที่เรียกว่า TIF 8bit และ TIF 16bit ด้วยครับ ปกติภาพ TIF ที่ได้จากกล้องดิจิตอลจะเป็นแบบ Non-Compress, 8bit ซึ่งเครื่องอัดภาพดิจิตอลสามารถอัดภาพจาก TIF ประเภทนี้ได้แน่นอน แต่ถ้าเรา Save ภาพจาก Photoshop เราสามารถเลือกที่จะ Save ได้ว่าเป็นแบบ Compress หรือ Non-Compress และยังสามารถเลือกได้ด้วยว่าเป็น TIF 8bit หรือ 16bit ซึ่งแน่นอนว่า TIF 16bit สามารถถ่ายทอดคุณภาพออกมาได้มากกว่า TIF 8bit แต่ ในขณะนี้เครื่องอัดภาพดิจิตอล ยังไม่มีตัวใดอัดภาพจาก TIF 16bit ได้เลย ดังนั้นถ้าภาพของเราเป็น TIF 16bit จะไม่สามารถอัดลงกระดาษได้ครับ

      อย่างไรก็ดี ถ้าร้านอัดภาพที่เราไปใช้บริการมีโปรแกรม Photoshop เราสามารถขอให้เค้าเปิดไฟล์ TIF 16bit ของเราแล้วแปลงเป็น TIF 8bit ให้เราได้ครับ แต่จะเสียเวลาเพราะต้องนั่งทำทีละภาพ จึงแนะนำว่าถ้าจะนำภาพ TIF ไปอัดที่ร้านควร Save เป็น Non-Compress และ 8bit ครับ

    3. Format อื่นๆ เช่น PSD, BMP - ถึงแม้ Format ไฟล์ภาพเหล่านี้จะเป็นที่นิยมใช้กันทั่วไป แต่ไม่แนะนำให้ใช้ครับ สำหรับใครที่ตบแต่งภาพไม่ว่าจะแต่งสี หรือใส่ข้อความ ในภาพด้วย Photoshop เสร็จแล้ว ผมแนะนำให้ Save เป็น JPG หรือ TIF ให้เรียบร้อยก่อนนำภาพไปอัดที่ร้านครับ เพราะหากเรานำไฟล์เหล่านี้ไป ผลงานที่ได้อาจจะไม่ตรงกับที่ทำที่บ้าน เช่นในไฟล์ PSD อาจจะมีการอ้างอิงถึง Font ที่เราลงไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่บ้าน แต่ที่ร้านอัดภาพไม่มี Font ดังกล่าว ทำให้ภาพที่อัดออกมาอาจจะมีตัวอักษรแตกต่างกันไป หรือ PSD ที่บ้านเราอาจจะใช้ Version 7.0 ในขณะที่ร้านอาจจะเป็นเวอร์ชั่นที่เก่ากว่า อาจจะเกิดปัญหาไม่ compatible ได้โดยเฉพาะ PSD ที่มี Layer หลายๆ Layer ยิ่งประเภท Layer ซ้อน Layer ซึ่งเป็น Feature ใหม่ใน Photoshop 6.0 ยิ่งแล้วไปใหญ่ครับ

    สรุปสำหรับเรื่อง Format ของไฟล์ คือไฟล์ที่ได้จากกล้องดิจิตอลที่เป็น JPG, TIF ถ้าเราไม่ไปทำการแก้ไขใดๆ ไฟล์เหล่านี้สามารถอัดลงกระดาษด้วยเครื่องอัดดิจิตอลได้อย่างแน่นอนครับ แต่ถ้าหากมีการนำไปตบแต่งบน Photoshop หรือโปรแกรมแต่งรูปอื่นๆ แนะนำให้ Save เป็น JPG ธรรมดา ที่ไม่มี Progressive และถ้าเป็น TIF ก็ให้เป็น TIF 8bit แบบ Non-compress เช่นเดียวกับไฟล์ JPG และ TIF ที่ได้จากกล้องดิจิตอล

