|
|
|
You are here: Home>>พูดคุยทั่วไป>>การเมือง>>Details |
|
ทักษิณสั่ง 2เจ๊คุมปฏิบัติการทวงคืนอำนาจ ชนคมช.แบบมีชั้นเชิง-ชี้ทรท.ต้องชนะเลือกตั้ง |
|
Last
update:2007-07-05 Source :Blog |
ทักษิณ ชินวัตร สายตรงถึง เยาวภา-สุดารัตน์ ร่วมพลังปลุกไทยรักไทยเร่งปฏิบัติการทวงคืนระบอบทักษิณ มอบ เจ๊แดง คุมเงิน ส่วน หญิงหน่อยคุมกำลังคนสู้ ๆ ภารกิจแรกต้องจัดการ คว่ำรธน.หวังบีบ คมช.ใช้รธน.ปี 40 จัดการเลือกตั้งเพราะเป็นโอกาสเดียวที่ไทยรักไทยจะชนะเลือกตั้งแบบถล่มทลาย ขณะที่ จาตุรนต์ กลายเป็น เบี้ยที่ถูกจับวางสิ้นอำนาจต่อรอง! ศึกนอกที่กลุ่มไทยรักไทยกำลังเผชิญหน้าอยู่ขณะนี้ต้องถือว่าหนักหนาสาหัสเอาการ ไม่ว่าจะเป็นภาวะสิ้นไร้ผู้นำพรรค หรือสถานการณ์ที่ตกเป็นฝ่ายแพ้ ถูกตีให้แตกกระเจิงจากฝ่ายคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.)มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนถูกตุลาการรัฐธรรมนูญพิพากษาให้มีอันต้องยุบพรรคที่ผ่านมา ล่าสุดดูเหมือนว่า ศึกในที่กำลังเกิดขึ้นในเวลานี้ระหว่างสองเส้า สองฝ่ายระหว่าง จาตุรนต์ ฉายแสง รักษาการหัวหน้ากลุ่มไทยรักไทย กับ สองหญิงผู้ยิ่งใหญ่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และเจ๊แดง เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ รองหัวหน้ากลุ่ม ที่พยายามผันตัวขึ้นมาทำหน้าที่เป็น จ่าฝูงคนใหม่ ได้กลายเป็นเรื่องร้อนที่ได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะได้เกิดคำถามตามมาว่าความเปลี่ยนแปลงที่ทั้งคุณหญิงสุดารัตน์ และเจ๊แดง กำลังจะทำให้เกิดขึ้นในไทยรักไทยครั้งนี้แท้ที่จริงแล้วเป็นการแย่งชิงอำนาจจาก จาตุรนต์ เพื่อนำไปสู่การส่งสัญญาณทางการเมืองอย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่ ? กรณีการนัดประชุมอดีตส.ส.ไทยรักไทยที่ตึก IFCT ย่านเพชรบุรีตัดใหม่ ของคุณหญิงสุดารัตน์และเจ๊แดง เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยอ้างเหตุผลเพื่อต้องการเช็กยอดอดีตส.ส.ของพรรคหลังถูกยุบพรรคเมื่อปลายเดือนพ.ค. นั้นดูจะปฏิเสธได้ยากว่าไม่ใช่เป็นการนัดหมายเพื่อหวัง หักหน้า จาตุรนต์ ที่กำลังอาศัยจังหวะวันและเวลาเดียวกันเปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ณ ตึกนวสร ย่านพระราม3 เช่นกัน เพราะเนื่องจากเหตุการณ์ 2 ด้านที่เกิดขึ้นในวันและเวลาเดียวกันนั้นมีความขัดแย้งกันอย่างชัดเจน ขณะที่รักษาการหัวหน้ากลุ่ม เปิดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ กลับไม่มีอดีตลูกพรรคให้ความสำคัญมากเท่ากับการที่อดีตรองหัวหน้า เรียกตัวไปประชุมในอีกที่หนึ่ง ทักษิณไม่เลือกจาตุรนต์หมดประโยชน์! แม้ว่าแกนนำแทบทุกคนที่เข้าร่วมประชุมอดีตส.ส.