|
|
|
You are here: Home>>นักประพันธ์>>เวลาอ่านหนังสือ>>Details |
|
การเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของธุรกิจหนังสือ |
|
Last
update:2006-02-09 Source :Blog |
สรุปการสัมมนา เรื่อง การเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของธุรกิจหนังสือ
สรุปเนื้อหาการสัมมนา
"แก่นสารแห่งความอยู่รอด" ทุกเช้าในอาฟริกา เมื่อกวางตื่นขึ้นมา มันจะต้องวิ่งให้เร็วกว่าสิงโตตัวที่วิ่งเร็วที่สุด มิฉะนั้น มันจะถูกจับกิน ทุกเช้าในอาฟริกา เมื่อสิงโตตื่นขึ้นมา มันจะต้องวิ่งไล่ให้ทัน อย่างน้อยกวางตัวที่วิ่งช้าที่สุด มิฉะนั้น มันจะอดตาย มันไม่สำคัญหรอกว่าใครจะเป็นสิงโต หรือเป็นกวาง ทุกคนควรจะรู้ดีว่า พรุ่งนี้ เมื่อพระอาทิตย์ขึ้น ต้องออกวิ่งสุดชีวิต
วงการธุรกิจก็เป็นไปในลักษณะเดียวกัน มีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็น - กระแสโลกาภิวัฒน์ที่เจริญขึ้น - การแข่งขันและความร่วมมือในองค์กรที่ไม่เคยหยุดนิ่ง - ภาวะความเจริญรุ่งเรือง หรือการล้มละลายของธุรกิจ - การพัฒนาสังคมเศรษฐกิจฐานความรู้ทั้งสี่แบบ คือ Knowledge Organization (องค์กรพื้นฐานความรู้) Knowledge Worker (ความรู้ต่างๆ ที่เกิดจากคนทำงาน) Knowledge Management (การจัดการที่เป็นระบบ) Knowledge Competition (ความรู้จากการแข่งขัน)
- การปรับตัวของทรัพยากรบุคคลและองค์กร
การแข่งขันระหว่างองค์กรธุรกิจ ไม่เฉพาะแต่ธุรกิจหนังสือ แต่จะเกิดขึ้นในทุกๆองค์กรที่ทำธุรกิจประเภทเดียวกัน ลองพิจารณาดูว่าองค์กรของเราทำสิ่งเหล่านี้หรือไม่
- การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง - Capacity / Capability ในการผลิตและการบริการ - การพัฒนาตลาดที่ค้าขายอยู่อย่างมีประสิทธิผล - การทำในสิ่งที่ดีกว่า - การทำในสิ่งที่ถูกกว่า - การทำในสิ่งที่รวดเร็วกว่า
ความสามารถของผู้ประกอบการ หรือองค์กรที่มีศักยภาพ ควรจะมีความสามารถในการแข่งขันในสิ่งเหล่านี้ - มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในด้านผลิตภัณฑ์และการตลาด - มีความเข้าใจในเชิงระบบงานขององค์กร - มีการบริหารจัดการคุณภาพและสร้างคุณค่าให้องค์กรที่เราอยู่ - มีความเป็นผู้นำในด้านการตลาด และด้านทุนของสินค้า - มีการตัดสินใจอย่างเป็นระบบ - มีความเป็นผู้นำแบบ 4 บทบาท คือ 1. ผู้นำนักออกแบบ คือ สามารถออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ได้ตลอดเวลา 2. ผู้นำผู้ช่วยเหลือ คือ คอยช่วยเหลือดูแลองค์กรของเราให้ดี 3. ผู้นำผู้สอน คือ ต้องมีใจในการให้คำแนะนำผู้ที่ด้อยกว่า หรือผู้ที่อ่อนประสบการณ์ด้วยจิตใจที่ดี 4. เป็นผู้นำที่หยุดการเรียนรู้ไม่ได้
ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เป็นหัวใจสำคัญของการแข่งขันยุคใหม่ โดยมีรูปแบบต่างๆ ประกอบด้วย - Mental Model - Paradigm Shift - Lateral Thinking - Parallel Thinking - Vertical Thinking - Systems Thinking Systems Thinking คือ การคิดอย่างเป็นระบบ มีความสำคัญมาก เพราะเป็นระบบการคิดที่ช่วยให้เราเข้าใจได้ชัดเจนว่าสิ่งต่างๆ ทำงานอย่างไร หรือเป็นระบบอย่างไร โดยมองลึกลงไปยังเบื้อหลังว่า มีระบบย่อยใดบ้างที่เชื่อมโยงต่อประสานกันอยู่หรือไม่ ซึ่งทั้งหมดนี้คือการก่อให้เกิดเป็นพฤติกรรมและการทำงานของสิ่งนั้นๆ โดยเป็นการมองพินิจวิเคราะห์ในเชิงภาพรวมและภาพย่อยได้อย่างครบถ้วน
ข้อได้เปรียบของการคิดเชิงระบบ 1. คุณจะสามารถมีอิทธิพลเหนือสิ่งที่ขับเคลื่อนเหตุการณ์ต่างๆ โดยคาดการณ์ล่วงหน้าและเตรียมรับมือกันมันได้ 2. คุณสามารถเผชิญกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ 3. เป็นพื้นฐานสำหรับความคิด การสื่อสารที่กระจ่างชัด 4. ทำให้เราเลิกโทษคนอื่น เลิกโทษตนเอง แต่เข้าในโครงสร้างของระบบและจัดการกับส่วนรวมได้ดียิ่งขึ้น 5. เป็นเครื่องมือสำหรับการมองการณ์ได้ตลอดทั้งกระบวนการ เพื่อปรับปรุงได้อย่างเป็นระบบ แต่ละผลิตภัณฑ์จะประกอบด้วย - Basic Function - Secondary Function
กฎที่สำคัญ 1. หลังจากที่ได้กำหนดว่าสิ่งใดเป็น Basic Function แล้วจะเปลี่ยนแปลงมิได้ 2. ต้นทุนที่ต้องใช้สำหรับ Basic Function โดยทั่วไปจะไม่เกิน 5% ของราคาขาย 3. คุณไม่สามารถขาย Basic Function เพียงอย่างเดียวได้ และคุณก็ไม่สามารถขาย Secondary Function โดยปราศจาก Basic Function 4. ถ้า Basic Function สูญเสียไป จะทำให้มูลค่าตลาดและความคุ้มค่าของผลิตภัณฑ์ลดลงไปด้วย
การแข่งขันทางการตลาด มองจากความสามารถในการแข่งขันได้ดังนี้ - การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์
- Product development ผลิตภัณฑ์ใหม่ ผลิตภัณฑ์เดิม
- Brand Development จุดเด่นในตัวสินค้า คุณค่าและคุณภาพสินค้า
- Marget Development ตลาดใหม่ ตลาดเดิม
- Product & Market Penetration
|
|