ขื่อ:

รหัสผ่าน:

ลืมรหัสผ่าน?Email:

 อัลบั้ม Bloger - Blogth: Create your Blog Now -- Blog Thailand -- Free! -- blogth.com

หน้าแรกคอลัมน์  :  อัลบั้ม Bloger  :  รูปแบบ Bloger  :  บันเทิง : รู้จักจีน  :  ชีวิตประจำวัน  :  วิทยาศาสตร์และศิลป์  :  เกมส์ Bloger  
นักประพันธ์ : ธุรกิจและการเงินกีฬา : ความรักพูดคุยทั่วไป : กระทู้ Bloger : ท่องเที่ยวรายวันบันทึกการทำงาน : สีสันชีวิต : My Blog !

ค้นหา:

Relating Article
"น้ำผลไม้สายพันธุ์ใหม่” ใค
ไต้หวันสร้าง “หมูเรืองแสง”
เกาะกำแพงเมืองจีน ดูความก้
พบปลาเล็กสุดในโลกบนเกาะสุม
พบดาวเคราะห์คล้ายโลกนอกระบ
รำลึก 20 ปีกระสวยอวกาศชาลเล
วอนรัฐหนุนระบบ "มาตรวิทยา"
“ฮิวแมนไนซ์แอนติบอดี” แปลง

Hot Article
“ฮิวแมนไนซ์แอนติบอดี” แปลง
วอนรัฐหนุนระบบ "มาตรวิทยา"
รำลึก 20 ปีกระสวยอวกาศชาลเล
พบดาวเคราะห์คล้ายโลกนอกระบ
พบปลาเล็กสุดในโลกบนเกาะสุม
เกาะกำแพงเมืองจีน ดูความก้
ไต้หวันสร้าง “หมูเรืองแสง”
"น้ำผลไม้สายพันธุ์ใหม่” ใค

Relating Categories
  • อินเตอร์เน็ตคอมพิวเตอร์
  • การสื่อสาร
  • อิเล็คทรอนิคส์
  • ศิลป์
  • ถ่ายรูป
  • Cheap Hotels Booking

    Cheap  Hosting in  Thailand

    Thai search engine

       You are here: Home>>วิทยาศาสตร์และศิลป์>>วิทยาศาสตร์>>Details

    งานวิจัยเสกข้าวไทยเป็นนวัตกรรมใหม่ “ข้าวโอไรซ์-ข้าวหุงสุกเร็ว”

    Last update:2006-01-31 Source :Blog


    ข้าวกล้องเพื่อสุขภาพโอไรซ์
     
    ดร.จตุรพร พรศิลปทิพย์ ที่ปรึกษาบริษัท เพชรบูรณ์ อินโนเวชั่น จำกัด

     
    ผลิตภัณฑ์ข้าวหุงสุกเร็ว ใบเมี่ยง และเส้นอูด้ง

     
    นายวัฒนกุล มังคลรังษี กรรมการบริษัท เอเชี่ยน สุพีเรียฟูดส์ จำกัด

     

    ดร.ประวิช รัตนเพียร รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี


     
    นายศุภชัย หล่อโลหการ ผอ.สนช.

                  เอกชนไทยเสก “ข้าว” ให้เป็นนวัตกรรมสร้างเงินด้วยงานวิจัย เปิดตัว 2 โครงการนวัตกรรมข้าว แจง 4 ชิ้นผลิตภัณฑ์ ทั้งข้าวกล้องเพื่อสุขภาพและข้าวหุงสุกเร็ว หวังโกอินเตอร์ ดึงเงินต่างชาติ สนช.ตั้งเป้าภายในปีเดียวดึงเงินเข้าประเทศ 900 ล้านบาท เจ้ากระทรวงวิทย์ฯ เผยแลกเปลี่ยนออฟฟิศกับ ส.อ.ท. หวังสร้างนวัตกรรม-สร้างรายได้
           
           ลองหลับตานึกถึงไข่เจียวหมูสับที่เพิ่งทอดเสร็จร้อนๆ ฟูเต็มจานกระเบื้องสีขาวเกลี้ยงตา และผัดกะเพราไก่หอมกรุ่นอีกสักจานหนึ่ง ซึ่งหากว่าเป็นความจริงแล้ว หลายคนก็คงจะไม่รีรอสั่งข้าวสวยคนละจาน-สองจานเพื่ออิ่มอร่อยกับสิ่งยั่วตายั่วใจตรงหน้าให้หายอยาก ซึ่ง “ข้าว” นี่เองที่เป็นหัวข้อสำคัญในครั้งนี้ ที่ “ผู้จัดการวิทยาศาสตร์” จะพาผู้อ่านทุกคนไปชมกัน อย่างไรก็ตาม ก็ไม่ใช่การพาไปเปิดเมนูอาหารสุดอร่อยกับคุณหมึกแดงอย่างแน่นอน หากแต่วันนี้ (17 ม.ค.) ได้มีการเปิดตัวนวัตกรรมข้าวไทยพร้อมๆ กันถึง 2 โครงการ
           