ไทยรักไทย จะพยายามออกมาปฏิเสธกระแสข่าวเกิดความขัดแย้งกันเองภายในพรรคอย่างแข็งขัน หรือท้ายที่สุดจาตุรนต์จะเดินทางไปร่วมสมทบกับคุณหญิงสุดารัตน์และเจ๊แดง ที่ตึก IFCT แล้วก็ตาม แต่จนถึงนาทีนี้ใครจะมีใครเชื่อว่าในไทยรักไทย ไม่เกิดรอยร้าวขึ้น เสียงสะท้อนที่ออกมาจากอดีตส.ส.ไทยรักไทย ต่อกรณีกระแสข่าวความขัดแย้งระหว่างขั้วใหม่ที่มีคุณหญิงหน่อย จับมือกับ เจ๊แดง เพื่อหวังชิงเก้าอี้รักษาการหัวหน้าพรรค จากจาตุรนต์ แม้จะออกมาในท่วงทำนองการปฏิเสธอย่างท่าทีแข็งขันก็ตาม แต่กลับพบว่าในข้อเท็จจริงแล้วไม่ได้เป็นไปตามนั้น เพราะหากย้อนกลับไปดูถึงเหตุการณ์วันยุบพรรค 30 พ.ค. แล้วอาจทำให้มองเห็น สัญญาณ การช่วงชิงบทบาทของคุณหญิงหน่อย จากจาตุรนต์ ชัดเจนมากขึ้น รวมทั้งก่อนหน้านี้มีกระแสดังเล็ดรอดออกมาจากอดีตส.ส.กทม.ที่ย้ายหนีคุณหญิงหน่อย ไปสังกัดกลุ่มมัชฌิมาและรวมใจไทย ต่างระบุเป็นเสียงเดียวกันว่า อีกไม่นาน คุณหญิงหน่อย จะเริ่มปฏิบัติการเขี่ยจาตุรนต์ อย่างแน่นอน.. วันนี้ตัวคุณหญิงสุดารัตน์ เองแทบไม่มีที่ไป ไม่เหลือส.ส.กทม.อยู่ในมือเหมือนเดิมอีกแล้ว โดยมีทั้งที่เลือกจากไปเพราะไม่พอใจตัวคุณหญิงและเลือกไปเพราะเห็นว่าพรรคไปไม่รอด ขณะที่ตัวคุณหญิง เองก็รู้ดีว่าพรรคอยู่ในภาวะย่ำแย่ จึงเลือกที่จะไม่ออกมา แสดงบทบาทอะไร อย่างไรก็ดีที่ผ่านมามีข่าวหนาหูมาตลอดว่าคุณหญิงสุดารัตน์ ต้องการที่จะแย่งตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มจากจาตุรนต์ มาตั้งแต่ก่อนตัดสินคดียุบพรรค แต่ช่วงนั้นยังไม่มีความชัดเจนว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความประสงค์อย่างไร จึงต้องรักษาเนื้อรักษาตัวไว้ก่อน ประกอบกับการถูกเพ่งเล็งจากคมช.อย่างหนักจึงหยุดความเคลื่อนไหวในทุก ๆด้าน แต่เมื่อวันนี้ได้มีการส่งสัญญาณชัดเจนจากพ.ต.ท.ทักษิณ แล้วว่าจะดำเนินการทางการเมืองต่อไป เพราะมั่นใจว่ากลุ่มไทยรักไทยมีความพร้อมทั้งด้านการเงิน และมีอดีตส.ส.อยู่ในมือจำนวนมากจึงได้ออกมาเปิดตัวและเรียกระดมสมาชิกเพื่อให้ทราบถึงสถานะและความพร้อมในการดำเนินกิจการทางการเมืองต่อไป เจ๊แดงคุมเงิน-เจ๊หน่อยคุมกำลัง แหล่งข่าวจากกลุ่มไทยรักไทย ระบุและชี้ว่าความพยายามที่จะแสดงบทบาทผู้นำพรรคของทั้งเยาวภา และคุณหญิงหน่อย นั้นเป็นเพราะได้รับสัญญาณจากพ.ต.ท.ทักษิณ ที่ยังไม่ยอมแพ้ในทางการเมือง ดังนั้นทางหนึ่งจึงต้องผลักดันน้องสาว (เยาวภา) ให้ขึ้นไปนั่งเป็นตัวแทนเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่ลูกพรรคที่ยังหลงเหลืออยู่ และจะเป็นผู้ที่ทำหน้าที่ดูแลบริหารท่อน้ำเลี้ยงด้วยตัวเอง สำหรับคุณหญิงสุดารัตน์ นั้นเชื่อว่าสาเหตุหลักที่ทำให้ต้องหันกลับมาเปิดศึกชิงเก้าอี้จากจาตุรนต์ เนื่องจากรู้ดีว่าไม่มีกลุ่มหรือพรรคการเมืองใดเปิดทางต้อนรับเพราะ ภาพทางการเมืองของคุณหญิงสุดารัตน์ นั้นมีความชัดเจนว่าเป็นคนของอดีตนายกฯทักษิณ ซึ่งการที่ไม่สามารถสลัดภาพของอดีตนายกฯทักษิณ ไปได้ท่ามกลางการเมืองที่เปลี่ยนขั้วอำนาจเช่นนี้ จึงกลายเป็นจุดอ่อน และเงื่อนไขที่ปิดทางสุดารัตน์ ในการที่จะเริ่มต้นกับพรรคหรือกลุ่มการเมืองอื่นๆได้ จากนี้ไปต้องจับตาดูว่า จะมีการต่อรองตำแหน่งรักษาการหัวหน้ากลุ่มกันอย่างไร ถ้าจะยึดเก้าอี้คืนไปแล้ว จะให้คุณจาตุรนต์ไปนั่งตรงไหน แต่ หากดูจากสัญญาณจากคุณทักษิณ แสดงให้เห็นแล้วว่าคนจ่ายเงินเขาเลือกใครแหล่งข่าวระบุและกล่าวอีกว่า คนหนึ่งคือน้องสาวที่มีกลุ่มก๊วนอดีตส.