ขื่อ:

รหัสผ่าน:

ลืมรหัสผ่าน?Email:

 อัลบั้ม Bloger - Blogth: Create your Blog Now -- Blog Thailand -- Free! -- blogth.com

หน้าแรกคอลัมน์  :  อัลบั้ม Bloger  :  รูปแบบ Bloger  :  บันเทิง : รู้จักจีน  :  ชีวิตประจำวัน  :  วิทยาศาสตร์และศิลป์  :  เกมส์ Bloger  
นักประพันธ์ : ธุรกิจและการเงินกีฬา : ความรักพูดคุยทั่วไป : กระทู้ Bloger : ท่องเที่ยวรายวันบันทึกการทำงาน : สีสันชีวิต : My Blog !

ค้นหา:

Relating Article
คำพิพากษาศาลฎีกา
เช็ค..เช็ค..เช็ค
คดีแพ่ง - คดีอาญา
คดีดำ - คดีแดง คือ อะไร?
เช่าซื้อ
ประกาศเกี่ยวกับธุรกิจการให
พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญ
พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเ
วิธีการเลือกตั้ง
ไม่ไปเลือกตั้งเสียสิทธิอะไ

Hot Article
รู้จักศาลปกครอง
ประธานศาลปกครองสูงสุดเยือน
ศาลปกครองแจง กรณีผู้สมัครสอ
คำพิพากษาคืนเงิน 20 บาท
ศาลปกครองจัดสัมมนา“ฟ้องอย่
มูลนิธิวิจัยและพัฒนากระบวน
ไขข้อข้องใจ“ฟ้องอย่างไรให้
กรมที่ดินเล็งแก้ร่างกม.อาคา
ก.ล.ต.เร่งคลอดเกณฑ์รู้จักล
รัฐบ่ยั่นชุมนุมไล่นายกฯ 26

Relating Categories
  • การเมือง
  • การสื่อสาร
  • การข่าว
  • เรื่องที่น่าสนใจท้องถิ่น
  • แผนพัฒนาเศรษฐกิจ
  • การทหาร
  • Cheap Hotels Booking

    Cheap  Hosting in  Thailand

    Thai search engine

       You are here: Home>>พูดคุยทั่วไป>>กฎหมาย>>Details

    คำพิพากษาฎีกา คดีอาญา

    Last update:2006-02-21 Source :Blog

     

    คำพิพากษาฎีกา
    คดีอาญา

    คำพิพากษาฎีกาที่ 1928/2534
    จำเลยรับซื้อสินค้าไว้ โดยไม่มีพฤติการณ์ใดส่อให้เห็นว่าเป็นการรับซื้อไว้โดยรู้ว่าเป็นสินค้าที่ ร.ฉ้อโกงมาจากโจทก์ร่วม เป็นการซื้อไว้โดยสุจริต ย่อมไม่เป็นความผิดฐานรับของโจร

    คำพิพากษาฎีกาที่ 1020/2534
    เมื่อคดีฟังได้ว่าผู้ตายมีส่วนประมาทเป็นเหตุให้รถยนต์ทั้งสองฝ่ายชนกัน ผู้ตายก็มิใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย โจทก์ซึ่งเป็นภริยาย่อมไม่มีอำนาจจัดการแทนผู้ตายได้ ตาม ป.วิ.อ.มาตรา 5 (2) โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง

    คำพิพากษาฎีกาที่ 330/2535
    พวกจำเลยล้อมรถขายไอศกรีมของผู้เสียหายไว้ จำเลยที่ ๓
    เข้าต่อรองราคา แม้จะเป็นราคาที่อาจรู้ว่าผู้เสียหายไม่ตกลงด้วย ก็ไม่ถือว่า
    เป็นการขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อผู้เสียหาย การล้อมรถโดยไม่ปรากฏว่ามี
    ทีท่าทางว่าจะเข้ามาทำร้ายผู้เสียหาย เพียงแต่ยืนจับกลุ่มกันอยู่ก่อน ไม่ถือว่า
    เป็นการใช้พวกเข้าขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อให้ผู้เสียหายยอมจะให้
    ทรัพย์แก่พวกจำเลย จึงไม่เป็นความผิดฐานกรรโชกทรัพย์
    จำเลยที่ ๓ เข้ามาขอซื้อไอศกรีม ๗-๘ แท่ง ในราคา ๑ บาท จนผู้
    เสียหายไม่พอใจและชักอาวุธออกมาจำเลยทั้งสามจึงกลุ้มรุมทำร้ายผู้เสียหาย
    เพราะผู้เสียหายชักอาวุธออกมา มิใช่เพราะเจตนาจะทำร้ายผู้เสียหายเพื่อ
    ประสงค์ต่อไอศกรีมของผู้เสียหายแต่แรก ทั้งยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ ๓ หยิบ
    เอาไอศกรีมไปแจกจ่ายพวกจำเลย ประกอบกับหลังจากนั้น โจทก์ไม่พีพยาน
    ยืนยันว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันลักเอาไอศกรีมดังกล่าวไป การกระทำของ
    จำเลยทั้งสามจึงไม่เป็นความผิดฐานปล้นทรัพย์ แต่เป็นความผิดฐานทำร้าย
    ร่างกายผลการชันสูตรบาดแผลของแพทย์มีความเห็นว่า มีรอยบวมเล็กน้อยที่
    ขมับด้านซ้าย บาดแผลรักษาหายภายใน ๓ วัน เป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกาย
    ตาม ป.อ. มาตรา ๓๙๑