    ไฟล์ดิจิตอลที่ำเราจะนำไปอัดภาพนั้น แน่นอนครับว่าจะต้องเป็นไฟล์ที่เครื่องอัดภาพรู้จักเท่านั้น

    1. JPG - เป็นไฟล์ที่ได้รับความนิยม ถ้าเป็นไฟล์ JPG จากกล้องดิจิตอลเลย รับรองนำไปอัดภาพได้แน่นอนครับ แต่ถ้าเป็นไฟล์ JPG จาก Photoshop จะแบ่งออกเป็นสองอย่างครับ ถ้าสังเกตุเวลา Save file JPG จาก Photoshop จะให้เลือกว่าจะ Save ภาพเป็นแบบ "Progressive" ถ้าจะนำภาพไปใช้บนเว็บแนะนำให้ใช้เลือก Progressive แต่ถ้าจะนำภาพไปอัดลงกระดาษถ้าจะให้ชัวร์ อย่าเลือกใช้ครับ

      และเนื่องจากในขณะนี้ โปรแกรมบางตัวเริ่มรองรับไฟล์มาตรฐาน JPG 2000 กันไปบ้างแล้ว ถ้าใครใ้ช้โปรแกรมพวกนี้อยู่ขอแนะนำว่าอย่า Save ไฟล์เป็น JPG 2000 ไปโดยเด็ดขาดครับ เพราะนอกจากเครื่องอัดภาพจะไม่สามารถอัดภาพจากไฟล์มาตรฐาน JPG 2000 ได้แล้ว โปรแกรม Photoshop (รุ่นล่าสุดในขณะที่เขียนบทความนี้คือ 7.0.1) ก็ยังไม่สามารถเปิดไฟล์ JPG 2000 ดังกล่าวได้ด้วย ดังนั้นถึงที่ร้านอัดภาพจะมี Photoshop ก็ไม่อาจช่วยแปลงไฟล์ให้เราได้ครับ

    2. TIF - เป็นไฟล์ที่ให้คุณภาพสูงกว่า JPG (ผมเคยเขียนไว้ในบทความเรื่อง "Raw Format" ถึงเรื่องการเลือกใช้ว่า เมื่อใดควรใช้ RAW, JPG หรือ TIF ถ้าสนในติดตามอ่านได้ตาม ลิงค์นี้ เลยครับ) ซึ่งใน TIF เองตอนนี้ก็แบ่งออกได้เป็นสองอย่าง คือ TIF ที่มีการ Compress และไม่มีการ Compress (Non-Compress) และนอกจากนั้น ยังมี TIF ที่เรียกว่า TIF 8bit และ TIF 16bit ด้วยครับ ปกติภาพ TIF ที่ได้จากกล้องดิจิตอลจะเป็นแบบ Non-Compress, 8bit ซึ่งเครื่องอัดภาพดิจิตอลสามารถอัดภาพจาก TIF ประเภทนี้ได้แน่นอน แต่ถ้าเรา Save ภาพจาก Photoshop เราสามารถเลือกที่จะ Save ได้ว่าเป็นแบบ Compress หรือ Non-Compress และยังสามารถเลือกได้ด้วยว่าเป็น TIF 8bit หรือ 16bit ซึ่งแน่นอนว่า TIF 16bit สามารถถ่ายทอดคุณภาพออกมาได้มากกว่า TIF 8bit แต่ ในขณะนี้เครื่องอัดภาพดิจิตอล ยังไม่มีตัวใดอัดภาพจาก TIF 16bit ได้เลย ดังนั้นถ้าภาพของเราเป็น TIF 16bit จะไม่สามารถอัดลงกระดาษได้ครับ

      อย่างไรก็ดี ถ้าร้านอัดภาพที่เราไปใช้บริการมีโปรแกรม Photoshop เราสามารถขอให้เค้าเปิดไฟล์ TIF 16bit ของเราแล้วแปลงเป็น TIF 8bit ให้เราได้ครับ แต่จะเสียเวลาเพราะต้องนั่งทำทีละภาพ จึงแนะนำว่าถ้าจะนำภาพ TIF ไปอัดที่ร้านควร Save เป็น Non-Compress และ 8bit ครับ

