|
| แม้ว่าจะผ่านไป 20 ปีแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ฝ่ายกัมมันตรังสีของเบลารุสก็ยังคงตรวจวัดปริมาณรังสีอย่างสม่ำเสมอ ตามหมู่บ้านที่ห่างจากจุดระเบิดในรัศมี 30 กิโลเมตร |
|
| พื้นที่สีแดงคือบริเวณที่มีก๊าซและฝุ่นปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสีเข้มข้น |
| | |
 |
เอเจนซี ผลกระทบระยะยาวจากหายนะภัยโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิลอาจเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตจากมะเร็งอีกกว่า 66,000 คน สูงกว่าที่สหประชาชาติคาดการณ์ไว้ก่อนหน้าถึง 15 เท่า ผลการศึกษาล่าสุดโดยนายเอียน แฟร์ลี (Ian Fairlie ) และนายเดวิด ซัมเนอร์ (David Sumner) 2 นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ ระบุว่า พิษภัยจากกัมมันตภาพรังสีที่รั่วไหลมาจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิลเมื่อ 20 ปีก่อน อาจเป็นผลพวงให้มีผู้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งอีกกว่า 66,000 คนทั่วโลก ต่างจากตัวเลข 4,000 คน ที่ทบวงการพลังงานปรมาณู (IAEA) และองค์การอนามัยโลก (WHO) ตั้งไว้ก่อนหน้านี้ โดยระบุด้วยว่า ขณะนี้ปัญหาผลกระทบจากนิวเคลียร์ในประเทศเบลารุส ยูเครน และรัสเซีย อยู่ในระดับรุนแรงมาก นายซัมเนอร์ ชี้ว่าเป็นการยากที่จะระบุตัวเลขที่ชัดเจนของผู้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งจากการรั่วไหลของกัมมันตภาพรังสี เนื่องจากการสัมผัสกับกัมมันตภาพรังสีเกิดขึ้นต่อเนื่องในระยะยาว และแม้ที่ผ่านมาได้มีการศึกษาในผู้รอดชีวิตจากการได้รับกัมมันตภาพรังสีระดับสูงในระยะสั้นแล้วหลายชิ้น แต่ก็ยังไม่เพียงพอที่จะให้ความกระจ่างถึงผลกระทบจากการได้รับกัมตภาพรังสีระดับต่ำในระยะยาวได้ อุบัติเหตุโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิลระเบิดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 เมษายน 2529 แรงระเบิดได้ส่งก๊าซและฝุ่นที่ปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสีกระจายไปตามกระแสลม เป็นเหตุให้มีพื้นที่ปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสีทั่วทวีปยุโรปกว่า 3.9 ล้านตารางกิโลเมตร ขณะเดียวกันก็มีการประเมินว่า กัมมันตภาพรังสีที่รั่วไหลจากโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลมีระดับสูงกว่ากัมมันตภาพรังสีจากระเบิดปรมาณูที่ถล่มฮิโรชิมาและนางาซากิ เมื่อปี 2488 รวมกันถึง 200 เท่า | | |