|
| 100 ปี กุหลาบ สายประดิษฐ์ อุดมการณ์ไม่มีวันตาย |
|
| ต่อคิด สานฝัน 'ศรีบูรพา' |
|
| หนังสือ คืออิสสรชน คือคนดี คือศรีบูรพา |
|
| หนังสือ "มนุษย์ไม่ได้กินแกลบ" |
| | |
 |
เนื่องในวาระชาตกาล ร้อยปี กุหลาบ สายประดิษฐ์ และเพื่อเฉลิมฉลอง ที่องค์การยูเนสโกประกาศให้กุหลาบ หรือ ศรีบูรพา เป็นบุคคลสำคัญของโลก ดังนั้น ในช่วงสัปดาห์ก่อน จึงมีกิจกรรมที่น่าสนใจอันเกี่ยวกับวาระโอกาสนี้ถึงสองงานในเวลาใกล้เคียงกัน กิจกรรมแรก คือ การแถลงข่าวประกาศผลรางวัล เกียรติคุณ 100 ปี ศรีบูรพา จัดโดยกองทุนศรีบูรพา ณ ห้องประชุม สัญญา ธรรมศักด์ (เมื่อ 9 พ.ย. ที่ผ่านมา) ความเห็นของคณะกรรมการพิจารณารางวัลในปีนี้ มีมติให้ สุวัฒน์ วรดิลก ได้รับรางวัล สาขา นักคิด นักเขียน ขรรค์ชัย บุนปาน ได้รับรางวัล สาขานักหนังสือพิมพ์ และรางวัลสุดท้าย สาขานักต่อสู้เพื่อสันติภาพเป็นของ ศ. เสน่ห์ จามริก สำหรับกิจกรรมที่สอง จัดขึ้น ในวันถัดมา (10 พ.ย. 48) ณ ห้อง อิศรา อมันตกุล สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ซึ่งมีการจัดเสวนาทั้งในรอบเช้าและบ่าย ในรอบเช้า มี สุชาติ สวัสดิ์ศรี บรรณาธิการนิตยสารสังคมศาสตร์ปริทัศน์, ศุภางค์ โพวาทอง นักหนังสือพิมพ์อาวุโส, สัมผัส พึ่งประดิษฐ์ ผู้ร่วมชะตากรรมกับกุหลาบ และธีรเดช เอี่ยมสำราญ เลขาธิการสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เสวนาร่วมกันในหัวข้อ ดู ศรีบูรพาด้วยแว่นขาว เนื้อหาโดยรวมพูดถึงชีวิตของศรีบูรพา หรือ กุหลาบ สายประดิษฐ์ ทั้งในฐานะนักเขียน และนักหนังสือพิมพ์ การต่อสู้กับความอยุติธรรมของรัฐบาลเผด็จการ รวมทั้งบทบาทและอุดมการณ์ของท่านที่หนักแน่นไม่แปรเปลี่ยน สำหรับการเสวนาในช่วงบ่าย เป็นไปอย่างออกรส ผู้เข้าร่วมเสวนาประกอบด้วย อัมพวา สันติเมทินีดล นักหนังสือพิมพ์อาวุโส นสพ. บางกอกโพสต์, เสริมสุข กษิติประดิษฐ์ อดีต บรรณาธิการ นสพ. บางกอกโพสต์, ประสงค์ เลิศรัตนวิสุทธ์ รองบรรณาธิการอำนวยการ นสพ.มติชน และ ภัทร คำพิทักษ์ บรรณาธิการข่าวหนังสือพิมพ์ โพสต์ทูเดย์ ในฐานะของคนทำสื่อที่คร่ำหวอดมาพอสมควร ทำให้มุมมองเรื่องบรรทัดฐานของคำว่า จรรยาบรรณสื่อ จากสายตาของพวกเขา สะท้อนให้เห็นภาพของปัญหาและภาวะความกดดันที่ต้องเผชิญได้ชัดขึ้น ต่อเนื่องสอดคล้องมาจากเรื่องอุดมการณ์ของกุหลาบ สายประดิษฐ์ และพวกพ้องที่เป็นส่วนสำคัญในหัวข้อเสวนาช่วงเช้า เพียงแต่ในรอบบ่ายนั้น เราได้เห็นภาพที่ช่วยเพิ่มความชัดเจน จากนักหนังสือพิมพ์ในยุคปัจจุบัน นอกจากกิจกรรมเหล่านี้แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน คือ หนังสือว่าด้วยชีวประวัติและแนวคิดของกุหลาบ สายประดิษฐ์ ทั้งที่วางจำหน่ายและจัดพิมพ์เพื่อสาธารณกุศล ซึ่งแต่ละเล่มนั้นมีสาระไม่อ่อนด้อยไปกว่ากันเลย เล่มแรกที่หน้าหนังสือ-วรรณกรรม ขอนำเสนอ คือ 100 ปี กุหลาบ สายประดิษฐ์ อุดมการณ์ไม่มีวันตาย จัดพิมพ์ โดย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย แม้ขนาดกะทัดรัด แต่เนื้อหาภายใน นอกจากประวัติของกุหลาบแล้ว