เมื่อชาย หญิงตกลงปลงใจที่จะแต่งงาน อาศัยอยู่ด้วยกันแล้ว ต่อมาเมื่อมีเหตุที่อาจทำร้ายจิตใจ ร่างกายกัน จนทำให้อีกฝ่ายไม่อาจทนอยู่ด้วยได้ ก็อาจจะมีการขอหย่าขาดจากกัน ถ้าอีกฝ่ายไม่ยอมหย่าด้วย ก็ต้องอาศัยบารมีศาลในการฟ้องหย่า แต่การฟ้องหย่า ต้องมีเหตุที่จะฟ้องหย่า ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆ ก็จะมาฟ้องหย่ากันได้ง่ายๆ
เหตุที่ผมนำเรื่องนี้มาให้ดูกัน ไม่ใช่ว่าอยากจะเห็นคนเขาฟ้องหย่ากันนะครับ แต่นำมาเพื่อให้ศึกษากัน เกี่ยวกับเหตุต่างๆ ที่กฎหมายเห็นว่า การที่ชาย หญิง ซึ่งได้ตกลงปลงใจแต่งงานอยู่ด้วยกันแล้ว จะฟ้องหย่ากันได้นั้น ต้องมีสาเหตุที่รุนแรงถึงขนาดที่กฎหมายก็เห็นว่า ถ้าอยู่ด้วยกันก็มีแต่จะไร้ซึ่งความสุข จึงน่าจะหย่าขาดจากกันให้มันรู้แล้วรู้รอดไปซะ
แต่สามี ภรรยา ที่คิดจะหย่าขาดจากกัน ผมว่าลองคิดกันใหม่ สัก 50 ตลบ นะครับ เพราะกว่าจะรักกัน กว่าจะตกลงปลงใจแต่งงานกัน กว่าจะสร้างครอบครัวขึ้นมาได้ นะครับ ลองคิดดูก่อน เมื่อคิดแล้ว มั่นใจแล้ว ก็มาดูเหตุหย่าตามกฎหมายกันดีกว่า
เหตุฟ้องหย่าตามกฎหมาย
มาตรา 1516 เหตุฟ้องหย่ามีดังต่อไปนี้
(1) สามีอุปการะเลี้ยงดูหรือยกย่องหญิงอื่นฉันภริยาหรือภริยามีชู้อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
(2) สามีหรือภริยาประพฤติชั่ว ไม่ว่าความประพฤติชั่วนั้นจะเป็นความผิดอาญาหรือไม่ ถ้าเป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่ง
(ก) ได้รับความอับอายขายหน้าอย่างร้ายแรง
(ข) ได้รับความดูถูกเกลียดชังเพราะเหตุที่คงเป็นสามีหรือภริยาของฝ่ายที่ประพฤติชั่วอยู่ต่อไป หรือ
(ค) ได้รับความเสียหายหรือเดือดร้อนเกินควร ในเมื่อเอาสภาพ ฐานะและความเป็นอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยา
มาคำนึงประกอบอีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(3) สามีหรือภริยาทำร้าย หรือทรมานร่างกายหรือจิตใจ หรือหมิ่นประมาทหรือเหยียดหยามอีกฝ่ายหนึ่งหรือบุพการีของอีกฝ่ายหนึ่ง ทั้งนี้ถ้าเป็นการร้ายแรงอีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(4) สามีหรือภริยาจงใจละทิ้งร้างอีกฝ่ายหนึ่งไปเกินหนึ่งปีอีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(4/1) สามีหรือภริยาต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก และได้ถูกจำคุกเกินหนึ่งปีในความผิดที่อีกฝ่ายหนึ่งมิได้มีส่วนก่อให้เกิดการกระทำความผิดหรือยินยอม
หรือรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดนั้นด้วยและการเป็นสามีภริยากันต่อไปจะเป็นเหตุให้อีกฝ่ายหนึ่งได้รับความเสียหายหรือเดือนร้อนเกินควรอีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(4/2) สามีและภริยาสมัครใจแยกกันอยู่เพราะเหตุที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาได้โดยปกติสุขตลอดมาเกินสามปีหรือแยกกันอยู่ตามคำสั่งของศาลเป็นเวลาเกินสามปี ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
(5) สามีหรือภริยาถูกศาลสั่งให้เป็นคนสาบสูญ หรือไปจากภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่เป็นเวลาเกินสามปีโดยไม่มีใครทราบแน่ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
(6) สามีหรือภริยาไม่ให้ความช่วยเหลืออุปการะเลี้ยงดูอีกฝ่ายหนึ่งตามสมควรหรือทำการเป็นปฏิปักษ์ต่อการที่เป็นสามีหรือภริยากันอย่างร้ายแรง ทั้งนี้ ถ้าการกระทำนั้นถึงขนาดที่อีกฝ่ายหนึ่งเดือดร้อนเกินควรในเมื่อเอาสภาพ ฐานะและความเป็นอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยามาคำนึงประกอบ อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(7) สามีหรือภริยาวิกลจริตตลอดมาเกินสามปี และความวิกลจริตนั้นมีลักษณะยากจะหายได้ กับทั้งความวิกลจริตถึงขนาดที่จะทนอยู่ร่วมกันฉันสามีภริยาต่อไปไม่ได้ อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
(8) สามีหรือภริยาผิดทัณฑ์บนที่ทำให้ไว้เป็นหนังสือในเรื่องความประพฤติอีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้
(9) สามีหรือภริยาเป็นโรคติดต่ออย่างร้ายแรงอันอาจเป็นภัยแก่อีกฝ่ายหนึ่งและโรคมีลักษณะเรื้อรังไม่มีทางที่จะหายได้ อีกฝ่ายหนึ่งนั้นฟ้องหย่าได้
(10) สามีหรือภริยามีสภาพแห่งกาย ทำให้สามีหรือภริยานั้นไม่อาจร่วมประเวณีได้ตลอดกาล อีกฝ่ายหนึ่งฟ้องหย่าได้