|
|
|
You are here: Home>>พูดคุยทั่วไป>>การเมือง>>Details |
|
กองทัพน้อมรับกระแสพระราชดำรัส-ย้ำจุดยืนทหารต้องเป็นกลาง |
|
Last
update:2006-04-28 Source :Blog |
 |
รมว.กลาโหม สั่ง หน่วยขึ่นตรงกลาโหม น้อมรับพระราชดำรัสในหลวงนำไปปฏิบัติ ส่วนทางออกการแก้ไขปัญหาวิกฤตบ้านเมืองขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของกระบวนการศาล ย้ำจุดยืนทหารเป็นกลาง และติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรที่ประกาศชุมนุมใหญ่ 2 พ.ค.นี้ ผบ.ทบ. บอกทหารเสียใจ ในหลวง ทรงเป็นทุกข์ วานนี้(27 เม.ย.)พล.อ.ธรรมรักษ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รมว.กลาโหม ได้เป็นประธานการประชุมสภากลาโหมครั้งที่ 4 / 2549 โดยมี ผบ.เหล่าทัพ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพียง ภายหลังการประชุม พล.ต.จักรกฤษณ์ อินทรทัต โฆษกระทรวงกลาโหม ได้แถลงข่าวว่า ในการประชุมสภากลาโหม รมว.กลาโหม ได้ขอให้หน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม และ ผบ.เหล่าทัพ น้อมรับพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานให้แก่คณะตุลาการศาลปกครองสูงสุด และ คณะผู้พิพากษาที่เข้าเฝ้าเมื่อวันที่ 25 เม.ย.ที่ผ่านมา นำไปพิจารณาแนวทางที่สมควรปฏิบัติตามหน้าที่ และรับผิดชอบของแต่ละส่วนราชการ พร้อมให้การสนับสนุนการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ผู้สื่อข่าวถามว่า รมว.กลาโหม ได้สั่งการอะไรเป็นพิเศษกับ ผบ.เหล่าทัพ เกี่ยวกับกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พล.ต.จักรกฤษณ์ กล่าวว่า รมว.กลาโหม ไม่ได้สั่งการเป็นพิเศษ เพราะพระราชดำรัสมีความชัดเจนอยู่ ซึ่งขั้นตอนต่อไปเป็นกระบวนการของศาลที่จะใช้อำนาจตุลาการแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง ฉะนั้นกระทรวงกลาโหม และ เหล่าทัพ ที่เป็นฝ่ายความมั่นคงก็นิ่ง และติดตามดูว่าศาลจะมีข้อวินิจฉัยหรือความคืบหน้าอย่างไร เมื่อถามว่า กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ประกาศจะชุมนุมใหญ่ในวันที่ 2 พ.ค.นี้ ทหารจะมีมาตรการในการรองรับอย่างไร พล.ต.จักรกฤษณ์ กล่าวว่า ทหารยังมีจุดยืนจุดเดิม เขาจะมีการชุมนุมในวันที่ 2 พ.ค. ก็ชุมนุมไป แต่ทางกระทรวงกลาโหม และ เหล่าทัพ ก็จะติดสถานการณ์ และจะนิ่งอยู่ในที่ตั้ง และเป็นกลางไม่เกี่ยวข้อง เท่าที่ติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรที่จะมีการชุมนุมในวันที่ 2 พ.ค.นี้ ทราบว่าเขาจะประชุมเพื่อชี้แจงอะไรบางอย่าง และหลังจากนั้นกลุ่มพันธมิตรฯ ก็จะไม่มีการชุมนุมอีก พระราชดำรัสพระราชทานมีความชัดเจนอยู่แล้ว และผู้ที่จะนำไปคิดหาวิธีการปฏิบัติหาทางออกคือศาล ฉะนั้นฝ่ายความมั่นคงก็นิ่งสงบไม่ได้มีอะไร แต่ก็จะต้องติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของการชุมนุมตลอด ทุกครั้งที่มีการชุมนุม หน่วยงานด้านความมั่นคงทั้งทหาร และ ตำรวจ ก็ต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์ว่าจะมีการแทรกแซงหรือไม่ พร้อมกับอำนวยความสะดวกให้กับผู้มาชุมนุม อย่างไรก็ตาม ที่ประชุม ผบ.