|
|
|
You are here: Home>>วิทยาศาสตร์และศิลป์>>วิทยาศาสตร์>>Details |
|
"กาวยึดฟันปลอม" ผลงานหมอไทยเพื่อยิ้มใหม่ที่สดใส |
|
Last
update:2006-04-25 Source :Blog |
|
| รศ.ทพ.ดร.ปิยวัฒน์ พันธุ์โกศล |
|
| ฟันปลอมแบบทั้งปากที่ต้องใช้กาวยึดฟันปลอมช่วยให้ใส่ได้กระชับมากขึ้น |
| | |
 |
มีไม่น้อยทีเดียว ที่ผู้สูงอายุหลายต่อหลายราย ต้องยอมปลงกับสังขารร่างกายตัวเอง เนื่องจากได้ผ่านเลยวันเวลาของชีวิตมายาวนาน กรำศึกชีวิตมามาก ทั้งนี้ก็เพราะรู้สึกเหนื่อยหน่าย เข็ดขยาด หรือไม่สบอารมณ์ทุกครั้งเมื่อต้องใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อฉุดรั้งบุคลิกภาพ และความมั่นใจเจ้ากรรมที่พลอยหนีหายไปกับกาลเวลาให้กลับคืนมา ความชรานั้น... คงกล่าวไม่ได้ว่ามีความเลวร้ายมากมายถึงกับเป็นภัยพิบัติของชีวิต แต่ก็คงทำให้รู้สึกแย่ทีเดียว ถ้ามันถือวิสาสะเข้ามาพรากความสุข บุคลิกภาพ ความมั่นใจ และความนับถือตัวเองไปจากชีวิตของเรา... เราจึงพบเสมอว่า ผู้คนที่เคยสง่างามและมีคุณูปการต่อสังคมจำนวนมาก เมื่อเดินทางมาถึงปลายทางของชีวิตแล้ว กลับเร้นกายหนีหายไปจากสังคมเพียงลำพัง เพียงเพราะสูญเสีย ความเป็นตัวเอง เมื่อครั้งวัยหนุ่มสาวไป จึงมีคำกล่าวว่า สุขกาย มีความหมายไม่เทียบเท่า สุขใจ ยิ่งการพบปะสมาคมกับสังคมภายนอกด้วยแล้ว การใช้ชีวิตอย่างผ่าเผยจึงเป็นยาอายุวัฒนะขนานเอก... ฟันทั้ง 32 ซี่ในปากของเราทุกคน นับเป็นหน้าต่างอีกบานหนึ่งที่เปิดชีวิตไปสู่โลกภายนอก ผู้ที่ขาดมันย่อมไม่รู้สึกสดชื่นเท่าที่ควร ส่วนมากจึงเลือกใส่ฟันปลอมทดแทนฟันจริง แต่การใส่ฟันปลอมหลายซี่หรือทั้งปากโดยยึดติดกับเหงือกก็มักมีปัญหาการปรับตัว บางทีฟันปลอมหลวมและขยับบ่อย ทำให้เคี้ยวอาหารไม่สะดวกและหลุดง่าย จึงไม่กล้าพูดคุยกับใครๆ มากนัก แถมบางครั้งยังทำให้เจ็บจนเกิดบาดแผลในช่องปาก พาลให้รับประทานอาหารไม่ได้ตามไปด้วย กาวยึดฟันปลอม จึงเข้ามาเป็นตัวผสานช่องว่างนั้นให้แคบลง ล่าสุด คณะแพทย์ไทยกลุ่มหนึ่งได้มีแนวคิดจัดทำโครงการกาวยึดฟันปลอม (Denture Adhesive) ของคนไทยขึ้น ประกอบด้วย รศ.ทพ.ดร.ปิยวัฒน์ พันธุ์โกศล ภาควิชาทันตกรรมประดิษฐ์ คณะทันตแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นหัวหน้าโครงการ และมี ผศ.ทพ.นิยม ธำรงค์อนันต์สกุล จากภาควิชาเดียวกัน และ ผศ.ทพ.ดร.