|
|
|
You are here: Home>>ท่องเที่ยวรายวัน>>ธรรมชาติ>>Details |
|
โคคา-โคล่า โละเครื่องขายโค้กอัตโนมัติ ตัวการสร้างโลกร้อนทั่วญี่ปุ่น |
|
Last
update:2006-02-15 Source :Blog |
 |
เอเอฟพี โคคา-โคล่า 1 ใน 2 อุตสาหกรรมน้ำอัดลมยักษ์ใหญ่ของโลก แสดงน้ำใจงามรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเตรียมการโละ เครื่องขายน้ำอัดลมอัตโนมัติ ทั่วญี่ปุ่นเกือบ 1 ล้านเครื่อง และเปลี่ยนเครื่องใหม่ที่ปลอดสาร HFCs อันเป็นผลพลอยได้จากเครื่องทำความเย็น ตัวการสำคัญในการสร้างภาวะโลกร้อน หวังอีก 5 ปีข้างหน้าช่วยโลกลดก๊าซเรือนกระจกได้มากถึง 70,000 ตัน อันเนื่องมาจากพิธีสารเกียวโต (Kyoto Protocol) สนธิสัญญาระหว่างประเทศที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาโลกร้อนมีผลบังคับใช้แล้วเมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา โดย 141 ประเทศทั่วโลกได้ลงนามในสัตยาบันในการร่วมมือช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 6 ชนิด โดยเฉพาะ 34 ประเทศอุตสาหกรรม ที่ต้องลดการปล่อยก๊าซดังกล่าวลงราว 5.2% ก่อนปี 2555 ทำให้ โคคา-โคล่า บริษัทน้ำดำยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ที่ติดตั้งเครื่องจำหน่ายน้ำอัดลมอัตโนมัติอยู่ทั่วญี่ปุ่นนั้น เตรียมการโละเครื่องขายน้ำอัดลมประมาณ 980,000 เครื่องทั่วประเทศ ทั้งนี้ เครื่องขายน้ำอัดลมหยอดเหรียญที่ตั้งอยู่เกลื่อนญี่ปุ่น และที่อื่นๆ ทั่วโลกนั้น มีสาร เอชเอฟซี หรือ ไฮโดรฟลูโอโรคาร์บอนส์ (HFCs : hydrofluorocarbons) อันเป็นสารที่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากส่วนทำความเย็นของเครื่องจำหน่ายน้ำหยอดเหรียญเหล่านั้น โดยทางโคคา-โคล่าคาดว่าจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยอีก 15 ปีในการติดตั้งเครื่องขายน้ำอัดลมอัตโนมัติชนิดปลอด HFCs แทนที่เดิมให้ทั่วตามท้องถนนและสถานที่ต่างๆ ในญี่ปุ่น ทว่า เมื่อถึงปลายปีนี้ โคคา-โคล่าเจแปน (Coca-Cola Japan) ตั้งเป้าจะติดตั้งเครื่องจำหน่ายน้ำอัดลมปลอดสาร HFCs จำนวน 1,500 เครื่อง และในอีก 3 ปีข้างหน้า (2551) โคคา-โคลาญี่ปุ่นก็จะกลายเป็นผู้จำหน่ายน้ำอัดลมเพียงรายเดียวที่มีตู้ขายอัตโนมัติ สำหรับเจเนอเรชันใหม่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งสิ่งเหล่านี้เพิ่มต้นทุนให้แก่โคคา-โคล่าประมาณ 20-30% อีกทั้ง ทางโคคา-โคล่า เปิดเผยว่า ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาทั้งตัวบริษัทโคคา-โคล่าเอง และกลุ่มอุตสาหกรรมร่วมทั้งหลายได้ลงทุนไปกว่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในการผลิตเครื่องจำหน่ายน้ำอัดลมอัตโนมัติชนิดปลอดสาร HFCs ซึ่งหลังจากทยอยติดตั้งไปทั่วโลกแล้ว กระทั่งปี 2553 โคคา-โคล่าเชื่อว่ากลุ่มบริษัทของพวกเขาจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 70,000 ตันทั่วโลก อย่างไรก็ดี แม้ว่าจะตระหนักต่อปัญหาโลกร้อนกันมากเพียงใด สหรัฐอเมริกาและออสเตรเลียผู้ปล่อยแก๊สเรือนกระจกรายใหญ่สุดของโลก ต่างเป็นตัวหลักในการปฏิเสธการเข้าร่วมพิธีการเกียวโต ซึ่งมีผลให้ประเทศอุตสาหกรรมทั้งหลายต้องลดปริมาณการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยให้เหตุผลว่าจะสร้างความเสียหายแก่เศรษฐกิจของประเทศ ที่สำคัญประธานาธิบดีจอร์จ บุช ซึ่งมีท่าทีต่อต้านพิธีสารเกียวโตอย่างชัดเจน อ้างว่าข้อตกลงในพิธีสารชิ้นนี้ไม่ยุติธรรม เนื่องจากเอื้อประโยชน์แก่จีนและ อินเดีย
| | |
|