ขื่อ:

รหัสผ่าน:

ลืมรหัสผ่าน?Email:

 อัลบั้ม Bloger - Blogth: Create your Blog Now -- Blog Thailand -- Free! -- blogth.com

หน้าแรกคอลัมน์  :  อัลบั้ม Bloger  :  รูปแบบ Bloger  :  บันเทิง : รู้จักจีน  :  ชีวิตประจำวัน  :  วิทยาศาสตร์และศิลป์  :  เกมส์ Bloger  
นักประพันธ์ : ธุรกิจและการเงินกีฬา : ความรักพูดคุยทั่วไป : กระทู้ Bloger : ท่องเที่ยวรายวันบันทึกการทำงาน : สีสันชีวิต : My Blog !

ค้นหา:

Relating Article
สกัดสารกันหืนจาก “ติ้ว” คุ
อินเดียผลิตชาเม็ดต้านกับน้
พบโรคประหลาดหนึ่งในสองล้าน
ใช้แสงซินโครตรอนดูฮีโมโกลบ
ขายแล้ว!! เสื้อนาโนไม่ต้อง
สกัดผักติ้วทำสารกันหืนศักย
นักวิจัยพบแบคทีเรียเรืองแส
ไทยพบสารปราบมดแดงจากผึ้ง เป
"กาวยึดฟันปลอม" ผลงานหมอไท
“ระบบบำบัดน้ำเสีย – รักษาธ

Hot Article
“ฮิวแมนไนซ์แอนติบอดี” แปลง
วอนรัฐหนุนระบบ "มาตรวิทยา"
รำลึก 20 ปีกระสวยอวกาศชาลเล
พบดาวเคราะห์คล้ายโลกนอกระบ
พบปลาเล็กสุดในโลกบนเกาะสุม
เกาะกำแพงเมืองจีน ดูความก้
ไต้หวันสร้าง “หมูเรืองแสง”
"น้ำผลไม้สายพันธุ์ใหม่” ใค
งานวิจัยเสกข้าวไทยเป็นนวัต
นร.เมืองโอ่งมังกรใช้ไอทีทำเ

Relating Categories
  • อินเตอร์เน็ตคอมพิวเตอร์
  • การสื่อสาร
  • อิเล็คทรอนิคส์
  • ศิลป์
  • ถ่ายรูป
  • Cheap Hotels Booking

    Cheap  Hosting in  Thailand

    Thai search engine

       You are here: Home>>วิทยาศาสตร์และศิลป์>>วิทยาศาสตร์>>Details

    “ติ้ว” ผักไม่ธรรมดา ช่วยต้านอนุมูลอิสระ-ยังยั้งการหืนในอาหารได้

    Last update:2006-04-28 Source :Blog

     
    นางพิชญ์อร ไหมสุทธิสกุล นักศึกษาโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก(คปก.)คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

     
    สารสกัดยับยั้งการหืนในอาหารจาก "ผักติ้ว"

     
    "ผักติ้ว" ที่ใช้จิ้มน้ำพริกรับประทานในบ้านเรา มีสารต้านอนุมูลอิสระและยับยั้งการหืนในอาหารได้

           “ผักติ้ว” เป็นผักธรรมชาติที่หาซื้อได้ตามท้องตลาด นอกจากจะนำมารับประทานกับน้ำพริกแล้ว ยังมีประโยชน์ต่อร่างกาย เนื่องจากมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ชะลอความแก่ ยิ่งไปกว่านั้น ยังสามารถนำมาสกัดเป็นสารยับยั้งการเหม็นหืนในอุตสาหกรรมอาหารได้อีกด้วย
           
           นางพิชญ์อร ไหมสุทธิสกุล นักศึกษาโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก(คปก.)คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เล่าถึงที่มาของงานวิจัยการนำ “ผักติ้ว”มาสกัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระยับยั้งการหืน ว่า เริ่มต้นจากการที่ได้ศึกษาเกี่ยวกับอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งการเหม็นหืนในอาหารเป็นปัญหาที่สำคัญในสินค้าส่งออก จึงเริ่มสนใจจะนำพืชของไทยมาสกัดเป็นสารกันหืน เนื่องจากมีข้อมูลเบื้องต้นว่า พืชของไทยหลายชนิดมีคุณสมบัติที่จะยับยั้งการหืนในอาหารได้ โดยได้คัดเลือกพืช 26 สายพันธุ์ในเมืองไทย มาทดสอบประสิทธิภาพ พร้อมทั้งได้ศึกษาหาข้อมูลวิจัยเพิ่มเติม พบว่าผักติ้ว ซึ่งเป็นพืชผักธรรมชาติที่หาซื้อได้ตามท้องตลาดสามารถนำมาสกัดเป็นสารกันหืนในอาหารได้ผลดี ปลอดภัย และราคาถูก จึงนำมาศึกษาโดยใช้เวลาประมาณ 4 ปี
           
           สำหรับขั้นตอนในการสกัดผักติ้วเพื่อให้ได้สารกันหืน นางพิชญ์อร อธิบายว่า ต้องนำผักติ้วมาหั่นและบดด้วยเอทานอล หลังจากนั้นเติมสารไนโตรเจนและทำการเขย่าอีก 4 ชั่งโมงครึ่งในที่มืด ใช้อุณหภูมิ 25 องศา หลังจากนั้นนำมาระเหยเอาสารตัวทำละลายออก ทำให้แห้งโดยใช้เครื่องมือ ซึ่งเป็นวิธีที่เกิดประสิทธิภาพสูง อย่างไรก็ดี หากจะนำสารสกัดจากผักติ้วไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์ อาจจะต้องปรับวิธีการสกัดสารให้เกิดความเหมาะสม เพื่อให้ต้นทุนการผลิตไม่สูงมากนัก โดยขณะนี้ในเมืองไทยยังไม่มีบริษัทใดที่ทำการสกัดสารกันหืน จึงต้องมีการนำเข้าจากต่างประเทศ
           