ส. ภาคเหนือในมือหนาแน่น ส่วนอีกคนหนึ่งคือคุณสุดารัตน์ เป็นคนใกล้ตัวที่พ.ต.ท.ทักษิณ ไว้ใจมาตลอด และบวกกับความเชี่ยวชาญทางการเมืองที่ชัดเจน จึงมีความเป็นไปได้สูงที่จะมาทำหน้าที่หัวหน้ากลุ่มคนใหม่ ขณะที่จาตุรนต์ จากนี้หากยังเลือกอยู่ในไทยรักไทย ก็ต้องเป็นฝ่ายยอมรับเงื่อนไขว่าจะไปอยู่ตรงไหน ดังนั้นปัญหาต่างๆระหว่างคุณหญิงสุดารัตน์ เจ๊แดง และจาตุรนต์ น่าจะยุติลงอีกในเร็วๆ นี้หลังการเจรจาต่อรองได้ข้อสรุป อย่างไรก็ดีการจับมือกันระหว่างคุณหญิงสุดารัตน์กับเจ๊แดง ในครั้งนี้อาจเป็นเรื่องเหนือความคาดหมายเนื่องจากเป็นที่รู้กันว่าก่อนหน้านี้ทั้งคู่ต่างคนต่างเดิน ต่างดูแลกลุ่มก๊วนของตนเองอย่างชัดเจน ขณะเดียวกันก็มุ่งสู่ศูนย์อำนาจใหญ่ของไทยรักไทยมาโดยตลอด และจากนี้ไปคาดว่าจะมีการตกลงแบ่งอำนาจหน้าที่กันอย่างชัดเจน ระหว่างคุณหญิงหน่อยกับเจ๊แดง เพื่อร่วมกันสนองตอบใบสั่งของพ.ต.ท.ทักษิณ ให้สำเร็จ บีบ ใช้รธน.40-ปมเผชิญหน้ารอบใหม่ อย่างไรก็ตามภารกิจที่กลุ่มไทยรักไทยจะต้องเร่งเดินหน้าควบคู่ไปกับการเตรียมตัวรับศึกเลือกตั้งในสนามครั้งหน้า คือการ คว่ำร่างรัฐธรรมนูญปี2550 ให้สำเร็จ จากนั้นจะทำการกดดันให้คมช.หยิบรัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งขึ้นมาใช้แทน และหนึ่งในนั้นคือรัฐธรรมนูญฉบับปี2540 ซึ่งถือได้ว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่มีกฎกติกาเปิดทางให้ พ.ต.ท.ทักษิณ สามารถทำพรรคไทยรักไทยให้ยิ่งใหญ่ ทั้งในฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติมาแล้ว สิ่งที่กลุ่มไทยรักไทยต้องการเวลานี้ คิดว่าคงไม่ใช่แค่ต้องการคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อบีบบังคับให้คมช.กลับไปใช้รัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 เท่านั้น แต่สิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดคือการเปิดเกมปะทะกับคมช.อย่างรุนแรงมากขึ้น อรรคพล สรสุชาติ สนช.สายการเมือง วิเคราะห์และชี้ว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี2540 เป็นการเอื้อให้เกิดพรรคไทยรักไทย กลายเป็นพรรคขนาดใหญ่และมีความเข้มแข็งมากกว่าพรรคอื่น เนื่องจากการเลือกส.ส.แบบเขตเดียวเบอร์เดียว นั้นสามารถซื้อเสียงได้ง่าย รวมทั้งเกิดการผูกขาดในเขตเดียวโดยพรรคใดก็ตามที่มีเงินและมีอำนาจ ดังนั้นแนวคิดของส.ส.ร.