เหล่าทัพ ก็ไม่ได้เสนอแนวคิดอะไรเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาของชาติ เพราะพระราชดำรัสมีความชัดเจน ต่อจากไปคือจะต้องไปคิด และทำตามพระราชดำรัสเท่านั้น ขณะเดียวกัน สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมก็ให้มีการถ่ายพระราชดำรัสเป็นข้อความให้กำลังพลได้อ่าน และยึดปฏิบัติ" หลังจากนั้น พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ ผบ.ทหารสูงสุด ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่า รมว.กลาโหม ให้นโยบายแล้วว่า พวกเราต้องน้อมนำกระแสพระราชดำรัสมาปฏิบัติ ในส่วนที่เราพอจะทำได้ในแง่ของทหาร ซึ่งพวกเราพร้อมจะปฏิบัติ ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการเสนอแนวทางอย่างไรหรือไม่ในการคลี่คลายสถานการณ์ ผบ.ทหารสูงสุด กล่าวว่า ในภาพของทหารเราไม่ได้เกี่ยวของกับการเมือง เพราะพวกเราทุกคนบอกแล้วว่าการแก้ปัญหาการเมืองนั้นการเมืองต้องแก้ไขกันเอง ในส่วนของทหารเพียงแค่ดูและติดตามสถานการณ์ เมื่อถามว่า การชุมนุมวันที่ 2 พ.ค.อาจจะเกิดความรุนแรงบานปลาย ผบ.ทหารสูงสุด กล่าวว่า การชุมนุมทำได้ เป็นสิทธิอันชอบธรรมของระบอบประชาธิปไตย แต่การชุมนุมจะต้องอยู่ในขั้นตอนและรูปแบบที่กำหนดไว้ อย่าล้ำเส้นของกฎหมายซึ่งมันไม่ถูกต้อง เมื่อถามว่ามีการประเมินความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นหรือไม่ ผบ.ทหารสูงสุด กล่าวว่า กระแสทุกอย่างดีขึ้นมากๆ ถ้าใครไม่น้อมนำเอากระแสพระราชดำรัสมาปฏิบัติ ตนคิดว่าคนนั้นก็แย่เต็มที่แล้ว เพราะคนเราทุกคนโตๆด้วยกันมีวุฒิภาวะที่ดีด้วยกันทุกคน มีการศึกษาที่ดี รู้ว่าตัวเองควรจะทำอย่างไร เมื่อถามว่าในส่วนของกองทัพเองมีการติดตามสถานการณ์เพิ่มเติมอย่างไรบ้าง ผบ.ทหารสูงสุด กล่าวว่า ทุกอย่างของกองทัพยังพร้อมเหมือนเดิม เราเคยปฏิบัติอย่างไรก็คงต้องทำตามนั้น ไม่มีมาตรการที่เข้มข้นขึ้น พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก ให้สัมภาษณ์ถึงการติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่จะมีการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 2 พ.ค.นี้ว่า การชุมนุมคงไม่มีปฏิบัติการรุนแรงอะไร คงชุมนุมกันแบบเดิม ๆ ไม่น่าจะมีอะไร ซึ่งเราอยากให้ทุกคนหยุด วันนั้นเมื่อใครได้ดูพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้วคงน้ำตาไหลพร้อม ๆ กันทั้งประเทศ ทหารเองก็เสียใจที่พระองค์ท่านเป็นทุกข์ เมื่อถามว่า ขณะนี้หลายฝ่ายเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งใหม่ โดยยกเลิกการเลือกตั้งที่ผ่านมา พล.อ.สนธิ กล่าวว่า เป็นเรื่องทางการเมือง ก็ให้ว่าไปตามการเมือง ทหารก็ทำตามหน้าที่ ซึ่งทหารไม่มีปัญหาเป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย ความคิดของคนไทยถ้าไปทางขวาก็จะขวา ถ้าไปทางซ้ายก็จะคิดทางซ้าย ผมอยากให้พวกเราทำใจให้เป็นกลางและนึกถึงพระองค์ท่านในการตัดสินใจ และเราจะเห็นว่าเราควรจะตัดสินใจอย่างไรอยากให้เอาตรงนี้เป็นตัวตั้ง ซึ่งจริง ๆ แล้วในระบอบประชาธิปไตยจะต้องมีรากฐานของมัน จะทำอะไรขึ้นมาแล้วขาดคำนึงถึงรากฐานความจริงเป็น วัฒนธรรม ประเพณี ลักษณะนิสัยของคนไทยคงไม่ได้ ต้องจับตรงนี้มาเป็นตัวคิดก่อนจะนำไปสู่การร่าง รธน. ซึ่งจะทำให้สิ่งที่เราได้ร่างไปนั้นอยู่ไปได้นาน เป็นตัวกำหนดกรอบของความคิดในการทำ หากเราไปหยิบของใครมาแล้วขาดข้อเท็จจริงบางอย่าง แม้กระทั่งกองทัพได้ออกระเบียบก็ต้องดูกรอบของความเป็นไปได้เช่นกัน พล.อ.สนธิ กล่าว
| | |
|