|
|
|
You are here: Home>>พูดคุยทั่วไป>>การเมือง>>Details |
|
นักวิชาการ ชี้ ต้นตอยุบสภามิชอบ แนะ ส.ส.ลาออก-จัดเลือกตั้งใหม่ |
|
Last
update:2006-04-28 Source :Blog |
|
| นายทองใบ ทองเปาด์ รักษาการส.ว.มหาสารคาม |
|
| นายสัก กอแสงเรือง รักษาการส.ว.กทม. |
| | |
 |
นักวิชาการเรียกร้อง ส.ส.ชุดใหม่ยอมเสียสละลาออก-จัดเลือกตั้งใหม่ เชื่อทุกพรรคพร้อมร่วมวง ระบุวิกฤตไม่จบหาก กกต.ดันทุรังเปิดสภา ส.ส.ไม่ครบ 500 คน ชี้ทำหน้าที่ผิดซ้ำซากสมควรเพิ่มโทษ วอนศาลพิจารณาถึงต้นตอปัญหา วันนี้ (27 เม.ย.) เมื่อเวลา 13.30 น. ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย กลุ่มเร่งรัดปฏิรูปการเมือง ร่วมกับสถาบันส่งเสริมพัฒนาประชาธิปไตย จัดเสวนาโต๊ะกลมทางการเมืองเรื่อง กกต.+การเลือกตั้งสีเทา ฤๅเผด็จการรัฐสภาจะครองเมืองแทนประชาธิปไตย โดยมีนายทองใบ ทองเปาด์ รักษาการ ส.ว.มหาสารคาม นายเสรี สุวรรณภานนท์ นายสัก กอแสงเรือง รักษาการ ส.ว.กทม. นายประสาร มฤคพิทักษ์ ประธานชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย นายทวีเกียรติ ประเสริฐเจริญสุข รองคณบดีนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต นายพีรพล ติยะเกษม และนายกฤษฎางค์ นุชจรัส อดีตนายก อมธ.ปี 2516 และปี 2521 เข้าร่วมเสวนา โดย นายเสรี กล่าวว่า หลังจากที่ได้ฟังกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว นั้น ทุกฝ่ายจะต้องรับสนองพระราชดำรัส เพื่อหาทางออกที่แท้จริง และไม่ซับซ้อน ยอมรับว่าการจัดการเลือกตั้งในครั้งนี้มีปัญหามาก ขณะนี้มีเพียงสมาชิกจากพรรคใหญ่พรรคเดียวเกือบเต็มสภา และเป็นห่วงในเรื่องฝ่ายค้านที่จะมาตรวจสอบ และมีความพยายามที่จะเปิดสภาให้ได้ทั้งที่ ส.ส.ไม่ครบ 500 คน ตนอยากเรียกร้องให้ ส.ส.ที่ได้รับการรับรองขณะนี้ยอมเสียสละโดยการลาออกให้หมด เพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่ ให้ทุกฝ่ายยอมรับได้ และเชื่อว่าไม่มีพรรคใดที่จะปฏิเสธไม่ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง เพราะหากยังดันทุรังเปิดสภาทั้งที่ ส.ส.ไม่ครบ จะเกิดคำถามตามมา และประชาชนก็จะออกมาเต็มท้องถนน เพื่อขับไล่ทั้งประธานสภาและนายกรัฐมนตรี ในที่สุดก็จะทำหน้าที่ต่อไปไม่ได้ เพราะประชาชนไม่ยอมรับ ด้าน นายสัก กล่าวว่า กระแสพระราชดำรัสจะต้องไปถึงฝ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย โดยเฉพาะคณะรัฐมนตรี ถ้าทำหน้าที่ตามที่ปฏิญาณตนไม่ได้ก็ให้ลาออก ซึ่ง 5 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลทักษิณ หากทำหน้าด้วยความซื่อสัตย์สุจริตปัญหาต่างๆ ก็จะไม่เกิด ส่วน กกต.ได้ทำหน้าที่อย่างเป็นกลาง ซี่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ตามที่ได้ปฏิญาณตนหรือไม่ สิ่งที่เกิดขึ้นกลับขึ้นเงินเดือนให้กับตัวเอง ผลาญงบประมาณ และบริหารแบบไม่โปร่งใส กลายเป็น กกต.ของตำรวจ ทั้งประธาน และ กกต.