|
|
|
You are here: Home>>กีฬา>>ฟุตบอล>>Details |
|
คีน เบิ้ลไก่เดือยทองพลิกเล่นงานเดอะแบ็กกี้ส์ |
|
Last
update:2006-03-28 Source :Blog |
 |
ร็อบบี้ คีน สวมบทฮีโร่อีกครั้งช่วยเบิ้ลสกอร์ให้ ไก่เดือยทอง ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ เปิดบ้านพลิกกลับมาเฉือนชนะ เดอะ แบ็กกี้ส์ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยนส์ อย่างสุดมัน 2-1 ในศึกฟุตบอลพรีเมียร์ชิพ อังกฤษ นัดมันเดย์ไนท์ ฟุตบอลพรีเมียร์ชิพ อังกฤษ เกมมันเดย์ไนท์ ท็อตแน่ม ฮอทสเปอร์ 2-1 เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยนส์ มาร์ติน โยล มีการปรับทัพให้ สเปอร์ส เล็กน้อยด้วยการส่ง สตีเฟ่น เคลลี่ ลงมาทำหน้าที่แบ็กขวาแทน พอล สตัลเทรี่ นอกนั้นเป็นผู้เล่นตัวหลักชุดเดิมๆ โดยแดนหน้ายังคงให้โอกาส เจอร์เมน เดโฟ ลงจับคู่กับ ร็อบบี้ คีน และก็ให้ อาเหม็ด ฮอสซัม มิโด้ พร้อมไว้ที่ข้างสนามเพื่อเปลี่ยนเกมยามที่ทีมต้องการเช่นเดียวกับ แดนนี่ เมอร์ฟี่ย์ ด้าน ไบรอัน ร็อบสัน มีปัญหาในการจัดทัพให้ เวสต์บรอมวิช เล็กน้อยเนื่องจาก ดิโอม็องซี่ กามาร่า ไม่ผ่านความฟิตทำให้ต้องส่ง เอ็นวานโก้ คานู ลงมาไล่ล่าตาข่ายร่วมกับ นาธาน เอลลิงตัน ในแผงกลางมี รอนนี่ วอลล์เวิร์ค คอยตัดเกม โจนาธาน กรีนนิ่ง คอยปั้นเกม แนวรับ เคอร์ติส เดวี่ส์ ปราการหลังดาวรุ่งที่ได้รับการจับตามองจากอาร์เซนอล คอยคุมแผงเกมรับ
|
|
| วอลล์เวิร์ค ออกลูกบู๊กับ เดโฟ | |
 |
|
เริ่มเกมการแข่งขันสเปอร์ส พยายามทำเกมบุกขู่และก็ได้ลุ้นจากลูกตวัดยิงของ เดโฟ แต่บอลไปตรงตัว คูสซ์แซ็ค ผ่านสิบนาทีแรก เวสต์บรอมวิช เริ่มตั้งตัวได้เคลื่อนเกมบุกกับไปบ้าง เอลลิงตัน ใช้ความสามารถเฉพาะตัวสับด้วยขวาแต่บอลไซด์หลุดกรอบออกไป หลังจากที่ทำเกมบุกได้พักหนึ่งในที่สุดความพยายามของทีมเยือนก็ได้ผลเมื่อได้ลูกฟรีคิก กรีนนิ่ง เปิดบอลให้ เดวี่ส์ เติมขึ้นมาขวิดบอลตุงตาข่ายในนาทีที่ 21 สกอร์เป็น 1-0 สำหรับเวสต์บรอมวิช พอเสียประตูเป็นโดนไฟลนก้น สเปอร์ส ดาหน้าทำเกมบุกใส่เป็นการใหญ่แต่ผ่านครึ่งชั่วโมงแรกแผงเกมรับทีมเยือนยังช่วยกันตั้งรับได้อย่างหนาแน่น อย่างไรก็ตามเจ้าถิ่นได้ลุ้นอีกครั้งในนาทีที่ 32 เมื่อ เลนน่อน ทำเกมขึ้นมาทางด้านซ้ายก่อนเปิดบอลแบบได้เสียไปหนาประตูแผหลังเวสต์บรอมวิชเตะออกหลังไป จากจังหวะต่อเนื่อง คาร์ริค หยอดลูกฟรีคิกให้ เดโฟ วอลเล่ย์แต่บอลไปติดบล็อก เดวี่ส์ ออกมาอีก
|
 |
|
| คีน เหมาสองให้ไก่เดือยทอง | |