           การเปิดตัวนวัตกรรมข้าวไทยทั้ง 2 ที่กล่าวถึงข้างต้นจัดขึ้นโดย 2 หน่วยงานสำคัญคือ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.) และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมี ดร.ประวิช รัตนเพียร รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) เป็นประธาน
           
           นวัตกรรมข้าวตัวแรกที่เราจะกล่าวถึงคือ ผลิตภัณฑ์ข้าวจาก “โครงการนวัตกรรมการผลิตข้าวกล้องเพื่อสุขภาพโอไรซ์ (O-Rice)” ของบริษัท เพชรบูรณ์ อินโนเวชั่น จำกัด โดยการบูรณาการความร่วมมือของหลายหน่วยงานได้แก่ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ สถาบันเทคโนโลยีชีวภาพเพื่ออุตสาหกรรม และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย
           
           ทั้งนี้ ข้าวกล้องโอไรซ์เป็นข้าวกล้องที่ผ่านกรรมการผลิตด้วยกระบวนการ “โอไรซิเนชัน” (orizination) เพื่อเก็บกักสารอาหารต่างๆให้คงอยู่ในเมล็ดข้าว ทำให้คุณค่าทางอาหารยังอยู่ครบถ้วนทั้งวิตามิน เกลือแร่ โดยเฉพาะวิตามินที่พบในส่วนของรำข้าวและจมูกข้าว อาทิ วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี วิตามินดี และวิตามินอี อีกทั้งยังอุดมด้วยเส้นใยอาหารซึ่งมีประโยชน์ต่อระบบขับถ่าย การควบคุมน้ำหนัก และมีค่าการเปลี่ยนเป็นน้ำตาลในกระแสเลือดต่ำ จึงเหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน
           

           ดร.จตุรพร พรศิลปทิพย์ ที่ปรึกษาบริษัท เพชรบูรณ์ อินโนเวชั่น จำกัด กล่าวว่า ด้วยคุณค่าสารอาหารที่ครบถ้วนของข้าวกล้องโอไรซ์จึงตอบสนองกระแสความต้องการของคนในยุคปัจจุบันที่เอาใจใส่ในเรื่องสุขภาพมากขึ้น จากที่ประเทศไทยต้องสูญเสียเงินตราเพื่อซื้ออาหารเสริมสุขภาพจากต่างประเทศปีละหลายร้อยล้านบาท
           
           ปัจจุบัน ทางบริษัทมีกำลังการผลิตอยู่ที่ประมาณ 120,000 ซอง/เดือน แต่ละซองมีน้ำหนัก 150 กรัม และมีราคาซองละ 50 บาท หรือประมาณกิโลกรัมละ 300 บาท ซึ่งหลังการวางจำหน่ายในร้านผู้แทนจำหน่ายหลายราย อาทิ ท็อปส์ ซูปเปอร์มาร์เก็ต ร้านเอเดน (สำนักงานใหญ่ประชานุกูล) และโครงการผู้จัดการสุขภาพ (บ้านเจ้าพระยา ถ.พระอาทิตย์) ได้รับเสียงตอบรับดีมาก จนเกรงว่าอาจผลิตไม่ทันต่อความต้องการทั้งในประเทศและรวมถึงต่างประเทศ โดยบางรายได้ติดต่อขอเป็นตัวแทนจำหน่ายแล้ว
           
           “นอกจากนี้ การผลิตข้าวกล้องเพื่อสุขภาพดังกล่าวยังทำให้เกิดเครือข่ายการผลิตข้าวใน จ.เพชรบูรณ์ ด้วย และเนื่องจากมีความต้องการข้าวกล้องเพื่อสุขภาพมาก ทางบริษัทจึงคิดจะเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นอีก 10 เท่า โดยกำลังดำเนินการขยายโรงงานแห่งที่ 2 พร้อมๆ กับการขยายการผลิตให้เป็นวิสาหกิจชุมชนโดยมีทางบริษัทเป็นผู้ดูแล” ที่ปรึกษาบริษัท เพชรบูรณ์ อินโนเวชั่น จำกัด กล่าว
           
