ขื่อ:

รหัสผ่าน:

ลืมรหัสผ่าน?Email:

 อัลบั้ม Bloger - Blogth: Create your Blog Now -- Blog Thailand -- Free! -- blogth.com

หน้าแรกคอลัมน์  :  อัลบั้ม Bloger  :  รูปแบบ Bloger  :  บันเทิง : รู้จักจีน  :  ชีวิตประจำวัน  :  วิทยาศาสตร์และศิลป์  :  เกมส์ Bloger  
นักประพันธ์ : ธุรกิจและการเงินกีฬา : ความรักพูดคุยทั่วไป : กระทู้ Bloger : ท่องเที่ยวรายวันบันทึกการทำงาน : สีสันชีวิต : My Blog !

ค้นหา:

Relating Article
ร้านรวงในพิพิธภัณฑ์
โลกนี้ใช่มีเพียงสีขาว-ดำ..
ผู้หญิงนอตติ้งฮิลล์...ซารา
"หนังสือมือสอง" เปิดโลกควา
ตามรอยเมธี 100 ปี พุทธทาสภ
กลยุทธ์รับปีใหม่ สไตล์ "ผู
โย & โอเด็ต โชว์อึ๋ม!! ท้าล
มอบกระเช้าหนังสือ เป็นของข
“คัมภีร์คุณธรรมเยาวชน” ปรัช
ธรรมะในแพ็กเกจสุดเก๋ เสิร์ฟ

Hot Article
"การต่อสู้กับชีวิตในโลกมืด"
จากขอบเวที.....สู่นักอ่าน
เสวนาหนังสือวรรณกรรมเยาวชน
การเพิ่มศักยภาพการแข่งขันข
เสวนาเรื่อง กลยุทธ์การตลาด
ศรีปราชญ์...อัจฉริยะเหนือก
หลักธรรมหลักทำ ตามรอยพระยุค
‘ผ่านพบไม่ผูกพัน’ คือแก่นแ
‘ไล่ตงจิ้น’ จากลูกขอทาน สู
รู้แจ้งแห่งชีวิต...น้อมรับค

Relating Categories
  • นักประพันธ์อินเตอร์เน็ต
  • กลอน
  • นิยายเรื่องยาว
  • นักประพันธ์ต่างประเทศ
  • นักประพันธ์โบราณในโบราณคดี
  • ขำขัน
  • Cheap Hotels Booking

    Cheap  Hosting in  Thailand

    Thai search engine

       You are here: Home>>นักประพันธ์>>เวลาอ่านหนังสือ>>Details

    พิพิธภัณฑ์เชื่อมอดีตกับปัจจุบันและอนาคต

    Last update:2006-02-21 Source :Blog

        หลายปีมาแล้ว ผมไปดูพิพิธภัณฑ์ที่เพิ่งสร้างเสร็จที่กรุงบอนน์ เยอรมนี เพื่อนชาวเยอรมันบอกว่า เด็กรุ่นหลังไม่เคยผ่านประสบการณ์ของสงครามโลกครั้งที่ 2 ไม่รู้ว่าเยอรมนีต้องพบกับความเจริญ และความหายนะอย่างไรบ้าง
           
            ความห่วงใยว่าเด็กรุ่นหลังมีแต่ความสบาย ใช้ชีวิตแบบมีความสุขไปวันๆ ขาดความรับผิดชอบนี้เป็นความรู้สึกของผู้นำ และผู้ใหญ่หลายชาติ ไม่เฉพาะแต่คนเยอรมันเท่านั้น สิงคโปร์ก็เป็นอีกประเทศหนึ่งที่ผู้นำมีความกังวลใจ เมื่อเห็นเด็กๆ รุ่นหลังใช้ชีวิตอย่างอิสรเสรี ไม่คิดถึงความยากลำบาก เพราะไม่เคยรู้รส ไม่มีประสบการณ์เหมือนคนรุ่นก่อน
           
            วิธีการแก้ปัญหานี้ที่เยอรมนี และสิงคโปร์ทำคือ การลงทุนสร้างพิพิธภัณฑ์เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เชื่อมโลกปัจจุบันกับอดีต ในยุคของเทคโนโลยีสมัยใหม่ เด็กๆ มักคิดถึงปัจจุบัน และอนาคต โดยไม่มีความรู้สึกผูกพันกับรากเหง้า พิพิธภัณฑ์ที่เยอรมนีมีการแสดงภาพชีวิต และสิ่งของเครื่องใช้ (รวมถึงรถโฟล์คสวาเก้นคันแรก) ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ที่เด็กๆ เข้าไปเรียนรู้ได้อย่างตื่นตาตื่นใจ
           
