สิงห์บลูส์ เชลซี โชว์ทีเด็ดบุกไปถล่ม ขุนค้อน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในลอนดอน ดาร์บี้แมตช์ 4-1 พร้อมกับขยับไล่ ผีแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จ่าฝูงพรีเมียร์ชิป อังกฤษ เหลือแค่สามแต้มดังเดิม ส่วน หงส์แดง ลิเวอร์พูล เปิดบ้านทุบ มิดเดิลสโบรช์ 2-0 ทวงอันดับ 3 ของตารางคืนมาจาก ปืนใหญ่ อาร์เซนอล ได้สำเร็จ
ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ชิป อังกฤษ
เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-4 เชลซี
"คาลู" พยายามสลัด "รีโอ-โคเกอร์" ให้หลุด
อลัน เคอร์บิชลี่ย์ มีปัญหาในการจัดทัพ ขุนค้อน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในเกมเปิดอัพตัน ปาร์ค ทำศึกลอนดอน ดาร์บี้แมตช์ กับ แชมป์เก่า เชลซี เนื่องจากเซ็นเตอร์ฮาล์ฟตัวหลักอย่าง แอนตัน เฟอร์ดินานด์ , แดนนี่ แก๊บบิดอน หรือ แม็ทธิว อัพสัน บาดเจ็บกันหมด ต้องแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการฮุบ ลูคัส นีลล์ เข้ามาเป็นเซ็นเตอร์แบ็กจำเป็นร่วมกับ เจมส์ คอลลินส์ และก็หยอด โจนาธาน สเป็คเตอร์ มายืนเป็นแบ็กขวา ส่วนขุมกำลังในส่วนอื่นๆ ถือว่าเจ้าบ้านพอได้ลุ้นจาก ยอสซี่ เบนายูน และคาร์ลอส เตเวซ
ด้าน โฮเซ่ มูรินโญ่ มีการสลับสับเปลี่ยนตัวผู้เล่นให้ สิงห์บลูส์ เชลซี ที่กำลังล่าแชมป์พรีเมียร์ชิปกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เกมนี้ทีมเยือนให้ เวย์น บริดจ์ ยืนเป็นแบ็กซ้ายแทน แอชลี่ย์ โคล ส่วนแดนกลางถอด มิคาเอล บัลลัค ไว้ที่ม้านั่งสำรอง ส่วนเกมรุกนัดนี้ใช้สามประสานอย่าง ฌอน ไรท์-ฟิลลิปส์ , ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา และซาโลมอน คาลู สำหรับ อังเดร เชฟเชนโก้ หัวหอกซึ่งเข้ากับทีมได้ดีเป็นลำดับมีปัญหาบาดเจ็บเล็กน้อยจากศึกเอฟเอ คัพ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มูรินโญ่ จึงเลือกที่จะพักแข้งรายนี้เอาไว้
เพื่อนๆ ยินดีกับ "ไรท์-ฟิลลิปส์" ที่เบิ้ลสกอร์
เริ่มเกมการแข่งขัน เชลซี ตั้งเกมได้ไม่นานก็โดน เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ทำเกมบุกใส่ โดยขุนพลเจ้าบ้านอาศัยแรงเชียร์จากแฟนๆ ไล่บี้จนได้โอกาสก่อน คาร์ลอส เตเวซ แทงบอลให้ ยอสซี่ เบนายูน หลุดไปในเขตโทษด้านขวาแต่มิดฟิลด์ทีมชาติอิสราเอลโยนบอลโด่งเกินไป บ็อบบี้ ซาโมร่า ซึ่งยืนรอเข้าทำอยู่โล่งๆ ในกรอบหกหลาได้แต่เสียดาย ผ่าน 10 นาที ทีมเยือนได้ลุ้นบ้างเมื่อ ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่ เติมเกมบุกขึ้นมาก่อนไหลให้ มิคาเอล เอสเซียง ยิงไปติดเซฟ โรเบิร์ต กรีน บอลกระเด้งมาเข้าทาง ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ยิงซ้ำแต่นายทวารเจ้าถิ่นยังตามมาป้องกันได้อีก