ที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 จึงหาทางป้องกันปัญหาดังกล่าว ด้วยการให้มีการเลือกตั้งแบบเขตละ3 คนเพื่อให้ผู้สมัครพรรคอื่นได้มีโอกาสสอดแทรกเข้าไป และเพื่อทำลายระบบการผูกขาดทางการเมืองกับพรรคใดพรรคหนึ่ง และท้ายที่สุดด้วยกลไกที่มาของส.ส.ตามร่างฉบับปี2550 นี่เองจะส่งผลให้เกิดพรรคการเมืองขนาดเล็กมากขึ้น ทำให้เกิดรัฐบาลผสมซึ่งเป็นประเด็นที่ไทยรักไทยเชื่อว่าเป็นทำลายความได้เปรียบในสนามเลือกตั้ง ไม่ว่าร่างฉบับปี2550 จะผ่านประชามติและถูกนำมาใช้หรือไม่ หรือคมช.จะหยิบรัฐธรรมนูญฉบับใดมาใช้ก็ตาม แต่ท้ายที่สุดแล้วในประเด็นเรื่องที่จะทำให้ไทยรักไทยกลายเป็นพรรคขนาดใหญ่ ชนะการเลือกตั้งเหมือนที่ผ่านมาก็จะไม่มีทางเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ดังนั้นสิ่งที่ไทยรักไทยต้องการจึงไม่ได้อยู่ที่กติกา สาระ ของรัฐธรรมนูญ แต่ต้องการเผชิญหน้ากับคมช.รอบใหม่เท่านั้น เตือนทรท.ได้ไม้คุ้มเสีย..! คมสันต์ โพธิคง กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับ2550ในฐานะผู้ร่วมร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี2540 กล่าวว่าจากบทเรียนที่ผ่านมาส่งผลให้การร่างรัฐธรรมนูญฉบับ2550 ต้องพิจารณาอย่างรอบด้านมากขึ้น แต่กลุ่มไทยรักไทย ไม่ควรตั้งเป้าที่จะคว่ำร่างฉบับ2550 เนื่องจากแม้ส.ส.ร.จะเปลี่ยนแปลงที่มาส.ส.จากเดิมที่มีอยู่ 500 คนให้เหลือ 480คน โดยมาจากส.ส.เขต400 คนและจากระบบบัญชีรายชื่อแบ่งตามกลุ่มจังหวัดอีก 80 คน ยังเป็นกลไกที่ให้ไทยรักไทยสามารถได้เปรียบมากกว่าพรรคอื่นที่ไม่มีฐานเสียงอยู่เดิม และหาเสียงไม่ทันกับระยะเวลาที่ใกล้การเลือกตั้ง เจตนารมณ์ของผู้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ต้องการวางกลไกให้รัฐบาลมีความเข้มแข็ง สามารถทำหน้าที่ฝ่ายบริหารได้อย่างเต็มที่ แต่เรายอมรับว่าไม่คาดคิดว่าการวางกติกาทั้งในเรื่องที่มาของส.ส. และ การสร้างระบบการตรวจสอบตัวผู้นำอย่างรัดกุมตามรัฐธรรมนูญฉบับปี2540 นั้นจะทำให้เกิดพรรคการเมืองขนาดใหญ่ ที่เข้ามาทำลายระบบการตรวจสอบและทำลายระบบรัฐสภา ได้ขนาดนี้ เขาย้ำว่าการเมืองก่อนปี 2540 เอื้อให้เกิดรัฐบาลผสม ทำให้เกิดการต่อรองขึ้นในครม.จนไม่เป็นอันทำงาน ส.ส.ร.ในขณะนั้นจึงออกแบบทั้งในเรื่องที่มาส.ส.ระบบเขต เบอร์เดียว เพื่อหวังป้องกันไม่ให้มีการสร้างกลุ่มก๊วนการเมืองขึ้นมาเพื่อต่อรองในพรรค อย่างไรก็ตามกรรมาธิการยกร่างฯ ยังเชื่อว่าแม้จะมีความเคลื่อนไหวเพื่อหวังคว่ำร่างฯฉบับ2550 เพื่อหวังว่าคมช.จะนำรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 มาใช้เพื่อทำให้พรรคใหญ่พรรคเดิมได้เปรียบนั้น อาจไม่เป็นตามความต้องการ เพราะแท้จริงแล้วยังไม่มีใครสามารถระบุได้ว่าคมช.จะเลือกฉบับปี 2540 มาใช้หรือไม่ หรือหากคมช.เลือกฉบับปี 2540 มาใช้จริง แต่ท้ายที่สุดแล้วจะต้องให้การแก้ไขสิ่งที่เป็นช่องโหว่ ที่เคยก่อให้เกิดปัญหามาแล้วเมื่อ5-6 ปีที่ผ่านมาอย่างแน่นอน
|
|