            ที่สิงคโปร์มีการสร้างพิพิธภัณฑ์มรดกเอเชีย และพิพิธภัณฑ์มรดกของชาติ เพราะสิงคโปร์ต้องการให้คนรุ่นใหม่มีวัฒนธรรม รู้รากเหง้า และรู้จักเพื่อนบ้านท่ามกลางความเจริญของสิงคโปร์ ในฐานะศูนย์กลางการเงิน และการค้าระหว่างประเทศ
           
            เด็กไทยรุ่นผมเกิดระหว่างและหลังสงคราม เรายังเคยกินก๋วยเตี๋ยวชามละ 3 บาท เคยได้ยินคนรุ่นพ่อเล่าถึงก๋วยเตี๋ยวชามละสตางค์ ผมยังเคยขึ้นรถราง เคยดูละครที่เฉลิมไทย และโตขึ้นมาด้วยการอ่านหัสนิยายพลนิกรกิมหงวน
           
            ในพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งใหม่นี้ นอกจากการแสดงถึงความเป็นมาของชนชาติในสุวรรณภูมิแล้ว เราคงจะมีนิทรรศการอีกหลายอย่าง นิทรรศการนี้นอกจากจะจัดที่อาคารพิพิธภัณฑ์กระทรวงพาณิชย์เก่าแล้ว หากทำเป็นนิทรรศการเคลื่อนที่ได้ก็ดี และน่าจะเวียนไปตามต่างจังหวัดด้วย
           
            ถ้าจะทำให้สนุกและช่วยให้คนรุ่นอายุ 60-70 ระลึกความหลังได้ เรื่อง “สยามยุคพลนิกร กิมหงวน” ก็น่าจัดได้ ไทยสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่หาของมาแสดงไม่ยาก ที่เมืองกาญจน์มีพิพิธภัณฑ์เอกชน มีข้าวของเครื่องใช้มากมาย
           
            ในการเปิดแนวคิดพิพิธภัณฑ์เมื่อ 19 มกราคม 2548 ที่ผ่านไปนี้ มีการแสดงนิทรรศการ “จากบางเกาะสู่บางกอก” นิทรรศการนี้สามารถนำไปแสดงต่อที่อื่นได้ ผมคิดว่าครูและนักเรียนคงจะชอบ เพราะเป็นการแสดงวิวัฒนาการของกรุงเทพฯ ตามวิถีชีวิตของผู้คนริมแม่น้ำเป็นชีวิตของชาวสวน ซึ่งเวลานี้หลงเหลืออยู่น้อยเต็มทีแล้ว
           
            เรื่องราวของชาวจีนที่มาตั้งรกรากอยู่แถบลุ่มน้ำเจ้าพระยา ท่าจีน บางปะกง ก็น่าจะทำการก่อตัวของชุมชนจีน ตลอดจนประวัติของผู้นำชาวจีน ผู้ซึ่งก่อร่างสร้างตัวจาก “เสื่อผืนหมอนใบ” ก็น่าทำ เรามีข้อมูลจากวิทยานิพนธ์ และหนังสือหลายเล่ม เช่น ประวัติตระกูลล่ำซำ ตระกูลเอี่ยมสุรีย์ และตระกูลหวั่งหลี เหล่านี้หากนำมาผสมผสานกับข้าวของเครื่องใช้ รูปภาพเก่าๆ มีแผนที่แสดงเส้นทางการเดินทางพร้อมๆ ไปกับวิวัฒนาการทางการค้าสมัยก่อนด้วย ก็จะทำให้น่าสนใจมากขึ้น
           
            นอกจากชุมชนชาวจีนแล้ว ก็ยังมีชาวต่างประเทศ อังกฤษ อเมริกัน อิตาเลียน โปรตุเกส สเปน อินเดีย และชาติอื่นๆ อีกมากมาย ที่วัดโพธิ์มีภาพชาวต่างประเทศเขียนไว้ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 ซึ่งในวันเปิดตัวพิพิธภัณฑ์แห่งใหม่ ได้มีการทำเป็นของชำร่วยแจกในงานไว้
           
            ผมเคยเห็นหนังสือพิมพ์สมัยก่อน ลงโฆษณากิจการและสินค้าที่มีขายในสมัยรัชกาลที่ 5 และที่ 6 เลยมีความคิดว่า น่าจะไปชวนเอเยนซีโฆษณาใหญ่ๆ ให้ร่วมกันสนับสนุนนิทรรศการ “ร้อยปีแห่งการโฆษณา” เรามีตัวอย่างโฆษณาเมื่อ 100 ปีที่แล้ว น่าสนใจมากในแง่ของภาษา และภาพที่ใช้ในการโฆษณา สะท้อนถึงรสนิยมของคนในยุคต่างๆ ได้ดี อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจสังคมได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
           