           ส่วนนวัตกรรมข้าวไทยโครงการถัดมาคือ “โครงการนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ข้าวหุงสุกเร็ว ใบเมี่ยง และเส้นอูด้ง” ของบริษัท เอเชี่ยน สุพีเรียฟูดส์ จำกัด บริษัทใหญ่ใน จ.ราชบุรี และเป็นที่รู้จักกันดีในวงการอาหาร โดยเฉพาะอุตสาหกรรมแปรรูปข้าวที่พ่วงมาแถลงข่าวเปิดตัวถึง 3 ผลิตภัณฑ์ด้วยกันคือ 1.ข้าวหุงสุกเร็ว 2. ใบเมี่ยงและ 3.เส้นอูด้งสด ซึ่งแม้ว่าทั้ง 3 อาจไม่ใช่นวัตกรรมใหม่ แต่ก็เป็นสิ่งที่ประเทศไทยสามารถพัฒนาจนดีกว่าหรือแข่งขันกับต่างประเทศได้
           

           นายวัฒนกุล มังคลรังษี กรรมการบริษัท เอเชี่ยน สุพีเรียฟูดส์ จำกัด แจกแจงว่า ข้าวหุงสุกเร็วเป็นการผลิตผลิตภัณฑ์ข้าวสวยและข้าวปรุงรสกึ่งสำเร็จรูป ที่สามารถคืนรูปเป็นผลิตภัณฑ์พร้อมรับประทานได้ภายใน 3-5 นาที ด้วยการเติมน้ำร้อนคล้ายกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โดยมีสูตรเฉพาะซึ่งเป็นผลงานวิจัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่ทางบริษัทนำไปต่อยอด โดยหวังว่าผลิตภัณฑ์นี้จะทำให้คนไทยหันมารับประทานข้าวไทยมากขึ้น ทดแทนการรับประทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ต้องนำเข้าวัตถุดิบจากประเทศจีนและเวียดนาม
           
           สำหรับใบเมี่ยง (rice paper/rice wrapper) ที่ใช้ห่ออาหารเช่น เฝอ (Pho) นั้นผลิตโดยอาศัยการออกแบบและพัฒนาเครื่องจักรในการผลิตแผ่นแป้งที่สามารถควบคุมความหนาของแผ่นแป้งได้ ซึ่งต้องสัมพันธ์กับกระบวนการนึ่งเพื่อให้แผ่นแป้งสุกสม่ำเสมอ เหนียวนุ่ม และไม่ขาดง่าย การออกแบบอุปกรณ์อบแห้งที่ทำให้แผ่นแป้งเรียบไม่บิดงอ รวมถึงการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สวยงามเพื่อดึงดูดใจผู้บริโภค ซึ่งจะทำให้สินค้าเป็นที่ยอมรับจากชาวต่างชาติมากขึ้น
           
           ส่วนเส้นอูด้งสด เป็นการผลิตเส้นอูด้งสดและหมี่ฮ่องกง โดยใช้แป้งข้าวเจ้าทดแทนแป้งสาลี 30% และใช้กัม (gum) เป็นตัวประสานในการนวดแป้งข้าวเจ้าและแป้งข้าวสาลีให้เป็นเนื้อเดียวกัน ซึ่งยังคงคุณภาพเหมือนกับการใช้แป้งสาลี 100% จนได้เป็นผลิตภัณฑ์เส้นอูด้งและหมี่ฮ่องกงที่มีโปรตีนกูลเตนต่ำเหมาะกับผู้บริโภคที่แพ้โปรตีนกูลเตนซึ่งมีผลต่อระบบกระเพาะอาหาร และระบบขับถ่าย อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์ทั้ง 3 ยังไม่วางจำหน่ายในประเทศไทยในขณะนี้ แต่จะวางจำหน่ายในช่วงกลางปีหรือปลายปี โดยในการวางจำหน่ายในต่างประเทศพบว่าได้รับการตอบรับที่ดีมาก
           
           ทั้งนี้ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แสดงความคิดเห็นต่อนวัตกรรมทั้ง 2 ว่า นวัตกรรมทั้ง 2 โครงการไม่ได้เป็นเพียงโครงการนำร่องเท่านั้น แต่สามารถนำไปใช้ในทางธุรกิจได้อย่างชัดเจน และไม่ได้มองเฉพาะคนไทย 60 ล้านคนเท่านั้น แต่มองไปถึงประชาคมโลก 6,000 ล้านคนทั่วโลกด้วย ดังนั้นจึงต้องมีการพัฒนานวัตกรรมข้าวไทยให้มีเอกลักษณ์ที่ต่างชาติไม่สามารถตามทัน เป็นผลิตภัณฑ์ขั้นตติยภูมิ อีกทั้งต้องเป็นที่ยอมรับของสหภาพยุโรป (อียู) และของโลกด้วย โดยมั่นใจว่าได้ดำเนินการเรื่องนี้มาอย่างถูกทางแล้ว และตลาดโลกยังต้องการข้าวไทยอีกมาก
           