ก็เป็นตำรวจทั้งหมด ที่ผ่านมาไม่ได้ทำหน้าที่ของตนเองตามที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญ และยิ่งการพยายามจะทำให้ ส.ส.ครบ 400 คนนั้น มันไม่ใช่หน้าที่ของ กกต.ถือว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายและเหตุผล การจัดเลือกตั้งที่เกิดขึ้นหลายครั้งของ กกต.ที่ทำให้เกิดความเสียหายขณะนี้ และเสียงบประมาณการเลือกตั้งครั้งละ 2 พันล้านบาท จะต้องหาตัวผู้รับผิดชอบ ใครเป็นต้นเหตุในการยุบสภาแล้ว ทำให้เกิดการเลือกตั้งที่ไม่ชอบ ก็สมควรจะเอาคืน ก่อนหน้านี้ 73,000 หมื่นล้านบาท ไม่เสียภาษีซักบาท แต่คราวนี้มันต้องเสียกันบ้างแล้ว รักษาการ ส.ว.กทม.กล่าว นายสัก กล่าวอีกว่า กรณีที่ศาลฎีกามีคำวินิจฉัยห้ามเวียนเทียนสมัครเลือกตั้งข้ามเขต แต่ กกต.กลับเพิกเฉยไม่ปฏิบัติตาม และไม่เอาผิดผู้สมัครนั้นถือว่าเป็นการกระทำผิดโดยการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งๆ ที่รู้แล้วยังกระทำอีกเป็นเหตุต้องมีการเพิ่มโทษ เพราะไม่คำนึงถึงความถูกต้อง เป็นการจงใจฝ่าฝืน ทั้งนี้ การเลือกตั้งที่ผ่านมาเหมือนเป็นการคอร์รัปชันประชาธิปไตย ซึ่งควรจะได้รับโทษไม่น้อยกว่าคดีที่ร้ายแรง เช่น ค้ายาเสพติด ต้องได้รับโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต ส่วน นายทองใบ กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับข้อเสนอของนายเสรีที่ให้ ส.ส.ลาออกทั้งหมด แต่ไม่เชื่อว่า เขาจะลาออกจริง การบริหารประเทศเป็นหน้าที่ของรัฐบาลไม่ใช่หน้าที่ของศาล ซึ่งการที่พระบาทเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีกระแสพระราชดำรัส แสดงให้เห็นว่าฝ่ายที่เกี่ยวข้องไม่ทำหน้าที่ของตัวเอง ตนตั้งข้อสังเกตว่าขณะนี้มีหลายเรื่องร้องไปที่ศาลปกครอง แต่ก็ไม่มีพิจารณาคดีอย่างรวดเร็ว บางเรื่องก็ไม่รับเรื่องที่อยู่ในมือก็ไม่ทำ ต้นตอปัญหาของบ้านเมืองมีอยู่คนเดียว ซึ่งถือว่าทำผิดอย่างมหันต์ คือ สั่งยุบสภาโดยไม่มีเหตุจำเป็น การเลือกตั้งครั้งนี้เหมือนเป็นการสมคบกันระหว่างทักษิณและ กกต.เพื่อหนีการซักฟอก กกต.ก็พยายามทำทุกทางเพื่อให้ ส.ส.ครบ 400 เสียง ทั้งนี้ ในการหารือกันระหว่าง 3 ศาล ตนอยากให้พิจารณาถึงแก่นของปัญหาว่าเจตนาของเหตุแห่งการยุบสภามีความสุจริตและบริสุทธิ์หรือไม่ เพราะหากปล่อยไปแบบนี้บ้านเมืองก็จะไม่สงบ ประชาชนก็จะข้องใจว่าทำไมถึงปล่อยให้คนที่โกงกินมาปกครองเราได้ ขณะที่ นายกฤษฎางค์ กล่าวว่า อย่าคาดหวังกับศาลยุติธรรมมากเกินไป ตนคิดว่าวันนี้คนไทยยังไม่ถึงขั้นวิกฤต แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นภาพของการเติบโตทางการเมืองภาคประชาชน โดยเฉพาะการโนโหวตที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นไม่ใช่ประชาชนอ่านกฎหมายไม่เข้าใจ แต่เพราะคนขี้โกงกับนักกฎหมายขี้โกงเป็นผู้ร่างกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ตนมีความรู้สึกเห็นใจ กกต.เพราะเป็นผลพวงของปลายเหตุ เพราะเรามีระบบแบบนี้ มี ส.ว.รุ่นเก่าเชื้อสายของทักษิณเป็นผู้ตั้ง กกต.ชุดนี้
| | | |
|