ยังอัดแน่นไปด้วยแนวคิดสำคัญในบทความต่างๆ รวมทั้ง คำบอกเล่าจากเหตุการณ์จริงที่ สัมผัส พึ่งประดิษฐ์ได้ประสบมา เมื่อครั้งถูกจองจำร่วมห้องขังเดียวกับกุหลาบ ภาพเหตุการณ์ครั้งนั้น นำมาฉายซ้ำในหนังสือเล่มนี้ เป็นการตีพิมพ์บทความของ กุหลาบ ที่แสดงทัศนะ วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลเผด็จการ ผ่านบทบาทของนักหนังสือพิมพ์คนหนึ่ง อาทิ การเขียนถึงบทบาทที่รัฐพึงกระทำ จากใจความบางส่วนของ ที่นี่และที่นั่น 20 มี.ค. 2500 (รวมอยู่ในหนังสือ 100 ปี กุหลาบ สายประดิษฐ์ อุดมการณ์ไม่มีวันตาย หน้า 22 ) ถ้ารัฐบาลไม่ทำการกดขี่ปองร้ายหนังสือพิมพ์อย่างสิ้นสติ และยอมฟังคำตักเตือนวิพากษ์วิจารณ์ของหนังสือพิมพ์แล้ว บุคคลในคณะรัฐบาลจะไม่เมาถึงขนาดที่เมามาแล้ว และจะไม่หลงลืมตัว และเสียตัวไปถึงขนาดที่เสียไปแล้ว ...จงพอใจในการกินยาขมเถิด เพราะมันจะตอบแทนด้วยการป้องกันมิให้ท่านตกไปในความเมาได้ " จรรยาบรรณของนักหนังสือพิมพ์ เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ กุหลาบ ให้ความสำคัญมากทั้งเน้นย้ำอยู่บ่อยครั้ง ดังจะเห็นได้จาก ส่วนหนึ่งของที่นี่และที่นั่นในนามปากกา อิสสรชน (น.ส.พ. ประชามิตร รายวัน วันที่ 19 พฤษภาคม 2489) ใจความว่า.. นักหนังสือพิมพ์นั้น ก็เหมือนผู้คนซึ่งถือศาสตราวุธอยู่ในมือ คนถืออาวุธที่มีเกียรติยศ จำต้องมีจรรยาและธรรมะในการใช้อาวุธ นักหนังสือพิมพ์ก็เช่นเดียวกัน มีปากกาเป็นอาวุธ การใช้ปากกาเป็นคุณและโทษแก่ผู้ใด ย่อมจะใช้โดยมีจรรยาและธรรมะ ตามที่รับนับถือกันในวงการหนังสือพิมพ์ที่มีอารยธรรม นักหนังสือพิมพ์ใดใช้ปากกาของตน โดยปราศจากจรรยาและธรรมะก็เป็นผู้ไร้เกียรติยศ และเป็นผู้ทำลายเกียรติยศของวงการหนังสือพิมพ์ส่วนรวม นอกจากนี้ กองทุนศรีบูรพา ได้ร่วมเฉลิมฉลองวาระพิเศษ ด้วยการจัดพิมพ์และจำหน่ายหนังสือ ชื่อ ต่อคิด สานฝัน ศรีบูรพา โดย ไพลิน รุ้งรัตน์ หรือ นามจริง ชมัยภร แสงกระจ่าง รับหน้าที่บรรณาธิการ คัดสรรและรวบรวมผลงาน ของนักเขียนรางวัลศรีบูรพาทั้ง 17 คน อาทิ อาจินต์ ปัญจพรรค์, สุจิตต์ วงษ์เทศ, สุลักษณ์ ศิวรักษ์, เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ คืออิสสรชน คือคนดี คือศรีบูรพา เป็นอีกเล่มที่ รวบรวมเนื้อหาของบทความและประวัติในแต่ละช่วงชีวิตของกุหลาบ ได้อย่างละเอียด โดยแบ่งออกเป็นสามภาค ภาคแรก ประวัติและความทรงจำ มีนักเขียน-นักหนังสือพิมพ์มากมายร่วมถ่ายทอดความทรงจำที่มีต่อบุคคลประวัติศาสตร์ท่านนี้ อาทิ พระไพศาล วิสาโล, สุชาติ สวัสดิ์ศรี, ไพลิน รุ้งรัตน์, วิทยากร เชียงกูล, สุภา ศิริมานนท์, สมปอง ดวงไสว เนื้อหาในภาคสอง เป็นผลงานของ ศรีบูรพา ในทัศนะของนักวิชาการและนักวิจารณ์ และภาคสุดท้ายคือ ศรีบูรพา กับแรงบันดาลใจ ข้ามยุค แต่ความละเอียดของที่อัดแน่นเป็นจำนวนเกือบ 500 หน้า พร้อมภาพถ่ายทรงคุณค่าที่นำมาประกอบขึ้นเป็นรูปเล่ม ไม่มีวางจำหน่ายที่ใดทั้งสิ้น เนื่องจากจัดพิมพ์ขึ้นมาในวาระนี้โดยเฉพาะ เพื่อมอบให้ทางสถาบันการศึกษา ห้องสมุด รวมทั้งหน่วยงานที่สนใจ ซึ่งติดต่อสอบถามได้ที่สถาบันปรีดี พนมยงค์ หรือ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เช่นเดียวกับ มนุษย์ ไม่ได้กินแกลบ ซึ่งเป็นการรวบรวมข้อเขียนที่โดดเด่นของกุหลาบ ในฐานะนักหนังสือพิมพ์ โดย สุชาติ สวัสดิ์ศรี เป็นบรรณาธิการ จัดพิมพ์ข้อเขียนเหล่านี้ ขึ้นอย่างสมบูรณ์เป็นครั้งแรก สำหรับความสำคัญของหนังสือ บางส่วนในบทกล่าวนำ น่าจะพออธิบายภาพรวมได้ ดังใจความที่ว่า มนุษย์ไม่ได้กินแกลบ เป็นการคัดสรรข้อเขียนที่มาจากชิ้นงานทางหนังสือพิมพ์...แต่เป็นงานรูปแบบ Anthology ที่มาจากการชำระต้นฉบับลายมือของกุหลาบ สายประดิษฐ์โดยตรง...รวมทั้งหมด 53 ชิ้น เท่ากับช่วงชีวิต 53 ปีของ กุหลาบ สายประดิษฐ์ที่อยู่บนแผ่นดินไทย ท่านใดสนใจลองติดต่อไปยัง คณะกรรมการอำนวยการจัดงาน 100 ปี ศรีบูรพา เนื่องจากไม่มีวางจำหน่ายเช่นเดียวกับเล่มที่แนะนำไปก่อนหน้า ....................................... นำมาบอกกล่าวเล่าสู่กันฟังได้ในที่นี้เพียงบางส่วน แต่ยังคงมีหนังสืออีกมากมายหลายเล่มนอกเหนือไปจากนี้ ที่ได้บรรจุเรื่องราวชีวิตและความคิดในแง่มุมอันควรศึกษา ของกุหลาบ สายประดิษฐ์ เอาไว้ โดยเฉพาะ การปลุกจิตสำนึกเรื่องอุดมการณ์ ประชาธิปไตย เสรีภาพ สิทธิมนุษยชน ท่ามกลางบรรยากาศขณะนั้น ที่ภายในประเทศกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายของรัฐบาลเผด็จการทหาร แม้จะถูกโจมตีด้วยการลงโทษจำคุกหรือนำโซ่ตรวนมาล่ามแท่นพิมพ์ แต่ไม่มีสิ่งใดมาเปลี่ยนแปลงความตั้งใจของ กุหลาบ ได้ ท่านยังคงยึดมั่นในการต่อสู้เรียกร้องสิทธิมนุษยชน และเรียกร้องเสรีภาพมาโดยตลอด กระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิต แม้ต้องลี้ภัยทางการเมืองไปอยู่ที่ประเทศจีน แต่จิตวิญญาณของการเป็นนักหนังสือพิมพ์ที่เปี่ยมด้วยจรรยาบรรณ ต่อต้านการใช้อำนาจเมื่อเห็นว่าไม่เหมาะสมนั้น ไม่เคยจางหายไปจากบุคคลผู้นี้เลย การเข้าแทรกแซงหรือริดรอน สิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน ระหว่างยุคของศรีบูรพา กับยุคสมัยนี้ วิธีการแตกต่างกัน ปัจจุบัน สื่อยังคงถูกจำกัดสิทธิแต่เป็นอีกรูปแบบหนึ่ง มีการเข้ามาแทรกแซงโดยใช้เงินจำนวนมหาศาล เช่น กรณีที่หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง อยู่ๆ มาวันดีคืนดีก็ถูกนายทุนคนหนึ่ง มาแอบซื้อหุ้นมากมายโดยอ้างว่าซื้อจากชาวต่างชาติและจะมาควบคุมหนังสือพิมพ์ฉบับนั้น" "โดยไม่มีความเกรงใจผู้บริหารหรือนักข่าวคนอื่นๆ เลย แต่จากเหตุการณ์นั้นก็เห็นได้ว่าสื่อมวลชนยังคงร่วมกันต่อต้าน ยังเป็นอิสรชน สุดท้ายแล้วผมเชื่อว่ายังคงมีคนที่รักความเป็นธรรมและมีอุดมการณ์อยู่ แม้สภาพสังคมจะเปลี่ยนแปลงไป แต่นักหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนที่ยึดมั่นในจรรยาบรรณ ผมเชื่อว่ายังมี และหวังว่าคนเหล่านั้นจะร่วมกันต้านกระแสการเข้าครอบงำในรูปของอำนาจเงินได้ หน้าวรรณกรรมขอปิดท้ายวาระนี้ด้วยทัศนะของสุรพันธ์ สายประดิษฐ์ ทายาท ศรีบูรพา สุภาพบุรุษผู้ยึดมั่นในศักดิ์ศรีของเพื่อนมนุษย์เสมอมา ................................. ตัวหนอนบนกองหนังสือ
| | |