ขื่อ:

รหัสผ่าน:

ลืมรหัสผ่าน?Email:

 อัลบั้ม Bloger - Blogth: Create your Blog Now -- Blog Thailand -- Free! -- blogth.com

หน้าแรกคอลัมน์  :  อัลบั้ม Bloger  :  รูปแบบ Bloger  :  บันเทิง : รู้จักจีน  :  ชีวิตประจำวัน  :  วิทยาศาสตร์และศิลป์  :  เกมส์ Bloger  
นักประพันธ์ : ธุรกิจและการเงินกีฬา : ความรักพูดคุยทั่วไป : กระทู้ Bloger : ท่องเที่ยวรายวันบันทึกการทำงาน : สีสันชีวิต : My Blog !

ค้นหา:

Relating Article
พระมหากษัตริย์ในดวงใจ...
รัฐบาลถอยตั้งหลัก! รอผลวินิ
3 ศาลเริ่มประชุมแก้วิกฤตกา
โดนหลอกยกหมู่บ้าน แก๊งตุ๋น
สาวเทคโนสยามน้อยใจแฟน คิดส
ฉก.ปราบอบายมุขบุกจับแผงขายห
“เติ้ง” ปัดไปนอกพบ “แม้ว”
กองทัพน้อมรับกระแสพระราชดำ
นักวิชาการ ชี้ ต้นตอยุบสภาม
“อภิสิทธิ์” รอลุ้นผลวินิจฉ

Hot Article
สองอารมณ์
โพลชี้คนกรุงหนุน “สนธิ” ชุ
ฝ่ายค้านดันแก้รธน.เข้าสภาล
“วังน้ำเย็น” หงอย ตบเท้าแค
"ตีสิบ" เปิดใจ ตัวตน ชีวิต
"ตีสิบ" เปิดใจ ตัวตน ชีวิต
“จุดยืนของคนไทยในสังคมปัจจ
ชมชัดๆ คนแห่ฟังเมืองไทยสัญจ
ลำตัดการเมือง-ฮิตติดชาร์ต
คนหัวขาวกับข่าวอ้อเล็ก “มัน

Relating Categories
  การเมือง
  การสื่อสาร
  การข่าว
  เรื่องที่น่าสนใจท้องถิ่น
  แผนพัฒนาเศรษฐกิจ
  กฎหมาย
  การทหาร
Cheap Hotels Booking

Cheap  Hosting in  Thailand

Thai search engine

   You are here: Home>>พูดคุยทั่วไป>>Details

ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท ‘ในหลวง’ ณ ประเทศ สวิตเซอร์แลนด์

Last update:2006-06-20 Source :Blog

ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท ‘ในหลวง’ ณ ประเทศ สวิตเซอร์แลนด์ (1)

ร.9 ทรงสวมเสื้อเบอร์ 6

“รู้มั้ยว่าสาเหตุแรกที่เราเชิญพวกคุณมาสวิสเพราะอะไร” ลีโอ มิทเทลโฮลเซอร์ กก.ผจก. บริษัทปูนซีเมนต์นครหลวงหรือปูนกลาง ซึ่ง “โฮลซิม กรุ๊ป” สวิส ถือหุ้นอยู่ 35% ถามคณะสื่อมวลชนไทยวันที่ไปเยี่ยมสำนักงานใหญ่ “ไม่ได้ให้มาดูโรงงานหรอก แต่เพราะปีนี้เป็นปีสำคัญมาก เป็นปีที่ในหลวงของคนไทยทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ยาวนานที่สุดในโลก” ลีโอเฉลย
 
“สำคัญกว่านั้น ทรงเป็นกษัตริย์นักพัฒนาที่ยอดเยี่ยม ชาวสวิสชื่นชมพระเจ้าอยู่หัวมาก เพราะพระองค์ทรงเติบโตและศึกษาในประเทศสวิส จึงเป็นเหมือนชาวสวิสคนหนึ่ง เราจึงขอมีส่วนร่วมถวายพระพร  ขอให้ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน”
 