พสุธา ธัญญะกิจไพศาล จากภาควิชากายวิภาคศาสตร์ เป็นผู้ร่วมโครงการ โดยได้รับทุนอุดหนุนการวิจัยประจำปีงบประมาณ 2548 จากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ทั้งนี้ จากการศึกษาพบว่า ปัจจุบัน ในท้องตลาดบ้านเรามีกาวยึดฟันปลอมวางขายหลายยี่ห้อด้วยกัน มีทั้งที่เป็นแบบครีมคล้ายยาสีฟันและที่เป็นแบบผง กระนั้น กาวยึดฟันปลอมก็คล้ายกับอุปกรณ์ทางการแพทย์หลายต่อหลายชิ้นที่ผลิตเองไม่ได้ และต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศด้วยราคาแพง อีกทั้งยังต้องใช้ทุกครั้งที่ใส่ฟันปลอม จึงคิดเป็นค่าใช้จ่ายเกือบ 500 บาทต่อคนต่อปี จึงเป็นรายจ่ายที่สูงเอาการสำหรับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยทั้งในเมืองและในต่างจังหวัด โดยประมาณการว่าในประเทศไทยมีผู้ที่ต้องการกาวยึดฟันปลอมไว้ใช้งานประมาณ 2 ล้านคน มูลค่าการตลาดทั้งหมดจึงอยู่ที่ราวๆ 1 พันล้านบาทต่อปี ไม่เพียงเท่านั้น ยังพบด้วยว่า กาวยึดฟันปลอมที่วางขายกันในท้องตลาดยังไม่มียี่ห้อใดที่โดนใจทันตแพทย์จริงๆ ทั้งนี้เพราะบางยี่ห้อก็มีความเหนียวเกินไป จึงทำความสะอาดยาก รวมทั้งหาซื้อลำบาก แถมเมื่อใช้แล้วก็ยังมีโอกาสทำให้เกิดการบาดเจ็บในช่องปากด้วย ด้วยเหตุนี้ คณะวิจัยของ รศ.ทพ.ดร.ปิยวัฒน์ จึงเริ่มการวิจัยพัฒนากาวยึดฟันปลอมฝีมือคนไทยทดแทนการนำเข้าขึ้น โดยจะเป็นกาวยึดฟันปลอมรูปแบบใหม่ที่ไม่ใช่แบบครีมและแบบผง และใช้วัตถุดิบภายในประเทศ ขจัดปัญหาของกาวยึดฟันปลอมแบบเก่าออกไป และให้มีความเหมาะสมแก่การใช้งานมากที่สุด เพื่อใช้กับกลุ่มเป้าหมายที่ต้องใส่ฟันปลอมหลายซี่หรือใส่ฟันปลอมทั้งปาก ผู้ป่วยที่ผ่าตัดกระดูกขากรรไกร และผู้ป่วยโรคปากแหว่ง เพดานโหว่ เพื่อให้เขาเหล่านั้นสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมั่นใจ โดยใช้สารในกลุ่มอาหารที่มีความปลอดภัยมาทำหน้าที่เป็นกาวที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ไม่เหนียวเหนอะหนะ ล้างออกง่าย สามารถใส่หรือถอดฟันปลอมได้ทุกเมื่อที่ต้องการ และมีความแพร่หลายมากขึ้น ที่สำคัญคือมีราคาถูกลง! สำหรับการวิจัยพัฒนาในขณะนี้ ได้รับการเปิดเผยว่า กำลังอยู่ในช่วงทดสอบแรงดึง ความเป็นพิษ และความคงตัวของกาว โดยเปรียบเทียบกับสินค้าที่วางขายในท้องตลาด และปรับปรุงสูตรให้ดีขึ้นเรื่อยๆ โดยได้สูตรเบื้องต้นแล้ว แต่จะพัฒนาให้ดีขึ้น เพื่อให้ไม่ด้อยกว่าของต่างประเทศ หรือพัฒนาให้ดีกว่า เพื่อให้เป็นที่ยอมรับ สามารถเผยแพร่และวางขายทั้งในประเทศและส่งออกไปยังต่างประเทศได้ เชื่อว่าจะใช้เวลาอีก 1-2 ปี งานวิจัยชิ้นนี้ก็จะแล้วเสร็จและสามารถนำออกขายได้ในที่สุด ความรู้สึกได้รับการยอมรับจากสังคมที่แวดล้อมเขาอยู่ ถือเป็น 1 ใน 7 ลำดับขั้นความต้องการในชีวิตมนุษย์ทุกคน ที่ มาสโลว์ (Abraham H.Maslow) บอกแก่เราไว้ และดูจะมีคุณค่าไม่ด้อยไปกว่าฐานบันได 2 ขั้นแรก คือ ความต้องการทางร่างกาย และความต้องการความปลอดภัยแม้แต่น้อย โครงการวิจัยกาวยึดฟันปลอม ของ รศ.ทพ.ดร.ปิยวัฒน์ และคณะ จึงเป็นงานวิจัยที่ควรสนับสนุน และเป็นที่น่าติดตามต่อไป...
| | | |
|