ขื่อ:

รหัสผ่าน:

ลืมรหัสผ่าน?Email:

 อัลบั้ม Bloger - Blogth: Create your Blog Now -- Blog Thailand -- Free! -- blogth.com

หน้าแรกคอลัมน์  :  อัลบั้ม Bloger  :  รูปแบบ Bloger  :  บันเทิง : รู้จักจีน  :  ชีวิตประจำวัน  :  วิทยาศาสตร์และศิลป์  :  เกมส์ Bloger  
นักประพันธ์ : ธุรกิจและการเงินกีฬา : ความรักพูดคุยทั่วไป : กระทู้ Bloger : ท่องเที่ยวรายวันบันทึกการทำงาน : สีสันชีวิต : My Blog !

ค้นหา:

Relating Article

Hot Article

Relating Categories
  • เที่ยวทั่วไทย
  • วัฒนธรรมไทย
  • บันทึกรายวัน
  • Cheap Hotels Booking

    Cheap  Hosting in  Thailand

    Thai search engine

       You are here: Home>>ท่องเที่ยวรายวัน>>ธรรมชาติ>>Details

    นักสิ่งแวดล้อมไทยชี้ “พัฒนาวิทย์ต้องไม่ทิ้งจิตวิญญาณ”

    Last update:2006-02-15 Source :Blog

     
    เพราะเราไม่ได้มองว่าอากาศเป็นกัลยาณมิตร เราจึงกอบโกยโดยไม่คำนึงถึงผลเสีย
                  นักสิ่งแวดล้อมไทยฉายแววในเวทีจริยธรรมนานาชาติ เสนอแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนอย่าห่างไกลจิตวิญญาณ ให้มองธรรมชาติ ดิน แม่น้ำ เป็นกัลยาณมิตร และติงข้อกำหนดสากลทั้งพิธีสารเกียวโต คำปฏิญญาต่างๆ สำเร็จได้ยาก หากยึดติดกับเศรษฐกิจแล้วหลงลืมจิตใจ
           

           วานนี้ (23 มี.ค.) เป็นวันแรกของการประชุมจริยธรรมในความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีหรือโคเมสต์ครั้งที่ 4 (The 4th World Commission on the Ethics of Scientific Knowledge and Technology: COMEST) ซึ่งจัดขึ้น ณ รร.อิมพีเรียล ควีนส์ ปาร์ค โดยประเด็นทางสิ่งแวดล้อมเป็นหัวข้อที่ถูกหยิบยกขึ้นมาหารือในระดับนานาชาติถึงจริยธรรมที่จะควบคุมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อพิทักษ์รักษาสภาพแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ
           

           ซึ่ง ศ.โจฮาน แฮตติงห์ (Prof.Johan Hattingh) นักปรัชญาและอาจารย์จากมหาวิทยาลัยสเตลเลนบอสช์ (University of Stellenbosch) ประเทศแอฟริกาใต้ ได้เสนอภาพง่ายๆ แห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน 3 ภาพ สำหรับชุมชนโลก คือ 1.พิธีสารเกียวโต (Kyoto Protocol) 2.ปฏิญญาโจฮันเนสเบิร์ก (Johannesburg Declaration) จากการประชุมระดับโลกในการพัฒนาที่ยั่งยืนเมื่อปี ค.ศ.2002 (The World on Summit on Sustainable of Johannesburg) และ 3.การพัฒนาแห่งสหัสวรรษหรือเอ็มดีจี (The Millennium Development Goals: MDG)
           
           ศ.โจฮานกล่าวว่าพีธีสารเกียวโตจะเป็นอนุสัญญาที่ใช้งานได้เต็มที่ เพราะประเทศอุตสาหกรรมที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตน และเมื่อสามารถลดการปล่อยก๊าซที่เป็นสาเหตุของโลกร้อนก็จะทำให้ประเทศนั้นได้เครดิตซึ่งเป็นการจูงใจอย่างหนึ่ง และเขาชี้ให้เห็นว่าช่องว่างคนคนรวย-คนจนที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ปฏิญญาฮันเนสเบิร์กกลายเป็นความหวังใหม่ของโลก จากข้อตกลงที่จะให้ความต้องการของผู้ยากไร้คือเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมถึงข้อบังคับก็จะเป็นจุดยืนอย่างเป็นทางการของเทคโนโลยีและองค์กรต่างๆ ในสังคมโลก
           

           นอกจากนี้ ศ.โจฮานยังได้ตั้งคำถามว่าความคิดที่มองว่ามนุษย์เป็นจุดศูนย์กลางของทุกสิ่ง ธรรมชาติไม่แข็งแรงพอที่จะคุ้มครองเราได้เป็นสิ่งที่เหมาะสมพอแล้วหรือ เพราะจริงๆ แล้วมนุษย์ก็คุ้มครองธรรมชาติได้น้อยมาก และธรรมชาติทั้งหมดก็มีคุณค่าอยู่ภายใน แม้มนุษย์จะไม่ได้ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรนั้นๆ ก็ตาม อีกทั้งมนุษย์ไม่สามารถที่จะอยู่ได้โดยปราศจากธรรมชาติ ดังนั้นการที่เราสนใจธรรมชาติก็เพื่อประโยชน์ส่วนตัวของเรานั่นเอง