สอดคล้องกับที่ พีระพล ติยะเกษม ที่ปรึกษาโฮลซิมกรุ๊ป และ ปฏินันท์ สันติเมทะนีดล ผู้ประสานงาน บอกว่า “โฮลซิมเป็นบริษัทที่สมถะ อยู่เงียบ ๆ ไม่ค่อยอยากเป็นข่าว ทั้งที่มีสาขากว่า 80 ประเทศ แต่เพราะเป็นวาระสำคัญยิ่ง”
 
การตามรอยเบื้องพระยุคลบาทในหลวง ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ 31 พ.ค.-8 มิ.ย. 2549 จึงเกิดขึ้น แม้เป็นห้วงเวลาสั้นๆ แต่ก็น่าซาบซึ้งใจและประทับใจเป็นที่สุด ด้วยพระบารมีปกเกล้าฯ ทำให้พวกเราคณะสื่อมวลชนเล็ก ๆ มีโอกาสย้อนเวลากลับไปตามรอยพระยุคลบาท ได้ทราบถึงการใช้ชีวิตและพระจริยาวัตร เมื่อทรงพระเยาว์ในต่างแดน ทรงใช้ชีวิตและศึกษาอยู่ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์รวมกันนานถึง 17 ปี
 
สภาพแวดล้อม ระบบการศึกษา ประเทศที่อยู่มีอิทธิพลต่อพระองค์ท่านหรือไม่ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงเขียนในคำนำหนังสือ “เจ้านายเล็ก ๆ-ยุวกษัตริย์” พิมพ์ครั้งที่ 2 ว่า “การวิเคราะห์ว่าส่วนประกอบสำคัญ 3 ส่วนของบุคลิกและจริยาวัตรของคนทั่วไปนั้นมีสัดส่วนอย่างไร สำหรับทั้งสองพระองค์ ส่วนสำคัญนั้นขึ้นกับ
 
1. เซลล์สืบพันธุ์ (genes) ซึ่งจะได้จากบิดาและมารดาในจำนวนเท่ากัน และซึ่งก็ได้มาจากบิดามารดาของตนหรือจะเรียกว่ากรรมพันธุ์ก็ได้ ในที่นี้เราก็ทราบว่าเซลล์สืบพันธุ์ของพระชนกทั้ง 2 พระองค์เป็นอย่างไร มาจากไหน ทางด้านพระชนนีเราก็ทราบว่าเซลล์สืบพันธุ์นั้นมาจากคนธรรมดา ซึ่งก็เป็นข้อมูลที่สำคัญ
 
2. สิ่งแวดล้อมหรือสังคม ซึ่งต้องพิจารณาจากฐานะที่เกิดมาและการเปลี่ยนแปลงของฐานะนี้ อาจเป็นในด้านยศศักดิ์ก็ได้ หรือในด้านเศรษฐกิจ หรือที่อยู่เช่นเมืองหรือประเทศ
 
3. การอบรมและการศึกษา ซึ่งจะเป็นทั้งในครอบครัวและในสถาบันการศึกษาทุกระดับ
 
การได้ตามรอยพระยุคลบาทในหลวง ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในห้วงเวลาสั้น ๆ นี้ จึงมิอาจกล่าวเป็นอื่นได้ นอกจากเป็น “บุญ” ของพวกเราสื่อมวลชนเล็ก ๆ ร่วม 30 ชีวิต
......
 
สถานที่ที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของราชสกุล “มหิดล” ในสวิตเซอร์แลนด์นั้น เริ่มที่ สมเด็จพระบรมราชชนก เมื่อทรงอภิเษกสมรสกับหม่อมสังวาลย์ เมื่อ 9 ต.ค. 2463 จากนั้นได้เดินทางผ่านยุโรป โดยแวะที่เมือง “โลซาน” เป็นครั้งแรก และถูกเลือกเป็นสถานที่แวะเที่ยวในระหว่างที่พระบรมราชชนกประชุมและดูงานด้านการแพทย์และสาธารณสุข ทั้งยังเป็นสถานที่ฮันนีมูน ที่พำนักชั่วคราวของพระราชชนนี พระโอรส ธิดา ระหว่างต้องอยู่ลำพัง เมื่อพระชนกเสด็จกลับไทยในคราวถวายพระเพลิงพระบรมศพ รัชกาลที่ 6 (พ.ศ. 2467) ด้วย
 
