|
|
|
You are here: Home>>วิทยาศาสตร์และศิลป์>>วิทยาศาสตร์>>Details |
|
ใช้แสงซินโครตรอนดูฮีโมโกลบินหาเหตุ ธาลัสซีเมีย |
|
Last
update:2006-04-27 Source :Blog |
 |
อาจารย์เคมีมหิดลใช้แสงซินโครตรอนศึกษาโครงสร้างฮีโมโกลบินลูกผสมระหว่างหนูและคน หลังพบหนูรอดชีวิตแม้ยีนผิดปกติ สร้างฐานต่อยอดศึกษา ธาลัสซีเมีย รศ.ดร.พลังพล คงเสรี อาจารย์จากภาควิชาเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดถึงการศึกษาโครงสร้างและการทำงานของฮีโมโกลบินลูกผสมระหว่างยีนของหนูและคนจากเลือดของหนูโดยใช้แสงซินโครตรอน ซึ่งจะเป็นพื้นฐานไปสู่การศึกษาโรคธาลัสซีเมียชนิดอีซึ่งเป็นโรคทางพันธุกรรมเกี่ยวกับความผิดปกติของเลือดที่พบในคนไทยมากที่สุด ก่อนหน้านี้ได้มีการทดลองใส่ยีนฮีโมโกลบินสายเบต้าของมนุษย์เข้าไปในหนู ทำให้หนูมีฮีโมโกลบินลูกผสมเป็นสายอัลฟาของหนูและมีฮีโมโกลบินสายเบต้าเป็นของคน ซึ่งปกติหนูที่ไม่มีฮีโมโกลบินสายเบต้าหรือมีความผิดปกติจะเสียชีวิต แต่ปรากฏว่ามีหนูที่รอดชีวิต รศ.ดร.พลังพลจึงตั้งใจที่จะศึกษาโครงสร้างของฮีโมโกลบินลูกผสมดังกล่าว รศ.ดร.พลังพลกล่าวว่าที่ต้องใช้แสงซินโครตรอนเนื่องจากมีความยาวคลื่นใกล้เคียงกับขนาดโมเลกุลของฮีโมโกลบิน โดยแสงซินโครตรอนที่ใช้เป็นรังสีเอ็กซ์พลังงานสูง (hard X-ray) ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการวิจัยเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนแห่งชาติ(ศซ.) ของไทยยังไม่สามารถผลิตได้ จึงต้องนำโมเลกุลไปศึกษาที่ต่างประเทศซึ่งผลิตได้ สำหรับความเกี่ยวเนื่องกับโรคธาลัสซีเมียนั้นคือธาลัสซีเมียชนิดอีเกิดจากความผิดปกติของฮีโมโกลบินสายเบต้า โดยเป็นความผิดปกติของกรดอะมิโนบนตำแหน่ง 26 ของสายเบต้าที่ควรจะเป็นกลูตาเมตแต่กลายเป็นไลซีน และการศึกษาโครงสร้างนี้เป็นการศึกษาความผิดปกติของฮีโมโกลบินสายเบต้าจากเลือดของหนู อย่างไรก็ตาม รศ.ดร.กล่าวว่างานวิจัยนี้ยังอยู่ในขั้นพื้นฐานซึ่งขึ้นอยู่กับว่าจะมีใครนำไปต่อยอดอย่างไร
| | |
|