ผ่านครึ่งทางของครึ่งแรก เกมยังดูสูสีแต่รูปเกมของทั้งคู่ดูเนือยๆ ลงไป แต่ เวสต์แฮม มามีโอกาสอีกครั้งจากการลากตะลุยทางกราบขวาของ เตเวซ ก่อนที่ดาวเตะทีมชาติอาร์เจนติน่าจะกึ่งยิงกึ่งผ่านไปที่เสาแรก ปีเตอร์ เช็ก นายทวารทีมเยือนไม่แน่ใจจึงปัดบอลพ้นคานออกไปก่อน อย่างไรก็ตาม ถึงนาทีที่ 31 กลายเป็น เชลซี ที่ขึ้นนำไปก่อน 1-0 เมื่อ ฌอน-ไรท์ ฟิลลิปส์ รับบอลต่อจาก มิคาเอล เอสเซียง เลี้ยงออกซ้ายก่อนตัดเข้ากลางและก็สับไกด้วยอีซ้ายส่งลูกหนังพุ่งเรียดผ่านมือ กรีน เข้าไปซุกก้นตาข่ายอย่างสวยงาม
อย่างไรก็ตาม อีกสี่นาทีถัดมา แฟนๆ ขุนค้อน ได้เฮกันลั่นสนามบ้างเมื่อทีมตามเสมอ 1-1 จากความสามารถของ เตเบซ ซึ่งไปรับบอลจากเพื่อนทางริมเส้นฝั่งซ้ายก่อนที่จะเลี้ยงตัดเข้ามาและก็ตะบันด้วยขวาส่งบอลเสียบตาข่ายอย่างสวยงาม แต่เอาบอลมาเขี่ยไม่ถึงนาทีดี สิงห์บลูส์ ก็โขยกนำไปเป็น 2-1 เมื่อ เวย์น บริดจ์ เติมเกมขึ้นมาทางฝั่งซ้ายก่อนโยนไปเสาแรกที่จุดนัดพบ ไรท์-ฟิลลิปส์ กระโดดแปบอลด้วยขวาเสยตาข่ายเข้าไป ช่วงปลายครึ่งแรก เวสต์แฮม พยายามดาหน้าบุกใส่เพื่อทวงประตูคืน หลุยส์ บัวมอร์ต ลากตะลุยเข้าไปยิงแต่ เช็ก ล้มตัวรับบอลได้ที่เสาแรก จบ 45 นาทีแรก เป็นผู้มาเยือนที่มีสกอร์ได้เปรียบ
เปิดฉากครึ่งหลังไม่ถึง 10 วินาที เวสต์แฮม ไม่พูดพร่ำทำเพลงลงมาบุกใส่ทันที ซาโมร่า ถ่างไปเล่นทางกราบซ้ายก่อนเปิดบอลไปเสาแรกให้ บัวมอร์ต ขวิดบอลหลุดกรอบไป เชลซี ตอบโต้กลับไปในทันควัน เอสเซียง ลองยิงไกลระยะกว่า 30 หลาแต่บอลพุ่งไปตรงตัว กรีน ถึงนาทีที่ 52 สิงห์บลูส์ ทิ้งห่างเป็น 3-1 เมื่อ แฟร้งค์ แลมพาร์ด เปิดฟรีคิกไปลุ้นหน้าประตู ดร็อกบา แหย่เท้าจิ้มไปโดนนายทวารเจ้าถิ่นแต่ดาวยิงทีมชาติไอวอรี่ โคสต์ ยังป้ายบอลให้ ซาโลมอน คาลู เพื่อนร่วมชาติแปจ่อๆ ส่งบอลเข้าไปในตาข่ายได้ เข้าสู่หนึ่งชั่วโมงเต็ม เกมกลายเป็นของทีมเยือน ความผิดพลาดในเกมรับของเจ้าบ้านทำให้ ดร็อกบา ได้หมุนตัวยิงแต่บอลเฉียดเสาไปแบบเส้นยาแดงผ่าแปด
เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 62 สกอร์ไหลไปเป็น 4-1 สำหรับ เชลซี เมื่อ เช็ก สาดบอลยาวไปข้างหน้า ดร็อกบา จับบอลได้และก็เล่นชิ่งกับ แลมพาร์ด ก่อนได้บอลหลุดเข้าไปยิงลอดขา กรีน เข้าไปตุงตาข่าย พอเสียประตูติดๆ กัน เวสต์แฮม ดูจะถอดใจไปพอสมควร เข้าสู่ช่วง 15 นาทีสุดท้าย เจ้าบ้านได้ลุ้นหน่อยจากการขึ้นมาโหม่งลูกตั้งเตะของ เจมส์ คอลลินส์ แต่ก็ได้แค่เฉียดเป้าหมาย ช่วงท้าย สิงห์บลูส์ ปิดเกม ครบ 90 นาที เอาชนะคู่แข่งร่วมเมืองไปได้อย่างขาดลอย
ทำให้ เชลซี เก็บเพิ่มเป็น 78 คะแนน ตามหลัง ผีแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จ่าฝูงเหลือ 3 แต้มเท่าเดิม โดยสุดสัปดาห์นี้ คืนวันเสาร์ แมนฯ ยูไนเต็ด มีคิวเปิดบ้านรับมือ มิดเดิลสโบรช์ ส่วน เชลซี จะเล่นในวันอาทิตย์เยือน สาลิกาดง นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ส่วน เวสต์แฮม ความพ่ายแพ้ในนัดนี้ทำให้พวกเขายังมีอยู่ 29 คะแนน รั้งอันดับ 19 โอกาสตกชั้นมีค่อนข้างสูงเนื่องจากยังตาม ดาบคู่ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 17 ถึง 5 แต้ม ขณะที่มีเกมในมือเหลืออีกเพียงแค่ 4 นัดเท่านั้น
รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม
เวสต์แฮม : โรเบิร์ต กรีน , โจนาธาน สเป็คเตอร์ , ลูคัส นีลล์ , เจมส์ คอลลินส์ , จอร์จ แม็คคาร์ทนี่ย์ , ยอสซี่ เบนายูน , มาร์ค โนเบิล , ไนเจล รีโอ-โคเกอร์ , หลุยส์ บัวมอร์ต , คาร์ลอส เตเวซ , บ็อบบี้ ซาโมร่า
เชลซี : ปีเตอร์ เช็ก , ลาสซาน่า ดิยาร์ร่า , จอห์น เทอร์รี่ , ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่ , เวย์น บริดจ์ , มิคาเอล เอสเซียง , จอห์น โอบี มิเกล , แฟร้งค์ แลมพาร์ด , ฌอน ไรท์-ฟิลลิปส์ , ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา , ซาโลมอน คาลู
ผลฟุตบอล พรีเมียร์ชิป อังกฤษ ประจำคืนวันพุธ
แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 3-1 วัตฟอร์ด
[1-0 : คริสโตเฟอร์ แซมบ้า (น.7) , 2-0 : เจสัน โรเบิร์ตส (น.10) , 2-1 : ดั๊กลาส รินัลดี้ (น.21) , 3-1 : เบนนี่ แม็คคาร์ธี่ย์ (น.32)]
ลิเวอร์พูล 2-0 มิดเดิลสโบรช์
[1-0 : สตีเว่น เจอร์ราร์ด (น.58) , 2-0 : สตีเว่น เจอร์ราร์ด (จุดโทษ น.65)]
เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-4 เชลซี
[0-1 : ฌอน ไรท์-ฟิลลิปส์ (น.31) , 1-1 : คาร์ลอส เตเบซ (น.35) , 1-2 : ฌอน ไรท์-ฟิลลิปส์ (น.36) , 1-3 : ซาโลมอน คาลู (น.52) , 1-4 : ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา (น.62)]