            เรื่องราวและภาพเก่าๆ นี้ มิใช่จะมีอยู่ที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติเท่านั้น โรงเรียนและวัดฝรั่ง ตลอดจนเอกชนก็มีเก็บรักษาไว้ เพื่อนผมคนหนึ่ง (เศรษฐพร คูศรีพิทักษ์) มีภาพโปสการ์ดผู้หญิงไทยสมัย 80 ปีก่อน ร่วมร้อยใบอาจารย์เศรษฐพร เอื้อเฟื้อว่าจะให้มาจัดแสดงได้
           
            หากท่านผู้อ่านมีของดีเก็บไว้ จะเป็นภาพเก่าๆ หรือสิ่งของ ถ้าจะกรุณาบอกมาที่ผม ผมก็จะทำบัญชีไว้แล้วไปคุยกับท่านว่าจะนำของๆ ท่านมาจัดแสดง โดยระบุชื่อท่านไว้ด้วยได้อย่างไรบ้าง การเตรียมการหากทำได้เดี๋ยวนี้เลยก็จะดี
           
            การจัดนิทรรศการนี้ต้องใช้เงินอย่างเรื่องจาก “บางเกาะสู่บางกอก” ก็ใช้เงินไปล้านกว่าบาท ต่อไปเราอยากขอเชิญชวนบริษัทใหญ่ๆ ให้ช่วยกันสนับสนุนนิทรรศการเหล่านี้ นอกจากนิทรรศการถาวรที่จัดไว้ในพิพิธภัณฑ์แล้ว นิทรรศการชั่วคราวที่ทำปีละ 4-5 ครั้ง ก็จะเป็นกิจกรรมที่เราหาผู้มีส่วนร่วมได้มาก
           
            ผมคุยกับ ดร.นิยดา เหล่าสุนทร ผู้เชี่ยวชาญเรื่องวัดโพธิ์ อาจารย์บอกว่ากำลังทำเรื่องหนังสือเรียนของไทยตั้งแต่ยุคแรกๆ ผมก็คิดไปว่า หากเราทำเรื่อง “ประวัติการเรียนรู้ของเด็กไทย” และนำหนังสือแบบเรียนยุคแรกๆ มาแสดง รวมทั้งกระดานชนวนที่เด็กยุคหลังไม่เคยเขียน ให้เด็กได้มาลองเขียนด้วยก็จะดี
           
            จะเห็นได้ว่า พิพิธภัณฑ์ใหม่ไม่ได้มีแต่เรื่องประวัติศาสตร์ หรือเรื่องชนชาติ วัฒนธรรมดั้งเดิม แต่ก็ยังมีเรื่องราวของยุคสมัยต่างๆ ที่เป็นวัฒนธรรมชาวบ้านที่เป็นทั้งชาวกรุง และชาวชนบทด้วย
           
            อีกไม่นาน ทางพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้คงจะจัดสัมมนาในวงกว้างเพื่อขอความเห็น และเชื้อเชิญให้ท่านผู้สนใจได้มีส่วนร่วม ผมเห็นว่าการเตรียมตัวในระยะสองปีก่อน การเปิดพิพิธภัณฑ์นี้เป็นการดีในระหว่างที่เรากำลังรอคอยชมของดีๆ ในพิพิธภัณฑ์แห่งใหม่ของเรา

     

     

     

    [Top] [Tell Friend] [View Comment]
     

    Relating Article

    ร้านรวงในพิพิธภัณฑ์
    โลกนี้ใช่มีเพียงสีขาว-ดำ..."คำตอบสีเทา" จากอุเทน พรมแดง
    ผู้หญิงนอตติ้งฮิลล์...ซาราห์ แอนเดอร์สัน “ชีวิตของฉัน คือการ
    "หนังสือมือสอง" เปิดโลกความรู้สู่เด็กไทย 2,325 โรงเรียน
    ตามรอยเมธี 100 ปี พุทธทาสภิกขุ

    Post Comment!

    ขื่อ: รหัสผ่าน: Hidden Post   ลงทะเบียนใหม่ 

    Create a new account!

    ขื่อ:

    รหัสผ่าน:

      Blog เป็นการใช้งานเว็บไซต์ของคุณแบบง่ายๆซึ่งคุณสามารถ
    โพสต์ข้อความหรือรูปภาพได้ทันทีและสามารถพูดคุยโต้ตอบกันได้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

    หน้าแรกคอลัมน์  :  อัลบั้ม Bloger  :  รูปแบบ Bloger  :  บันเทิง : รู้จักจีน  :  ชีวิตประจำวัน  :  วิทยาศาสตร์และศิลป์  :  เกมส์ Bloger  
    นักประพันธ์ : ธุรกิจและการเงินกีฬา : ความรักพูดคุยทั่วไป : กระทู้ Bloger : ท่องเที่ยวรายวันบันทึกการทำงาน : สีสันชีวิต : My Blog !

    ค้นหา:

    All rights reserved. Privacy Policy - Terms of Service - Copyright Policy

    Copyright © 2005 blogth.com