เมือง “โลซาน” ถูกเลือกเป็นที่ประทับถาวรระหว่างปี 2476-2488 ที่มีพระราชชนนีเป็นผู้นำครอบครัวเพียงลำพังในการอภิบาลพระธิดาและพระโอรส 2 พระองค์ หลังจากพระบรมราชชนกสวรรคตเมื่อวันที่ 24 ก.ย. ปี พ.ศ. 2472 และในเหตุการณ์ที่ทำให้ชีวิตของทั้งครอบครัวเปลี่ยนไป
 
นั่นคือ 2 มี.ค. 2477 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสละราชสมบัติ และรัฐบาลได้อัญเชิญ พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าอานันทมหิดล เสด็จขึ้นครองราชย์สืบสันตติวงศ์เป็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 8
 
ในเรื่องที่อยู่ มีการย้ายจากแฟลตเลขที่ 16 ถนนทิสโซ่ต์ ไปพระตำหนัก “วิลลาวัฒนา” เพื่อให้สมพระเกียรติ
  
สมเด็จพระพี่นางฯ ทรงเขียนในหนังสือ “แม่เล่าให้ฟัง” ถึงเหตุที่ครอบครัวเลือกไปสวิสว่า “เพราะน้องชายคนโต (รัชกาลที่ 8) ไม่แข็งแรงมาตลอด แม่เลยคิดว่าควรไปอยู่ในประเทศสบาย ๆ ทีแรกคิดว่าควรไปอยู่ที่สหรัฐอเมริกา เพราะเป็นประเทศที่รู้จักและชอบ เพื่อนอเมริกันก็มาก แต่เสด็จลุงกรมชัยนาทฯไม่ทรงเห็นด้วย เพราะเป็นสาธารณรัฐ เป็นเจ้านายควรไปอยู่ประเทศเช่นอังกฤษ แต่แม่ไม่อยากไปอังกฤษ เพราะอากาศไม่ดี แม่ทราบข้อนี้ดีตั้งแต่สมัยทูลหม่อมพ่อ เสด็จลุงจึงแนะนำให้ไปประเทศสวิตเซอร์แลนด์”
 
สถานที่ที่เกี่ยวข้องกับ “ราชสกุลมหิดล” ในสวิส แบ่งตามประเภทกิจกรรมดังนี้ 1.ตำหนักและที่ประทับ 2.สถานศึกษา 3.สถานที่ท่องเที่ยว 4.สถานที่รักษาสุขภาพ 5.สถานที่ประสูติของทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตน์ฯ และ 6.ที่ประทับเมื่อเสด็จประพาสยุโรป
 
ทั้งหมดล้วนมีส่วนเกี่ยวพันกับชีวิตและพระจริยาวัตรของ “ในหลวง” ทั้งเรื่องการศึกษา การปรับตัว การใช้ชีวิต ตั้งแต่เมื่อครั้งทรงพระเยาว์จนกระทั่งเติบใหญ่เข้ามหาวิทยาลัย ในการตามรอยฯพระบาท มีหลายสถานที่ที่พวกเราได้ไปสัมผัสและย้อนนึกถึงภาพการใช้ชีวิตของพระองค์ท่านในห้วงเวลานั้น ๆ แต่อีกหลายสถานที่ด้วยเงื่อนไขเวลา ระยะทาง และการเดินทาง ทำให้ต้องใช้วิธีโฉบไปดูแบบผ่าน ๆ เพื่อให้เห็น เป็นบุญตา
 
ถือเป็นการตามรอยฉบับย่อ
 
สถานที่สำคัญนั้น มีหลายแห่งก็ถูกรื้อไปแล้ว เช่นโรงแรมมอนตานา ที่ประทับในโลซาน ซึ่งพระราชชนนีนำพระธิดามาฝากเลี้ยงที่ ชอง โซเล่ต์ โดยรัชกาลที่ 8 ยังเสวยกระกษิรธาราอยู่ ทั้งโรงแรมและสถานรับเลี้ยงเด็กดังกล่าวไม่  มีแล้ว แม้แต่ตำหนัก “วิลลาวัฒนา” เดิมที่พระองค์ท่านเคยประทับ ก็ถูกรื้อและสร้างเป็นแฟลตใหม่แล้ว เช่นกัน
 
