ตลอดระยะเวลา 60 ปีแห่งการครองราชย์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ เยี่ยมเยือนราษฎรสม่ำเสมอ แม้ในช่วงเถลิงถวัลยราชสมบัติ ถนนหนทางยังทุรกันดารพระ องค์ไม่ทรงย่อท้อ
ทรงออกไปเพื่อรับทราบปัญหาด้านจริงของคนไทย ทรงเห็นความแห้งแล้งของผืนแผ่นดิน ปัญหาความยากจน ปัญหาความเจ็บป่วยของราษฎร และทรงหาหนทางบรรเทาปัญหาได้มากมาย อาทิ ปัญหาของแผ่นดินแห้งแล้ง พระองค์ทรงมีพระราชดำริสร้าง ฝนเทียม ขึ้นมา
ปัญหาความยากจน ทรงบรรเทาชีวิตราษฎรที่ไร้ความหวังด้วยโครงการอันเนื่อง มาจากพระราชดำริ อีกทั้งยังให้ แนวทางการดำเนินชีวิตตาม แนวพระราชดำริ เศรษฐกิจพอเพียง ปัญหาโรคภัยไข้เจ็บ พระองค์มีแนวพระราชดำริจัดตั้งโครงการฟันเทียมพระราชทาน
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ ให้ประชาชน ผาสุก ร่มเย็น ด้วยพระราชปณิธานอันแรงกล้าที่จะบำบัดทุกข์ บำรุงสุขอาณาประชา าษฎร์ ดังปรากฏในพระปฐมบรมราชโองการที่ว่า เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม
ในปีมหามงคลนี้ กรม การปกครอง กระทรวงมหาด ไทย ได้สนองตามพระราชปณิธาน มุ่งมั่นปฏิบัติงานตามรอยเบื้องพระยุคลบาทด้วยความตั้งใจ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวาระทรงครองสิริราชสมบัติ 60 ปี จึงจัดทำหนังสือเล่าเรื่องด้วยภาพในชื่อ พระมหากษัตริย์ในดวงใจ (The Great King) เพื่อถวายความจงรักภักดีใต้เบื้องพระยุคลบาท
ชาญชัย สุนทรมัฏฐ์ อธิบดีกรมการปกครอง เล่าถึงรูปแบบของการทำหนังสือว่า มีความตั้งใจที่จะทำหนังสือ ในเชิงศิลปะ นำภาพพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ มาเล่าเรื่องใน แนวคิดบำบัดทุกข์ บำรุงสุข เมื่อได้อ่านได้ดูแล้วมีความสุข และงานนี้ได้อาจารย์ ปรีชา เถาทอง อาจารย์คณะจิตรกรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ศิลปินแถวหน้าของวงการศิลปะไทย มาสร้างสรรค์งานศิลปะให้กับ รูปเล่ม
หนังสือทรงคุณค่าเล่มนี้ห่อหุ้มปกด้วยผ้าไหมสีทอง บรรจุอยู่ในกล่องผ้าไหมสีเหลือง สดใส ประดับตราโลหะสีทอง ตราสัญลักษณ์ฉลองสิริราชสมบัติ 60 ปี และเพื่อความสมบูรณ์แบบของความเป็นหนังสือ ยังได้จัดทำที่คั่นหนังสือตราสัญลักษณ์ฉลองสิริราชสมบัติ 60 ปี จากทองเหลือง เคียงคู่ไว้ด้วย
เนื้อหาในหนังสือแบ่งเป็น 4 ภาคด้วยกันคือ เมื่อครั้ง ทรงพระเยาว์, เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎรทั่วทั้งแผ่นดิน เพื่อทรงรับรู้ปัญหาความเดือดร้อนของพสกนิกร, โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพสกนิกร และพระราชพิธีที่สำคัญในรัชกาล จำนวน 288 หน้า โดยมีถ้อยคำบรรยาย ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
อาจารย์ปรีชา อธิบายว่า เมื่อเปิดดูหนังสือเล่มนี้แล้วในช่วงต้นจะได้รับทราบพระราชประวัติ ประกอบด้วยภาพถ่ายครั้งทรงพระเยาว์ ทรงศึกษาในช่วงนี้แสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการพิมพ์แบบโบราณ ซึ่งสีของ สิ่งพิมพ์สมัยก่อนเป็นสีซีเปีย ขณะที่พื้นของกระดาษ บรรจงพิมพ์ลายของผ้าไหมลงไป ซึ่งในช่วงกลางของหนังสือพิมพ์ภาพสี ภาพพระราชกรณียกิจ ภาพพระราชพิธี เพื่อจะบอกเล่าว่าในช่วงนั้นวิวัฒนาการพิมพ์ แบบสีเริ่มเกิดขึ้นแล้ว
เมื่อดูหนังสือเล่มนี้ ดูจากภาพจากสี เหมือนกับดูหนังเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว อาจารย์ปรีชาว่า
หนังสืออันแสนประณีต นี้ได้ผสานศิลปะและความรู้เข้าไปด้วยกัน เริ่มตั้งแต่ตัวหนังสือบรรยาย ใช้รูปแบบเดิมที่เคยปรากฏในสิ่งพิมพ์เมื่ออดีต โดยเลือกลายธนบัตร โบราณมาตกแต่งกรอบรูป นอก จากนี้อาจารย์ปรีชายังสร้างสรรค์ลายดอกมาแต่งกรอบ รูปเพิ่ม สื่อให้เห็นว่าพระองค์เสด็จฯ ยังชนบท ทรงใกล้ชิดกับธรรมชาติและประชาชน เสมอมา
อาจารย์ปรีชาเล่าว่าพระบรมฉายาลักษณ์ ส่วนใหญ่ได้มาจากสำนักพระราชวัง และส่งมาจากจังหวัดต่าง ๆ เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ เยี่ยมราษฎรในจังหวัดนั้น ๆ ซึ่งพระบรมฉายาลักษณ์เมื่ออดีตบางรูปมีขนาดเล็กและรางเลือน หนัง สือมุ่งเล่าเรื่องด้วยภาพ ได้ เน้นให้เห็นถึงพระราชอุตสาหะ อาทิ สีพระพักตร์ที่ทรงเหน็ดเหนื่อยพระเสโทท่วมพระวรกาย
จำนวนจัดพิมพ์ทั้งหมด 3,500 เล่ม โดยจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และมอบ เพื่อเผยแพร่แก่หน่วยงานราชการ สถาบันการศึกษา และที่ทำการอำเภอทั่วประเทศ ซึ่งประชาชนที่สนใจสามารถ ขอชมได้ยังที่ว่าการอำเภอในพื้นที่
หนังสือเล่าเรื่องด้วยภาพเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่แสดงให้เห็นว่า ห้วงเวลา 60 ปีแห่งการครองสิริราชสมบัติได้เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าใน หลวงทรงไม่ทอดทิ้งประชาชน.