           ด้านนายศุภชัย หล่อโลหการ ผอ.สนช. กล่าวว่า ในโครงการนวัตกรรมข้าวกล้องเพื่อสุขภาพโอไรซ์ สนช.ได้ให้การสนับสนุนทางวิชาการเป็นมูลค่า 570,000 บาท จากเม็ดเงินการลงทุนทั้งสิ้น 11.8 ล้านบาท และในโครงการนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ข้าวหุงสุกเร็ว ใบเมี่ยง และเส้นอูด้ง สนช.ได้ให้การสนับสนุนตามโครงการนวัตกรรมดี...ไม่มีดอกเบี้ยเป็นมูลค่า 2.7 ล้านบาท จากเม็ดเงินลงทุน 182.5 ล้านบาท โดยคาดว่าภายใน 1 ปี ทั้ง 2 โครงการจะสร้างรายได้แก่ประเทศไทยได้กว่า 900 ล้านบาท อีกทั้งเป็นการนำร่อง “1 จังหวัด 1 อุตสาหกรรมเกษตร” เพื่อที่จะขยายผลให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมในแต่ละจังหวัดต่อไป
           
           ผอ.สนช.กล่าวอีกว่า จากการศึกษาแบบมองจากภายนอก (Outside In) ร่วมกันระหว่าง สนช.กับบริษัทเอเชีย ไบโอ-บิสซิเนส ของประเทศสิงคโปร์ พบว่าปัจจุบันสังคมเมืองได้ทำให้คนมีทางเลือกในการบริโภคมากขึ้น อีกทั้งข้าวไทยยังไม่เป็นที่รู้จักในสายตาชาวโลก ทำให้แนวโน้มการส่งออกข้าวไทยจะลดลงเช่น ขณะนี้ประเทศไทยมีมูลค่าการส่งออกข้าวเปลือก ข้าวกล้อง และข้าวสารเฉลี่ย 60,000 ล้านบาท/ปี แต่หากไม่มีนวัตกรรมในด้านข้าวไทยเลย ต่อไปในอีกประมาณ 5 ปีข้างหน้า มูลค่าในส่วนนี้จะลดลงครึ่งหนึ่ง เหลือเพียง 30,000 ล้านบาท
           
           ในโอกาสเดียวกันนี้ ดร.ประวิช กล่าวถึง ความร่วมมือระหว่าง สนช.และ ส.อ.ท. ด้วยว่า มีแนวคิดที่จะแลกเปลี่ยนสำนักงานระหว่างกัน คือให้มีสำนักงานของอีกฝ่ายในสำนักงานของตนเองเพื่อให้เกิดการประสานงานกันมากขึ้นกว่าการติดต่อผ่านทางเครือข่ายโทรศัพท์ หรือเครือข่ายอื่นๆ ซึ่ง สนช.ได้ทำสัญญาความร่วมมือ (เอ็มโอยู) กับ ส.อ.ท. มาตั้งแต่ 17 พ.ค. 2547 และมีโครงการพัฒนานวัตกรรมที่ดำเนินการร่วมกันมาโดยตลอด

     

     

     

    [Top] [Tell Friend] [View Comment]
     

    Relating Article

    "น้ำผลไม้สายพันธุ์ใหม่” ใครบอกว่าแลคโตบาซิลลัสมีเฉพาะในน้ำนม
    ไต้หวันสร้าง “หมูเรืองแสง” ครั้งแรกในโลก
    เกาะกำแพงเมืองจีน ดูความก้าวหน้าวิทยาศาสตร์ถิ่น “มังกร”
    พบปลาเล็กสุดในโลกบนเกาะสุมาตรา
    พบดาวเคราะห์คล้ายโลกนอกระบบสุริยะ

    Post Comment!

    ขื่อ: รหัสผ่าน: Hidden Post   ลงทะเบียนใหม่ 

    Create a new account!

    ขื่อ:

    รหัสผ่าน:

      Blog เป็นการใช้งานเว็บไซต์ของคุณแบบง่ายๆซึ่งคุณสามารถ
    โพสต์ข้อความหรือรูปภาพได้ทันทีและสามารถพูดคุยโต้ตอบกันได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

    หน้าแรกคอลัมน์  :  อัลบั้ม Bloger  :  รูปแบบ Bloger  :  บันเทิง : รู้จักจีน  :  ชีวิตประจำวัน  :  วิทยาศาสตร์และศิลป์  :  เกมส์ Bloger  
    นักประพันธ์ : ธุรกิจและการเงินกีฬา : ความรักพูดคุยทั่วไป : กระทู้ Bloger : ท่องเที่ยวรายวันบันทึกการทำงาน : สีสันชีวิต : My Blog !

    ค้นหา:

    All rights reserved. Privacy Policy - Terms of Service - Copyright Policy

    Copyright © 2005 blogth.com