ขณะที่บางแห่งก็ยังอยู่ เช่น ร้านน้ำชาน่ารักร้านเล็ก ๆ ชื่อมายงแนร์ ตรง 4 แยกหัวมุมถนน ที่สมเด็จย่าโปรดมาดื่มชาที่ร้านนี้ประจำ  ซึ่งพวกเรามีโอกาสไปซื้อช็อกโกแลตและแวะกินกาแฟด้วย, ตลาดนัดผักผลไม้แซงฟรังซัวส์ ซึ่งสมเด็จย่าแวะมาซื้อผลไม้ใส่ย่ามเป็นเสบียงก่อนไปปีนเขา
           
...... 
 
สิ่งที่ทำให้การตามรอยฯของเรามีความสนุก น่าประทับใจ และได้รับความรู้มากขึ้น ก็คือไกด์กิตติมศักดิ์ พี่แอ๊ด พัชรินทร์ ไรเตอร์ อดีตข้าราชการกระทรวงวิทยาศาสตร์ ที่แต่งงานกับคนสวิส ฟิลลิป ไรเตอร์ เป็นอาจารย์สอนอยู่ที่มหาวิทยาลัยโลซาน สถาบันที่สมเด็จพระพี่นางฯและในหลวงเคยทรงศึกษาอยู่
 
นับถึงตอนนี้ “พี่แอ๊ด” ลงหลักปักฐานอยู่ที่สวิสมา 20 กว่าปีแล้ว มีลูกสาวน่ารักมากหนึ่งคน ชื่อ น้องเพลิน 
 
ก่อนเริ่มต้นการตามรอยฯ “พี่แอ๊ด” ปูพื้นให้เข้าใจวิถีชีวิตคนสวิสว่า โดยทั่วไปชอบอยู่อย่างสมถะ ไม่ค่อยชอบแสดงความร่ำรวยให้ปรากฏ เพราะอยู่ในสังคมเกษตรกรรมมาแต่ต้นราก สวิสมีประชากรแค่ 7 ล้านคน มี 26 แคว้น รวมเป็นสมาพันธรัฐ ยึดความเป็นกลางอย่างเคร่งครัด ไม่มีทรัพยากรสำคัญ นอกจากทิวทัศน์ที่งดงามเหมือนดั่งเทพนิรมิต พื้นที่อยู่ได้มีแค่ 25% ที่เหลือเป็นภูเขาและทะเลสาบ ต้องซื้อผลไม้จากฮอลแลนด์
 
คนสวิสจะคิดถึงการทำงานตลอด ทำจริง พักผ่อนก็จริง จะเที่ยวก็วิ่งเข้าหาธรรมชาติ อากาศดีก็แล่นเรือในทะเลสาบ แต่การเดินเขา เป็นของโปรด เวลาจะเดินขึ้นเขา ก็จะซื้อผลไม้ เช่น ลูกเกด เชอรี่ ใส่ย่ามเก็บไว้กิน 2-3 วันแล้วก็ลงจากเขา รู้จักวิธีเดินขึ้นเขาลงเขาอย่างไรไม่ให้เหนื่อย หน้าหนาว หิมะตก ก็เล่นสกี
 
ในหลวง สมเด็จย่า สมเด็จพระพี่นางฯ ทุกพระองค์จึงทรงเดินขึ้นเขาลงเขาเก่งมาก....ใครที่เคยตามเสด็จพระองค์ท่านก็จะประจักษ์ชัดในข้อนี้
 
เนื่องจากไม่มีระบบกษัตริย์ ที่สวิสจึงไม่มีวิวแบบฝรั่งเศส ไม่มีพระราชวังแวร์ซายน์ ไม่มีพระราชวังเชิร์นบรุน อย่างออสเตรีย
 
ประชาธิปไตยสำหรับคนสวิส อยู่อย่างเคารพสิทธิของกันและกัน โหวตทุกเรื่อง มี 1 หมื่นชื่อโหวตไม่เอากฎหมายฉบับไหนฉบับนั้นก็จะตกไปเลย
 