 | ช่วงท้ายเจ้าบ้านกลับมาเป็นฝ่ายขึงเกมบุกไว้ได้ทั้งหมด ดาวิดส์ แทงทะลุ คีน ปล่อยให้บอลลอดขาไปถึง เดโฟ จับได้ในเขตโทษก่อนยิงด้วยขวาบอลพุ่งส่ายๆ ทำให้ คูสซ์แซ็ค ต้องบินปัดทิ้งออกไป ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ การกระชากลากเลื้อยของ เลนน่อน เกือบจะเป็นผลเมื่อปีกดาวรุ่งรายนี้เลี้ยงจากซ้ายตัดเข้าไปยิงแต่นายทวารทีมเยือนปัดพ้นเสาไปได้จบ 45 นาทีแรก เวสต์บรอมวิช ยังครองความได้เปรียบเอาไว้ได้ เปิดฉากในครึ่งเวลาหลัง สเปอร์ส ไม่พูดพร่ำทำเพลงลงมาดาหน้าบุกใส่ทันทีและก็ได้ลุ้นจากจากวอลเล่ย์ด้วยขวาอย่างสุดสวยของ เจนาส แต่บอลดันเฉียดเสาออกไปแบบได้ลุ้น ผ่านหนึ่งชั่วโมง เวสต์บรอมวิช ได้ลุ้นที่จะฉีกหนีออกไปเช่นกันเมื่อ เอลลิงตัน ใช้จังหวะสวนกลับลากเข้าไปยิงไกลบอลผ่านมือ โรบินสัน แต่ก็เหินข้ามคานออกไปเช่นกัน เวลาผ่านไป โยล เห็นท่าไม่ดีปรับเกมโดยส่ง อาเหม็ด ฮอสซัม มิโด้ ไปเติมเกมรุกและก็เสี่ยงถอด เคลลี่ ซึ่งเล่นเป็นแบ็กขวาออกไป และก็เกือบจะได้ผลทันควันเมื่อ เดโฟ แทงบอลทะลุเข้ากรอบเขตโทษด้านซ้าย มิโด้ สอดเข้ามารับก่อนจะแปบอลไปเสาไกลบอลเฉียดเสาออกไปนิดเดียวเท่านั้น หลังจากพยายามบดบี้อยู่นานในที่สุด สเปอร์ส ก็ตามตีเสมอ 1-1 สำเร็จในนาทีที่ 68 เมื่อ คาร์ริค จ่ายบอลเข้าเขตโทษให้ คีน พลิกก่อนชิพบอลเข้าไปซุกตาข่ายอย่างสวยงาม เข้าสู่ช่วง 15 นาทีสุดท้าย ทั้งสองฝ่ายผลัดกันเปิดเกมบุกเข้าใส่กันอย่างสนุก มิโด้ ได้ยิงให้เจ้าถิ่นลุ้นก่อนแต่บอลไปตรงตัว คูสซ์แซ็ค ทีมเยือนได้ลุ้นเช่นกันแต่ลูกโหม่งของ คานู ก็ไปตรงตัว โรบินสัน ท้ายเกมทั้งสองฝ่ายยังพยายามหาทางที่จะเอาชนะซึ่งกันและกันให้ได้ เวสต์บรอมวิช ได้ลุ้นเมื่อ โซตัน เกร่า มิดฟิลด์ซึ่งถูกส่งมาเล่นในช่วงห้านาทีท้ายเปิดบอลให้ วัตสัน เติมขึ้นมาสอดโหม่งแต่ไม่ผ่านมือโรบินสัน มาถึงนาทีที่ 88 สเปอร์ส มาได้ลูกที่จุดโทษเมื่อ คูสซ์แซ็ค พลาดเสียบอลและก็ไปรั้งตัว เดโฟ ล้มลงแม้ มิโด้ จะยิงเข้าไปแต่ผู้ตัดสินให้เป็นลูกที่จุดโทษและ คีน ก็รับหน้าที่สังหารเข้าไปไม่พลาด จบเกมไก่เดือยทองพลิกกลับมาเฉือนชนะ 2-1 และก็มีเพิ่มเป็น 55 คะแนนจากการลงสนาม 31 นัด เกาะอันดับ 4 ไว้ได้ส่วน เวสต์บรอมวิช มีอยู่ 27 คะแนนเท่าเดิมรั้งอันดับ 17 ของตาราง รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม สเปอร์ส : พอล โรบินสัน , สตีเฟ่น เคลลี่ , เล็ดลี่ย์ คิง , ไมเคิล ดอว์สัน , ลี ยอง เปียว , อารอน เลนน่อน , เจอร์เมน เจนาส , ไมเคิล คาร์ริค , เอ็ดการ์ ดาวิดส์ , ร็อบบี้ คีน , เจอร์เมน เดโฟ เวสต์บรอมวิช : โทมัส คูสซ์แซ็ค , สตีฟ วัตสัน , มาร์ติน อัลแบรช์ทเซ่น , เคอร์ติส เดวี่ส์ , พอล โรบินสัน , โจนาธาน กรีนนิ่ง , รอนนี่ วอลล์เวิร์ค , แอนดี้ จอห์นสัน , แยน คูแซ็ค , นาธาน เอลลิงตัน , เอ็นวานโก้ คานู | | |
|