     
    ธรรมชาติมีจิตวิญญาณที่เกื้อหนุนชีวิตมนุษย์
                  ทางด้าน ดร.จำเนียร วรรัตน์ชัยพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมภาคสนาม สถาบันสิ่งแวดล้อมไทยได้ร่วมตอบคำถามของ ศ.โจฮาน โดยได้กล่าวว่าแนวทางการแก้ปัญหาต่างๆ ที่เสนอมานั้นยังไม่ใช่แนวทางที่ยั่งยืน จุดศูนย์กลางการพัฒนาที่ยั่งยืนอยู่ในเรื่องของจิตใจ คนเราหลงกันเยอะ ปัญหาต่างๆ ล้วนเกิดจากการที่มนุษย์ตัดเรื่องจิตวิญญาณออกจากดำรงชีวิต จึงไม่ได้มองว่าธรรมชาติและสิ่งรอบตัวเป็นกัลยาณมิตร
           

           “การใช้ดินอย่างสุรุ่ยสุร่ายของเรา ใช้อย่างทำลายและการเอาสารพิษลงไปในดินนั้น ผลเป็นอย่างไร เพราะเราไม่ได้คิดว่าดินเป็นเพื่อน จะเอาประโยชน์อย่างเดียว ไม่คิดว่าน้ำเป็นเพื่อน ไม่คิดว่าป่าเป็นเพื่อน คิดถึงไม้คิดถึงซุง ระบบของป่าสามารถที่จะหล่อเลี้ยง ไม่ได้คิดว่าเพื่อนบ้านเป็นกัลยาณมิตร ต้องเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่กัน ต้องมีความเมตตาซึ่งกันและกัน ถึงแม้ว่าจะเอาเทคโนโลยีมาแต่ก็ไม่มีจิตใจที่จะแบ่งปัน”
           
           “ถ้าถามมันคืออะไร คำตอบอยู่ที่ไหน มีอะไรที่ผิดพลาด ผมพยายามจะหาคำตอบ ส่วนต่างๆ เหล่านี้ พวกเราใช้ที่ประชุมเหล่านี้ มาตรการทางกฎหมาย เศรษฐศาสตร์ ข้อตกลงอยู่ระหว่างประเทศ ไม่ได้ผลหรอก เพราะที่สุดแล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องของจิตวิญญาณ เป็นเรื่องที่สำคัญ จิตวิญญาณของความเคารพซึ่งกันและกัน จิตวิญญาณที่ต้องอยู่อย่างสันติ อย่างกัลยาณมิตร กับธรรมชาติ เห็นธรรมชาติเป็นเพื่อนที่ดี ไม่ใช่บดบังและคิดจะเอาประโยชน์อย่างเดียว” ดร.จำเนียรกล่าวว่ากฎเกณฑ์สากลที่กำหนดขึ้นมาเป็นเงื่อนไขทางเศรษฐกิจซึ่งห่างใกล้จิตวิญญาณจึงยากที่จะประสบความสำเร็จ
           
           ดร.จำเนียรกล่าวว่าจิตวิญญาณและการพัฒนาทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีดำเนินควบคู่กันไปได้ เปรียบเสมือน “หยิน-หยาง” ที่ภายในการพัฒนามีเรื่องของจิตวิญญาณอยู่และจิตวิญญาณก็มีเรื่องของการพัฒนาอยู่เช่นกัน เขาได้ยกกรณีของชาวเขาที่ภาคเหนือของประเทศไทยเป็นตัวอย่างความสัมพันธ์ของคนกับป่าที่อยู่ร่วมกันได้ ด้วยสร้างศาลพระภูมิให้เป็นที่สิงสถิตของเจ้าป่าเจ้าเขา แม้จะดูเป็นเรื่องงมงายแต่เป็นการแสดงความเคารพต่อที่ทำให้ธรรมชาติคงอยู่ได้
           

           สำหรับการประชุมโคเมสต์ครั้งที่ 4 จะมีไปจนถึงวันที่ 25 มี.ค. และรัฐมนตรีในประเทศเอเชีย-แปซิฟิกจะร่วมหาข้อตกลงระหว่างกันเพื่อกำหนดการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างมีจริยธรรมที่เรียกว่าปฏิญญากรุงเทพ (Bangkok Declaration) โดยไทยได้เสนอเรื่องการค้าที่เป็นธรรมแทนการค้าเสรีที่ผู้มีเทคโนโลยีเหนือกว่าได้เปรียบประเทศกำลังพัฒนาและไม่ใช่การแข่งขันที่เสรีอย่างแท้จริง

     

     

     

    [Top] [Tell Friend] [View Comment]
     

    Relating Article

    Post Comment!

    ขื่อ: รหัสผ่าน: Hidden Post   ลงทะเบียนใหม่ 

    Create a new account!

    ขื่อ:

    รหัสผ่าน:

      Blog เป็นการใช้งานเว็บไซต์ของคุณแบบง่ายๆซึ่งคุณสามารถ
    โพสต์ข้อความหรือรูปภาพได้ทันทีและสามารถพูดคุยโต้ตอบกันได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

    หน้าแรกคอลัมน์  :  อัลบั้ม Bloger  :  รูปแบบ Bloger  :  บันเทิง : รู้จักจีน  :  ชีวิตประจำวัน  :  วิทยาศาสตร์และศิลป์  :  เกมส์ Bloger  
    นักประพันธ์ : ธุรกิจและการเงินกีฬา : ความรักพูดคุยทั่วไป : กระทู้ Bloger : ท่องเที่ยวรายวันบันทึกการทำงาน : สีสันชีวิต : My Blog !

    ค้นหา:

    All rights reserved. Privacy Policy - Terms of Service - Copyright Policy

    Copyright © 2005 blogth.com