รัฐมนตรีมี 7 คน เลือกกันเอง 1 คนเป็นประธานาธิบดี มีวาระละ 1 ปี แล้วเลือกใหม่ คอร์รัปชันเป็นเรื่องใหญ่ เมื่อเร็ว ๆ นี้ ผู้ว่าฯเจนีวา ไม่ยอมจ่ายค่าปรับจอดรถผิดที่ แต่ดันขยำใบสั่งทิ้ง ปรากฏว่าคนเจนีวาโหวตให้ออกทันที “เรื่องเล็กยังโกง เรื่องใหญ่จะขนาดไหน”
  
วันไหนเห็นแสงแดด ถือเป็นโชคอย่างหนึ่ง
 
การศึกษาภาคบังคับ ตั้งแต่อนุบาลถึงมัธยมปลาย ใครเข้าเรียนโรงเรียนรัฐฟรี 100% ไม่ใช่แค่คนสวิส แม้แต่คนชาติอื่นมาอยู่สวิส 2 ปี มีใบอนุญาตเช่าบ้าน เสียภาษี ลูกได้เรียนฟรีเหมือนคนสวิส แต่จะเรียนอะไร สายอาชีพ สายวิชาการ ดูจากคะแนน ครูประจำชั้น โรงเรียน จะร่วมกันพิจารณา ส่งจดหมายบอกก่อน ตัดสินอย่างไรก็ตามนั้น ไม่มีอุทธรณ์หรือฎีกา
  
แต่หากไม่พอใจ ก็สามารถย้ายไปเรียนเอกชนได้
 
เด็กสวิสไม่ต้องเอนทรานซ์ จึงไม่ต้องกวดวิชาแบบบ้าคลั่ง และไม่มีข้อสอบรั่ว จะเข้าคณะไหนเป็นไปตามที่ถูกกรองมาแล้วตั้งแต่มัธยม อย่างที่บอกคนสวิสถือความเป็นส่วนตัวสูงมาก 4 ทุ่มห้ามโทรฯหาไม่ว่าจะรักแค่ไหน เพราะถือเป็นเวลาพักผ่อน มีธุระอะไร รอโทรฯตอนเช้า และไม่ชอบมากหากใครทำเสียงดังหนวกหู เพื่อนบ้านจะโทรฯบอกตำรวจมาซิวไป
 
สวิสจึงน่าจะถูกพระราชอัธยาศัยของสมเด็จย่า ซึ่งชอบอยู่อย่างสมถะและสงบ.....

 

 

 

[Top] [Tell Friend] [View Comment]
 

Relating Article

พระมหากษัตริย์ในดวงใจ...
รัฐบาลถอยตั้งหลัก! รอผลวินิจฉัย3ศาล ก่อนทูลเกล้าฯพ.ร.ฎ.เปิดสภ
3 ศาลเริ่มประชุมแก้วิกฤตการเมืองแล้ว
โดนหลอกยกหมู่บ้าน แก๊งตุ๋นหมูเดินสายซื้อราคาถูก
สาวเทคโนสยามน้อยใจแฟน คิดสั้นดิ่งสะพานปิ่นลาโลก!

Post Comment!

ขื่อ: รหัสผ่าน: Hidden Post   ลงทะเบียนใหม่ 

Create a new account!

ขื่อ:

รหัสผ่าน:

  Blog เป็นการใช้งานเว็บไซต์ของคุณแบบง่ายๆซึ่งคุณสามารถ
โพสต์ข้อความหรือรูปภาพได้ทันทีและสามารถพูดคุยโต้ตอบกันได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

หน้าแรกคอลัมน์  :  อัลบั้ม Bloger  :  รูปแบบ Bloger  :  บันเทิง : รู้จักจีน  :  ชีวิตประจำวัน  :  วิทยาศาสตร์และศิลป์  :  เกมส์ Bloger  
นักประพันธ์ : ธุรกิจและการเงินกีฬา : ความรักพูดคุยทั่วไป : กระทู้ Bloger : ท่องเที่ยวรายวันบันทึกการทำงาน : สีสันชีวิต : My Blog !

ค้นหา:

All rights reserved. Privacy Policy - Terms of Service - Copyright Policy

Copyright © 2005 blogth.com