           ทั้งนี้ สารกันหืนที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารขณะนี้ เป็นสารกันหืนสังเคราะห์อัลฟา โทคอฟรีรอล ซึ่งเป็นสารประเภทวิตามินอี มีคุณสมบัติกำจัดอนุมูลอิสระได้ แต่เมื่อนำมาทำการทดลองวัดหาค่าการต้านอนุมูลอิสระแล้วพบว่า “ติ้ว”สามารถยับยั้งการหืนของขนมขบเคี้ยวได้ดีกว่าสารสังเคราะห์ โดยทดลองด้วยการเคลือบสารสกัดจากติ้วบนขนม แล้วนำมาให้กลุ่มตัวอย่างรับประทาน พบว่า ฟีนอลิกจาก “ติ้ว” สามารถป้องกันการหืนบนขนมได้ดีกว่าอัลฟา โทคอฟรีรอล ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระสังเคราะห์
           
           สำหรับสารฟีนอลิกในผักติ้ว ซึ่งใช้ต้านอนุมูลอิสระ นางพิชญ์อร อธิบายว่า พบในพืชที่เกิดในบริเวณที่มีแสงแดดมากและพืชเมืองร้อนก็จะสร้างสารฟีนอลิก ออกมาได้มากกว่าบริเวณที่ไม่มีแดด ซึ่งเหมาะกับประเทศไทย โดยสารฟีนอลิก พบมากในผักที่รับประทานกับน้ำพริก เช่น ติ้ว กระโดน กระถิน และพวกหมาก พลู สีเสียด แลพืชที่ผลิตไวน์ เช่น ลูกหว้า มะเม่า มะเกลี้ยง เป็นต้น
           
            อย่างไรก็ดี งานวิจัยดังกล่าวสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ แต่ต้องทำการทดสอบความเป็นพิษก่อน ซึ่งถ้าสามารถพิสูจน์ได้ว่าไม่มีพิษก็จะสามารถนำมาผลิตในเชิงการค้าได้ทันที เนื่องจากในพืชบางชนิดยังพบว่ามีสารก่อมะเร็งรวมอยู่ด้วย เช่น กลุ่มของหมาก อย่างไรก็ดี หากมีการต่อยอดจนสามารถผลิตสารสกัดติ้วในเชิงพาณิชย์ได้ ก็จะช่วยลดอัตราการนำเข้าของสารสกัดพืชจากต่างประเทศ และช่วยเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรไทยด้วย
           
           “พืชในเมืองไทยมีศักยภาพในการนำมาเป็นสารกันหืนสูงมาก ถ้าร่วมมือกันระหว่างนักวิจัยและภาคเอกชน ในการสกัดสารกันหืนที่มีอยู่ในบ้านเรามาทดแทนการนำเข้า ซึ่งจากข้อมูลที่ค้นคว้าพบว่า ใน 1 ปี มีการนำเข้าสารกันหืนสังเคราะห์อยู่ในหลัก 100 ล้านบาท ต่อปี โดยหากต้องการผลิตเอง เพื่อทำให้มีราคาถูกลง ก็อาจจะมองที่วัตถุดิบราคาถูก ซึ่งจะมีศักยภาพในการผลิตที่ดีกว่า” นางพิชญ์อร กล่าว
           
           “ติ้ว” เป็นผักอีกชนิดหนึ่งในบ้านเรา ที่ให้มากกว่าการรับประทานเป็นอาหาร โดยนอกจากจะเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหาร ที่ต้องการลดการนำเข้าสารกันหืนจากต่างประเทศแล้ว ยังเป็นการส่งเสริมให้เกษตรกรไทยมีรายได้จากการปลูกผักเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

     

     

     

    [Top] [Tell Friend] [View Comment]
     

    Relating Article

    สกัดสารกันหืนจาก “ติ้ว” คุณภาพเจ๋ง! กว่าของนอก
    อินเดียผลิตชาเม็ดต้านกับน้ำอัดลม วัยรุ่นทิ้งน้ำชาไปหาเครื่องด
    พบโรคประหลาดหนึ่งในสองล้านคน แปรกล้ามเนื้อเป็นโครงกระดูกขังคน
    ใช้แสงซินโครตรอนดูฮีโมโกลบินหาเหตุ “ธาลัสซีเมีย”
    ขายแล้ว!! เสื้อนาโนไม่ต้องซัก-ยับยั้งแบคทีเรีย

    Post Comment!

    ขื่อ: รหัสผ่าน: Hidden Post   ลงทะเบียนใหม่ 

    Create a new account!

    ขื่อ:

    รหัสผ่าน:

      Blog เป็นการใช้งานเว็บไซต์ของคุณแบบง่ายๆซึ่งคุณสามารถ
    โพสต์ข้อความหรือรูปภาพได้ทันทีและสามารถพูดคุยโต้ตอบกันได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

    หน้าแรกคอลัมน์  :  อัลบั้ม Bloger  :  รูปแบบ Bloger  :  บันเทิง : รู้จักจีน  :  ชีวิตประจำวัน  :  วิทยาศาสตร์และศิลป์  :  เกมส์ Bloger  
    นักประพันธ์ : ธุรกิจและการเงินกีฬา : ความรักพูดคุยทั่วไป : กระทู้ Bloger : ท่องเที่ยวรายวันบันทึกการทำงาน : สีสันชีวิต : My Blog !

    ค้นหา:

    All rights reserved. Privacy Policy - Terms of Service - Copyright Policy

    Copyright © 2005 blogth.com