    คำพิพากษาฎีกาที่ 1400/2538
    แม้มีดคัดเตอร์จะไม่เป็นอาวุธโดยสภาพ แต่ทุกครั้งที่จำเลยข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย จำเลยเอามีดคัดเตอร์ที่จำเลยพาไปออกมาขู่เข็ญผู้เสียหาย แสดงว่าจำเลยพามีดคัดเตอร์ไป โดยเจตนาจะใช้เป็นอาวุธ จึงมีความผิดฐานพาอาวุธไปในเมือง

    คำพิพากษาฎีกาที่ 2264/2538
    จำเลยทั้งสองเข้าไปปักเสาขึงลวดหนาม และจำเลยที่ 2 ปลูกต้นผลไม้ในที่ดินพิพาทซึ่งโจทก์จำเลยทั้งสองโต้แย้งสิทธิกัน และต่างฟ้องคดีแพ่งอ้างว่า ตนมีสิทธิครอบครอง โดยเข้าใจว่าที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยที่ 2 จำเลยทั้งสองจึงไม่มีเจตนาบุกรุก ตาม ป.อ. มาตรา 326

    คำพิพากษาฎีกาที่ 47/2538
    ประจักษ์พยานทั้งสามของโจทก์เบิกความได้สอดคล้องต้องกัน
    และรับกันเป็นอย่างดี ไม่มีตอนใดขัดต่อเหตุผล หรือขัดกันเอง โดยเฉพาะ
    การรู้เห็นของพยานทั้งสามมิได้เห็นเหตุการณ์ตลอดหมดทุกคนแต่เห็นเหตุการณ์
    คนละตอนกัน เหตุการณ์ตอนใดที่พยานคนใดไม่รู้เห็นก็ไม่เบิกความถึง คำเบิก
    ความจึงน่าเชื่อถือ ประกอบกับชั้นจับกุมและสอบสวนจำเลยทั้งสี่ก็ให้การรับ
    สารภาพ โดยมีรายละเอียดเจือสมพยานโจทก์ เมื่อฟังคำให้การชั้นสอบสวน
    ประกอบกับคำเบิกความของประจักษ์พยานโจทก์แล้ว เชื่อโดยปราศจากสงสัย
    ว่าจำเลยทั้งสี่ร่วมเป็นคนร้าย
    จำเลยทั้งสี่กับพวกมาด้วยกันและหลบหนีไปด้วยกัน แม้จำเลยทุกคนจะ
    ไม่ได้ลงมือยิง และพวกของจำเลยคนอื่นเอาทรัพย์สินของผู้ตายกับผู้เสียหาย
    ไปแต่ก็มีจำเลยที่ ๑ รวมอยู่ในกลุ่มคนร้ายที่เข้ามาในบ้าน จำเลยที่ ๒ เป็น
    ผู้ขับรถพาคนร้ายมาและพาคนร้ายหลบหนี จำเลยที่ ๓ ใช้ปืนจี้บังคับ จ.ไว้
    และจำเลยที่ ๔ รวมอยู่ในกลุ่มคนร้ายที่หน้าบ้านขณะเกิดเหตุ เป็นการคุมเชิงอยู่
    ใกล้ ๆ ในลักษณะที่พร้อมช่วยเหลือกันได้ทันที เป็นลักษณะการแบ่งหน้าที่กันทำ
    ถือได้ว่าร่วมกระทำผิดด้วยกัน

    คำพิพากษาฎีกาที่ 360/2542
    การค้นในคดีนี้เป็นการค้นเมื่อพบและยึดยาเสพติดซึ่งเป็น
    สิ่งของที่มีไว้เป็นความผิดตามที่ได้รับแจ้งจากสายลับ การออกหมายค้น
    จึงกระทำได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๖๙(๒)
    และไม่จำต้องออกหมายจับบุคคลตามมาตรา ๗๐ ด้วย เมื่อตรวจค้นแล้ว
    พบว่าจำเลยมีเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครอง ซึ่งเป็นความผิด
    ซึ่งหน้าเจ้าพนักงานตำรวจจึงมีอำนาจจับจำเลยได้ตาม มาตรา ๗๘(๑

     

     

     

     

     

    [Top] [Tell Friend] [View Comment]
     

    Relating Article

    คำพิพากษาศาลฎีกา
    เช็ค..เช็ค..เช็ค
    คดีแพ่ง - คดีอาญา
    คดีดำ - คดีแดง คือ อะไร?
    เช่าซื้อ

    Post Comment!

    ขื่อ: รหัสผ่าน: Hidden Post   ลงทะเบียนใหม่ 

    Create a new account!

    ขื่อ:

    รหัสผ่าน:

      Blog เป็นการใช้งานเว็บไซต์ของคุณแบบง่ายๆซึ่งคุณสามารถ
    โพสต์ข้อความหรือรูปภาพได้ทันทีและสามารถพูดคุยโต้ตอบกันได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

    หน้าแรกคอลัมน์  :  อัลบั้ม Bloger  :  รูปแบบ Bloger  :  บันเทิง : รู้จักจีน  :  ชีวิตประจำวัน  :  วิทยาศาสตร์และศิลป์  :  เกมส์ Bloger  
    นักประพันธ์ : ธุรกิจและการเงินกีฬา : ความรักพูดคุยทั่วไป : กระทู้ Bloger : ท่องเที่ยวรายวันบันทึกการทำงาน : สีสันชีวิต : My Blog !

    ค้นหา:

    All rights reserved. Privacy Policy - Terms of Service - Copyright Policy

    Copyright © 2005 blogth.com