    3. Format อื่นๆ เช่น PSD, BMP - ถึงแม้ Format ไฟล์ภาพเหล่านี้จะเป็นที่นิยมใช้กันทั่วไป แต่ไม่แนะนำให้ใช้ครับ สำหรับใครที่ตบแต่งภาพไม่ว่าจะแต่งสี หรือใส่ข้อความ ในภาพด้วย Photoshop เสร็จแล้ว ผมแนะนำให้ Save เป็น JPG หรือ TIF ให้เรียบร้อยก่อนนำภาพไปอัดที่ร้านครับ เพราะหากเรานำไฟล์เหล่านี้ไป ผลงานที่ได้อาจจะไม่ตรงกับที่ทำที่บ้าน เช่นในไฟล์ PSD อาจจะมีการอ้างอิงถึง Font ที่เราลงไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่บ้าน แต่ที่ร้านอัดภาพไม่มี Font ดังกล่าว ทำให้ภาพที่อัดออกมาอาจจะมีตัวอักษรแตกต่างกันไป หรือ PSD ที่บ้านเราอาจจะใช้ Version 7.0 ในขณะที่ร้านอาจจะเป็นเวอร์ชั่นที่เก่ากว่า อาจจะเกิดปัญหาไม่ compatible ได้โดยเฉพาะ PSD ที่มี Layer หลายๆ Layer ยิ่งประเภท Layer ซ้อน Layer ซึ่งเป็น Feature ใหม่ใน Photoshop 6.0 ยิ่งแล้วไปใหญ่ครับ

    สรุปสำหรับเรื่อง Format ของไฟล์ คือไฟล์ที่ได้จากกล้องดิจิตอลที่เป็น JPG, TIF ถ้าเราไม่ไปทำการแก้ไขใดๆ ไฟล์เหล่านี้สามารถอัดลงกระดาษด้วยเครื่องอัดดิจิตอลได้อย่างแน่นอนครับ แต่ถ้าหากมีการนำไปตบแต่งบน Photoshop หรือโปรแกรมแต่งรูปอื่นๆ แนะนำให้ Save เป็น JPG ธรรมดา ที่ไม่มี Progressive และถ้าเป็น TIF ก็ให้เป็น TIF 8bit แบบ Non-compress เช่นเดียวกับไฟล์ JPG และ TIF ที่ได้จากกล้องดิจิตอล

     

     

     

     

     

    [Top] [Tell Friend] [View Comment]
     

    Relating Article

    สัดส่วนของภาพ
    การนำไฟล์ดิจิตอลจากบ้านไปร้าน
    การซื้อกล้องดิจิตอล ตอนที่ 1 - การรับประกัน
    ประวัติการถ่ายภาพ
    หลักการถ่ายภาพเบื้องต้น

    Post Comment!

    ขื่อ: รหัสผ่าน: Hidden Post   ลงทะเบียนใหม่ 

    Create a new account!

    ขื่อ:

    รหัสผ่าน:

      Blog เป็นการใช้งานเว็บไซต์ของคุณแบบง่ายๆซึ่งคุณสามารถ
    โพสต์ข้อความหรือรูปภาพได้ทันทีและสามารถพูดคุยโต้ตอบกันได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

    หน้าแรกคอลัมน์  :  อัลบั้ม Bloger  :  รูปแบบ Bloger  :  บันเทิง : รู้จักจีน  :  ชีวิตประจำวัน  :  วิทยาศาสตร์และศิลป์  :  เกมส์ Bloger  
    นักประพันธ์ : ธุรกิจและการเงินกีฬา : ความรักพูดคุยทั่วไป : กระทู้ Bloger : ท่องเที่ยวรายวันบันทึกการทำงาน : สีสันชีวิต : My Blog !

    ค้นหา:

    All rights reserved. Privacy Policy - Terms of Service - Copyright Policy

    Copyright © 2005 blogth.com